Pinned Tweet
แอดทำไฟล์คำนวณภาษีสำหรับนักลงทุนหุ้นนอก และคริปโต/airdrop มาแจกฟรี!!
.
ใครกำลังงง ๆ ว่าสรุปกำไรคริปโตต้องเสียภาษีไหม คำนวณยังไง หรือหุ้นต่างประเทศต้องเอาส่วนไหนมายื่นบ้าง ไฟล์นี้น่าจะพอช่วยได้นะ
.
สปอยล์ให้นิดนึงก่อน 👇
.
กำไรคริปโตที่เทรดบน exchange ในไทยที่มีใบอนุญาต ก.ล.ต. ได้รับยกเว้นภาษีอยู่ ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 399 มีผลถึง 31 ธ.ค. 2572 (5ปี)
.
แต่หุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้ละเว้นภาษีนะ ยังถือว่าเป็นเงินได้จากต่างประเทศ ต้องดูว่าปีนั้นอยู่ไทยครบ 180 วันไหม และโอนเงินกลับเข้าไทยหรือยัง
.
ในไฟล์มีสูตรคำนวณให้เรียบร้อย เราแค่เสียเวลากรอกตัวเลขจริงของเราก็พอ แล้วมันจะแยกให้เองว่าก้อนไหนได้ยกเว้น ก้อนไหนต้องเอาไปยื่น และมีการคำนวณลดหย่อนต่าง ๆ ให้ด้วย อันนี้ก็อ้างอิงตามกฎหมายล่าสุดปี2568เลย
.
ไฟล์ที่แปะในคอมเมนต์เป็นฉบับทดลองใช้นะ กรอกได้ 15 รายการ เอาไปลองเล่นดูก่อนได้เลย
.
ส่วนฉบับเต็ม มีครบทั้งคริปโต หุ้นสหรัฐฯ เครดิตภาษีต่างประเทศ และค่าลดหย่อนครบ 9 รายการ กรอกได้ 150 รายการ หรือเพิ่มเองได้เลย
.
ส่วนใครอยากได้ฉบับเต็ม inbox เพจมาโล้ด หรือคอมเมนต์ว่า “สนใจ” เดี๋ยวแอดทักไป
.
ลิงก์อยู่ในคอมเมนต์เด้ออ
.
⚠️ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน ⚠️
.
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือการลงทุน กรณีของแต่ละคนต่างกัน ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (1161) หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นจริง
ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 เป็นต้นมา ใครที่ลงทุนหุ้นต่างประเทศแล้วได้กำไร ต้องรู้ไว้เลยครับว่า ถ้านำเงินได้จากต่างประเทศกลับเข้ามาในไทย ต้องเอามาคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย
.
🟩แต่ข่าวดีคือ มีวิธี "วางแผนภาษี" อย่างถูกกฎหมายง่าย ๆ แบบนี้ครับ
.
1) ถือต่อ ยังไม่ขาย
ตราบใดที่ยังไม่ขาย ก็ยังไม่ถือว่ารับรู้กำไรจริง เลยยังไม่ต้องเสียภาษี
.
2) โอนกลับเฉพาะ "เงินต้น"
ถ้าขายแล้ว เลือกโอนกลับมาแค่ส่วนเงินต้น ส่วนนี้ไม่ถือเป็นกำไร เลยไม่โดนเก็บภาษี
(ควรเก็บหลักฐานให้ชัดว่าส่วนไหนคือทุน)
.
3) พักเงินไว้ต่างประเทศ ไม่โอนกลับ
ถ้าขายแล้วเก็บเงินดอลลาร์ไว้ในบัญชีโบรกเกอร์ต่างประเทศ ไม่โอนกลับมาแปลงเป็นบาท ก็ยังไม่ต้องเสียภาษี (ภาษีจะเกิดตอนนำเงินเข้าไทย)
.
4) อยู่ไทยไม่เกิน 180 วันในปีนั้น
ถ้าปีภาษีนั้นคุณอยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน จะถือเป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี ต่อให้นำกำไรเข้ามาก็ไม่ต้องเสีย (เหมาะกับคนที่อยู่ต่างประเทศเป็นหลัก)
.
5) ขาดทุน (อันนี้ไม่แนะนำแน่นอน) ขาดทุนก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว 🤣
.
⚠️ สรรพากรนับกำไร-ขาดทุนแยกเป็น "รายธุรกรรม" หักลบข้ามตัวกันไม่ได้
เช่น ได้กำไรจาก ASML 20,000 บาท แต่ขาดทุน Tesla 40,000 บาท คุณเอาขาดทุนมาหักกำไรไม่ได้ ยังต้องเสียภาษีจากกำไร ASML 20,000 บาท บาทอยู่ดี จุดนี้หลายคนพลาด
.
ทางเลือกสำหรับคนอยากลงทุนหุ้นนอก แต่เสียภาษีน้อยลง
- ลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipt) หรือ กองทุนรวมในไทย ที่ไปลงทุนหุ้นต่างประเทศให้อีกที ส่วนใหญ่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องเอามาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
.
- ฝากเงินในบัญชี FCD (บัญชีเงินฝากสกุลต่างประเทศ) เป็นอีกทางเลือกแทนการไปลงทุน ETF หรือพันธบัตรต่างประเทศเอง
.
สุดท้ายแอดขอย้ำว่า ทั้งหมดนี้คือการ "วางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย" ไม่ใช่การหนีภาษีนะครับ และกฎภาษีมีโอกาสปรับเปลี่ยนได้ ถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่หรือไม่แน่ใจ
.
แนะนำให้ปรึกษานักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ จะปลอดภัยที่สุด
ตี 1 คืนนี้มี FOMC นะ ระวังความผันผวนกันด้วย
โอกาสขึ้นดอกในเดือนนี้บน Prediction Market มี 5%
แต่โอกาสขึ้นดอกในเดือนหน้าอยู่ 80%
ถ้าโอกาสที่ตลาดจะขึ้น ผลเดือนนี้ต้องออกมาคงดอก
และในช่วงแถลงตอน 1.30 น. ก็ต้องไม่แสดงแนวโน้มว่าขึ้นดอกด้วยในเดือนพฤศจิกา
แต่ถ้าเกิดออกมาขึ้นดอกตั้งแต่เดือนนี้
และเดือนหน้าจะขึ้นต่ออีก ตลาดคงลงหนักกันต่อ
ทอง คริปโต หุ้นน่าจะดิ่ง
แต่ถ้าออกมากลาง ๆ และมีคงามเป็นได้มากสุดคือ คงดอกเดือนนี้ และแถลงว่ามีแนวโน้มขึ้นดอกเดือนหน้า ตลาดน่าจะผันผวน แต่มองขึ้นก่อนค่อยลงต่อ
ใครยังไม่นอนมาเทรดชนข่าวกันดิสนี้ discord.gg/DcEDnetCxy
หลายคนน่าจะเคยได้ยินว่า เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย
.
แต่ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ เงินสำรอง 3 เดือนอาจยังไม่ปลอดภัยอย่างที่คิด
.
เพราะมนุษย์เงินเดือนยังพอรู้ว่า สิ้นเดือนจะมีเงินเข้ามาเท่าไหร่ ขณะที่ฟรีแลนซ์อาจมีงานเต็มมือในเดือนนี้ แล้วว่างยาวไปอีก 1-2 เดือนก็ได้
.
แอดไปฟังที่โค้ชหนุ่ม ช่วยวางแผนการเงินให้ฟรีแลนซ์วัย 24 ปี มา คิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับคนที่มีเคสคล้าย ๆ กัน
.
- มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน
- มีเงินสำรองอยู่ประมาณ 30,000 บาท
- แบ่งเงินเป็นระบบทั้งค่าใช้จ่ายส่วนตัว เงินให้ครอบครัว เงินออม และการลงทุนแล้ว
.
แม้ฟังดูเหมือนจัดการเงินดีแล้ว แต่โค้ชหนุ่มมองว่า เงินสำรองประมาณ 3 เดือนอาจยังน้อยเกินไปสำหรับอาชีพที่รายได้ไม่ต่อเนื่อง
.
1. เงินสำรอง 3 เดือน อาจหมดก่อนรายได้ก้อนใหม่จะมา
.
สมมติเรามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 10,000 บาท เงินสำรอง 30,000 บาทก็ช่วยให้เราอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน
.
แต่ไม่มีใครรับประกันว่า พอเข้าเดือนที่ 4 แล้วจะมีงานใหม่เข้ามาพอดี
.
บางครั้งโปรเจกต์อาจถูกเลื่อน ลูกค้าจ่ายเงินช้า หรือมีงานเข้ามาแล้ว แต่ต้องทำไปอีกหลายสัปดาห์กว่าจะได้รับเงินจริง
.
ปัญหาของฟรีแลนซ์จึงไม่ใช่แค่ “มีงานหรือไม่มีงาน” แต่คือเราไม่รู้แน่ชัดว่าเงินก้อนต่อไปจะเข้ามาเมื่อไหร่
.
2. อย่างน้อยควรมี 6 เดือน ถ้าอยากสบายใจให้มองไปถึง 12 เดือน
.
โค้ชหนุ่มแนะนำว่า ฟรีแลนซ์ควรตั้งเป้าเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น
.
และถ้าอยากหลับสบายขึ้น หรือทำงานในสายที่มีช่วงว่างระหว่างโปรเจกต์นาน อาจขยายเป้าหมายไปถึง 12 เดือน
.
ถ้าเรามีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 10,000 บาท
-เงินสำรอง 6 เดือน คือ 60,000 บาท
-เงินสำรอง 12 เดือน คือ 120,000 บาท
.
แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องมีเงินเท่ากัน เพราะคนที่อยู่คนเดียว ไม่มีหนี้ อาจใช้เงินน้อยกว่าคนที่ต้องดูแลครอบครัว
.
วิธีคิดง่าย ๆ คือ ถ้าวันนี้ไม่มีงานเข้ามาเลย เราต้องใช้เวลากี่เดือนกว่าจะหารายได้ใหม่ได้ และระหว่างนั้นยังมีค่าใช้จ่ายอะไรที่หยุดไม่ได้บ้าง
.
3. เงินสำรองต้องแยกจากเงินลงทุน
.
หุ้น ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่น อาจมีมูลค่าและขายเป็นเงินได้ แต่ไม่ควรถูกนับเป็นเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมด
.
เพราะถ้าไม่มีงานในช่วงที่ตลาดกำลังลง เราอาจถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์ขาดทุน เพียงเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย
.
เงินสำรองจึงควรอยู่ในที่ที่หยิบใช้ได้ง่าย มูลค่าไม่ผันผวน และไม่ต้องรอจังหวะขาย
.
หน้าที่ของมันไม่ใช่สร้างผลตอบแทนสูงสุด แต่คือช่วยให้เราผ่านช่วงที่รายได้หายไปได้โดยไม่ต้องทำลายแผนการเงินระยะยาว
.
4. ไม่ต้องกดดันตัวเองให้เก็บครบ 12 เดือนทันที
.
ถ้าตอนนี้ยังมีเงินสำรองไม่มาก ให้เริ่มจากเป้าหมาย 3 เดือนก่อน แล้วค่อยขยับไป 6 เดือน และ 12 เดือนตามลำดับ
.
ส่วนเดือนที่มีรายได้เข้ามามากกว่าปกติ อย่าเพิ่งรีบเพิ่มค่าใช้จ่ายตามรายได้ แต่แบ่งเงินส่วนหนึ่งมาเติมกองฉุกเฉินไว้ก่อน
.
เพราะรายได้ก้อนใหญ่ของเดือนนี้ อาจต้องช่วยเลี้ยงเราในเดือนที่ไม่มีงานด้วย
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ เงินสำรองไม่ได้มีไว้แค่จ่ายค่าเช่าหรือค่าอาหาร แต่มันยังซื้อ “สิทธิ์ในการเลือก” ให้เราด้วย
.
เมื่อมีเงินสำรองมากพอ เราไม่ต้องรีบรับทุกงานเพราะกลัวไม่มีเงินใช้ สามารถปฏิเสธงานที่กดราคา และรอโปรเจกต์ที่ช่วยให้เราเติบโตได้มากกว่าเดิม
.
ดังนั้นเงินสำรอง 3 เดือนไม่ได้แย่ แต่มันอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน
.
เพราะความมั่นคงของฟรีแลนซ์ ไม่ใช่การมีงานเข้าทุกเดือน แต่คือวันที่งานไม่เข้า ชีวิตเรายังเดินต่อได้โดยไม่ต้องรีบขายของ ไม่ต้องก่อหนี้ และไม่ต้องรับทุกงานเพราะความกลัวครับ
.
ใครอยากฟังเต็ม ๆ ไปดูได้ที่ “คัมภีร์การเงินฟรีแลนซ์วัย 24 บริหารเงินยังไงในวันที่รายได้ไม่แน่นอน?” TMC Podcast EP.124 โลดด
Stocker Day retweeted
มือใหม่เปิดกราฟแล้วงงกันมั้ย? จริงๆ ดูอินดิเคเตอร์เป็นแค่ 2 ตัวนี้ก่อนก็พอแล้ว
.
อินดิเคเตอร์คืออะไร?
ให้นึกว่าเป็นตัวช่วยแปลภาษากราฟให้เราอ่านง่ายขึ้น ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่ช่วยให้เราเห็นว่า ตอนนี้ตลาดกำลังไปทางไหน แรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากัน
.
1. MA = เส้นค่าเฉลี่ยราคา ดูเทรนด์
บนกราฟ BINANCE TH ที่คุณเห็นมี 3 เส้น
- MA7 สีเหลือง = ค่าเฉลี่ย 7 วัน คือเทรนด์สั้นๆ
- MA50 สีชมพู = ค่าเฉลี่ย 50 วัน คือเทรนด์กลาง
- MA100 สีม่วง = ค่าเฉลี่ย 100 วัน คือเทรนด์ยาว
วิธีดูแบบไม่งง
- ถ้าเส้นสั้นอยู่บนเส้นยาวทั้งหมด = เทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น
- ถ้าเส้นอยู่ห่างกันมาก = ตอนนั้นขึ้นแรง
- ถ้าเส้นเริ่มเข้ามาชิดกันแบบในรูปตอนนี้ ตรงโซน 82,300 - 82,400 = แปลว่ากำลังพักตัว ไม่ได้ไปไหนไกล
.
นักเทรดเลยชอบใช้ MA เป็นแนวรับ-ต้านคร่าวๆ เวลาราคาย่อลงมาใกล้เส้น MA50 หรือ MA100 แล้วเด้ง
.
2. MACD = ดูแรงซื้อ แรงขาย
อยู่ด้านล่างของกราฟ เป็นแท่งๆ เขียวแดง
- แท่งเขียว = แรงซื้อมากกว่า
- แท่งแดง = แรงขายมากกว่า
- เส้นเหลือง DIF ตัดเหนือเส้นชมพู DEA = แรงซื้อเริ่มกลับมา
- เส้นเหลืองตัดลงใต้เส้นชมพู = แรงซื้อแผ่วลง
.
จากรูป BTC/USDT 1 วัน ตอนนี้ Histogram เป็นแท่งแดง และ DIF อยู่ใต้ DEA แปลว่าแรงระยะสั้นแผ่วลง สอดคล้องกับที่ MA มาชิดกัน
.
แล้วกราฟ BTC ในรูปนี้บอกอะไร?
.
ถ้าดูรวมกันทั้ง 2 ตัว กราฟนี้ขึ้นมาแรงช่วงปลายเดือน ก.ค. - ส.ค. แล้วตอนนี้ไม่ได้ทำ High ใหม่ แต่แกว่งออกข้างในกรอบ 82,239 - 84,898
.
ทรงนี้ภาษาเทรดเรียกว่า Sideways พักฐาน หลังจากขึ้นแรง มักจะพักเพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทางต่อ ซึ่งหมายความว่า ต้องรอให้เบรกกรอบบนหรือล่างให้ชัดก่อน
.
พอดูเป็นแล้ว จะลองซื้อขายที่ไหน? บนแอป BINANCE TH ทำได้ในหน้าเดียวเลย
1. เปิดแอป > เลือกเหรียญ BTC/USDT > กดที่กราฟ
2. กดเปลี่ยน Timeframe ได้เลย เส้น / 15 นาที / 1 ชม. / 4 ชม. / 1 วัน
3. กดปุ่มด้านล่าง MA / EMA / BOLL / VOL / MACD / RSI เพื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์
4. ดู Order Book แบบ Real-time ได้ และกดปุ่มเขียว ซื้อ / แดง ขาย ได้ทันที
.
มือใหม่แนะนำเริ่มที่เมนู Easy Buy/Sell ซื้อด้วยเงินบาท เริ่มต้นไม่ต้องเยอะก็ได้ พอคล่องแล้วค่อยไปใช้ Spot เพื่อตั้งราคาซื้อขายเองได้
.
อยากลองเปิดกราฟตามรูปนี้ ลองโหลดแอป BINANCE TH มาดูได้เลยครับ
.
📌สมัครใหม่ตอนนี้มี New User Mission ทำครบ 4 ขั้น รับสูงสุด 1,150 บาทเป็น BNB ด้วย
.
สมัครได้ที่ : accounts.binance.th/th/regis…
หรือกรอก Ref Code: STOCKDxBNTH1
.
รายละเอียดแคมเปญ : binance.th/th/campaign/NewUs…
.
#BinanceTH
.
*การลงทุนเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แอดแค่นำข้อมูลกิจกรรมมาแจ้งให้ทราบ
*สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขกิจกรรมก่อนตัดสินใจ
มือใหม่เปิดกราฟแล้วงงกันมั้ย? จริงๆ ดูอินดิเคเตอร์เป็นแค่ 2 ตัวนี้ก่อนก็พอแล้ว
.
อินดิเคเตอร์คืออะไร?
ให้นึกว่าเป็นตัวช่วยแปลภาษากราฟให้เราอ่านง่ายขึ้น ไม่ได้ทำนายอนาคต แต่ช่วยให้เราเห็นว่า ตอนนี้ตลาดกำลังไปทางไหน แรงซื้อหรือแรงขายมากกว่ากัน
.
1. MA = เส้นค่าเฉลี่ยราคา ดูเทรนด์
บนกราฟ BINANCE TH ที่คุณเห็นมี 3 เส้น
- MA7 สีเหลือง = ค่าเฉลี่ย 7 วัน คือเทรนด์สั้นๆ
- MA50 สีชมพู = ค่าเฉลี่ย 50 วัน คือเทรนด์กลาง
- MA100 สีม่วง = ค่าเฉลี่ย 100 วัน คือเทรนด์ยาว
วิธีดูแบบไม่งง
- ถ้าเส้นสั้นอยู่บนเส้นยาวทั้งหมด = เทรนด์หลักยังเป็นขาขึ้น
- ถ้าเส้นอยู่ห่างกันมาก = ตอนนั้นขึ้นแรง
- ถ้าเส้นเริ่มเข้ามาชิดกันแบบในรูปตอนนี้ ตรงโซน 82,300 - 82,400 = แปลว่ากำลังพักตัว ไม่ได้ไปไหนไกล
.
นักเทรดเลยชอบใช้ MA เป็นแนวรับ-ต้านคร่าวๆ เวลาราคาย่อลงมาใกล้เส้น MA50 หรือ MA100 แล้วเด้ง
.
2. MACD = ดูแรงซื้อ แรงขาย
อยู่ด้านล่างของกราฟ เป็นแท่งๆ เขียวแดง
- แท่งเขียว = แรงซื้อมากกว่า
- แท่งแดง = แรงขายมากกว่า
- เส้นเหลือง DIF ตัดเหนือเส้นชมพู DEA = แรงซื้อเริ่มกลับมา
- เส้นเหลืองตัดลงใต้เส้นชมพู = แรงซื้อแผ่วลง
.
จากรูป BTC/USDT 1 วัน ตอนนี้ Histogram เป็นแท่งแดง และ DIF อยู่ใต้ DEA แปลว่าแรงระยะสั้นแผ่วลง สอดคล้องกับที่ MA มาชิดกัน
.
แล้วกราฟ BTC ในรูปนี้บอกอะไร?
.
ถ้าดูรวมกันทั้ง 2 ตัว กราฟนี้ขึ้นมาแรงช่วงปลายเดือน ก.ค. - ส.ค. แล้วตอนนี้ไม่ได้ทำ High ใหม่ แต่แกว่งออกข้างในกรอบ 82,239 - 84,898
.
ทรงนี้ภาษาเทรดเรียกว่า Sideways พักฐาน หลังจากขึ้นแรง มักจะพักเพื่อสะสมแรงก่อนเลือกทางต่อ ซึ่งหมายความว่า ต้องรอให้เบรกกรอบบนหรือล่างให้ชัดก่อน
.
พอดูเป็นแล้ว จะลองซื้อขายที่ไหน? บนแอป BINANCE TH ทำได้ในหน้าเดียวเลย
1. เปิดแอป > เลือกเหรียญ BTC/USDT > กดที่กราฟ
2. กดเปลี่ยน Timeframe ได้เลย เส้น / 15 นาที / 1 ชม. / 4 ชม. / 1 วัน
3. กดปุ่มด้านล่าง MA / EMA / BOLL / VOL / MACD / RSI เพื่อเพิ่มอินดิเคเตอร์
4. ดู Order Book แบบ Real-time ได้ และกดปุ่มเขียว ซื้อ / แดง ขาย ได้ทันที
.
มือใหม่แนะนำเริ่มที่เมนู Easy Buy/Sell ซื้อด้วยเงินบาท เริ่มต้นไม่ต้องเยอะก็ได้ พอคล่องแล้วค่อยไปใช้ Spot เพื่อตั้งราคาซื้อขายเองได้
.
อยากลองเปิดกราฟตามรูปนี้ ลองโหลดแอป BINANCE TH มาดูได้เลยครับ
.
📌สมัครใหม่ตอนนี้มี New User Mission ทำครบ 4 ขั้น รับสูงสุด 1,150 บาทเป็น BNB ด้วย
.
สมัครได้ที่ : accounts.binance.th/th/regis…
หรือกรอก Ref Code: STOCKDxBNTH1
.
รายละเอียดแคมเปญ : binance.th/th/campaign/NewUs…
.
#BinanceTH
.
*การลงทุนเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แอดแค่นำข้อมูลกิจกรรมมาแจ้งให้ทราบ
*สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขกิจกรรมก่อนตัดสินใจ
Stocker Day retweeted
EP.1 | เงินที่ไม่ควรมีอยู่
ติดตามตอนต่อไป 👀
.
#เงินที่ไม่ควรมีอยู่ #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
รอบนี้แอดแจกเอง เพราะอยากให้คนที่ตามเพจอยู่แล้ว ได้อะไรกลับไปมากกว่าคนทั่วไป
.
ไม่ต้องเคยเทรดมาก่อน ไม่ต้องดูกราฟเป็นก็ทำได้
.
📲 ทำแค่ 3 ขั้นนี้ง่าย ๆ รับสูงสุด 700-. ตามนี้เลย
1️⃣ สมัคร BINANCE TH ผ่านลิงก์ accounts.binance.th/th/regis… หรือใส่โค้ด STOCKDxBNTH1 ตอนสมัคร
2️⃣ ยืนยันตัวตน KYC เตรียมบัตรประชาชนไว้ ทำครั้งเดียวจบ
3️⃣ เทรดครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาทภายใน 1 - 31 ต.ค. 2026 คู่เหรียญใดก็ได้ ผ่าน Spot หรือ Easy Buy/Sell และต้องเทรด 500 ในไม้แรกไม้เดียวนะ
และแนะนำให้เทรดในช่วงดังนี้เพื่อรางวัลสูงสุด
รอบที่ 1 : 28 กันยายน 2569 - 4 ตุลาคม 2569 เวลา
รอบที่ 2 : 7 ตุลาคม 2569 - 13 ตุลาคม 2569
รอบที่ 3 : 16 ตุลาคม 2569. - 22 ตุลาคม 2569
รอบที่ 4 : 27 ตุลาคม 2569 - 2 พฤศจิกายน 2569
.
**ก่อนเทรดอย่าลืมไปกดปุ่ม "ทำภารกิจ" ในหน้าแคมเปญก่อนนะชื่อ Trade & Earn Series หรือเข้าไปที่ binance.th/th/campaign/Trade…
.
- ถ้าเทรดตรงตามรอบ จะได้รับ KAT มูลค่า 500 บาท (แต่ละรอบจำกัดสิทธิ์ 500 คน ถ้าไม่ทันต้องไปเทรดรอบใหม่นะ)
- ส่วน 50 คนแรกที่เปิด BINANCE TH ผ่าน ref แอด รับ KAT มูลค่า 200 บาทไปเลย อันนี้การันตีได้แน่นอน ถ้าทำตามกติกาครบถ้วน
.
รวมแล้วสูงสุด 700 บาท แต่เงื่อนไขของสองฝั่งไม่เหมือนกัน แอดแยกไว้ให้ครบใแล้ว
.
ติดตรงไหนทักแอดมาถามได้เลย🥰
Stocker Day retweeted
1st @AltierTrading mini matcha ขอบคุณ @MEXC_Thailand 💙🩵💚 ที่สปอนงับ ชิวๆ💚🍵🧡 ร้าน mate!cha!อร่อยมาก @berryy_654 ร้านพี่ชายย
Alt1er janitor tday @killstoryyy @stocker_day
@classicalism @SolanaInPajamas @0xairdropfarmer @MKrub8 @atk0805 @rvxlcdm @kamon_romravee #Alt1er
บ่ายนี้แวะไปเม้ามอยกับเหล่าเทพคริปโต พร้อมดื่มชากับกินขนมไปด้วย แอดชุดนอนได้ลองโกโก้นมโอ๊ตอร่อยเลยแหละ ชงโดยเจ้าของร้านสุดใจดี @berryy_654 จัดโดย @AltierTrading @MEXC_Thailand
EP.1 | เงินที่ไม่ควรมีอยู่
ติดตามตอนต่อไป 👀
.
#เงินที่ไม่ควรมีอยู่ #มรดก #การเงินครอบครัว #Stockerday
BINANCE TH เปิดกิจกรรม DCA Monthly Cashback Program ให้คนที่ตั้ง DCA รายเดือน รับเงินคืนสูงสุด 5% มูลค่ารวมสูงสุด 1,400 บาท
.
ระยะเวลากิจกรรม 1 สิงหาคม พ.ศ. 2026 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2027
.
แอดขอเล่าก่อนว่า DCA คือการทยอยซื้อเป็นงวด ๆ ด้วยจำนวนเงินเท่ากันทุกเดือน ข้อดีคือเราไม่ต้องเดาว่าวันนี้ราคาถูกหรือแพง เพราะเฉลี่ยต้นทุนไปตามเวลา
.
ซึ่งคนที่ตั้ง DCA ไว้อยู่แล้วจะได้เปรียบในกิจกรรมนี้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำอยู่เป็นปกติ ไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเพิ่ม
.
1️⃣ กดเข้าร่วมแคมเปญก่อน ที่ลิงก์ด้านล่าง หรือเข้า BINANCE TH App > Reward > เลื่อนหาแคมเปญ DCA Monthly Cashback Program
.
2️⃣ ตั้ง DCA ได้ที่ BINANCE TH App > Buy/Sell > DCA
.
3️⃣ เช็กเงื่อนไขในหน้ากิจกรรมก่อนทุกครั้ง เพราะเงินคืนสูงสุด 5% และยอดรวมสูงสุด 1,400 บาทนั้นมีเงื่อนไขกำหนดไว้ ไม่ใช่ทุกคนจะได้เต็มจำนวน
.
⚠️ จุดที่แอดอยากให้เข้าใจตรงกัน เงินคืน 5% นี้คิดจากยอดที่เข้าเงื่อนไขของกิจกรรม ไม่ใช่ผลตอบแทนรายปีจากการลงทุน เป็นสองเรื่องที่คนมักสับสนกัน
.
และ DCA เองก็ไม่ได้ลดความเสี่ยงของสินทรัพย์ที่เราซื้อ มันลดแค่ความเสี่ยงจากการเข้าผิดจังหวะ ถ้าสินทรัพย์นั้นราคาลงยาว DCA ก็ขาดทุนได้
.
กิจกรรมนี้ยาวถึงสิ้นปี 2027 เลยไม่มีอะไรต้องเร่ง ค่อย ๆ อ่านเงื่อนไขให้ครบก่อนตัดสินใจได้
.
📲 ลิงก์เข้าร่วมแคมเปญ
binance.th/th/campaign/DCAMo…
.
ส่วนใครที่ยังไม่มีบัญชี สมัครผ่านลิงก์นี้ได้
accounts.binance.th/th/regis…
หรือกรอก Ref Code: STOCKDxBNTH1
.
ถ้าสมัครไปแล้วแต่ลืมใส่โค้ด ใส่ย้อนหลังได้ภายใน 30 วันหลังทำ KYC ที่ More > Referral Program
.
#BinanceTH
.
*การลงทุนเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคล แอดแค่นำข้อมูลกิจกรรมมาแจ้งให้ทราบ
*สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต โปรดศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขกิจกรรมก่อนตัดสินใจ
ช่วงนี้เปิดดูอะไรก็ไม่ค่อยน่าเข้า ทองก็ย่อ บิตคอยน์ก็ย่อ หุ้นไทยก็เพิ่งลงมา
.
คำถามที่ตามมาคือตกลงควรย้ายเงินไปไว้ที่ไหน หรือควรอยู่เฉย ๆ ไปก่อน
.
พอดีลุงโฉลกวิเคราะห์สามตัวนี้ไว้ โดยใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด แอดเลยเอามาเรียงให้ดูทีละตัวครับ
.
❌ ทองคำ ยังไม่เกิดสัญญาณซื้อ
.
ตอนนี้ทองอยู่ในช่วงปรับฐานเป็นคลื่น A B C และจะแกว่งออกข้างในกรอบแคบไปอีกระยะ
.
แล้วอาจได้เห็นจุดสูงสุดใหม่ในช่วงปลายปี 2026 ถึง 2027
.
คำแนะนำคือรอให้ปรับฐานจบและเปลี่ยนเป็นเขียวรอบใหม่ก่อน ยังไม่ใช่จังหวะเข้า
.
📌 ส่วนภาพยาว ลุงโฉลกมองว่าทองคือที่เก็บรักษาความมั่งคั่ง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 10% ต่อปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่เสื่อมค่า และมีโอกาสไปถึงระดับ 40,000 ถึง 50,000 ดอลลาร์
.
สำหรับคนที่ยังไม่เห็นภาพ ราคาทองวันนี้อยู่ราว 4,100 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมเมื่อปลายเดือนมกราคมอยู่ราว 26%
.
❌ บิตคอยน์ เกิดสัญญาณแดงไปแล้ว
.
คำแนะนำสำหรับนักลงทุนทั่วไปตอนนี้คือนั่งทับมือรอ จนกว่ากราฟจะกลับมาเกิดสัญญาณเขียวรอบใหม่
.
ส่วนภาพยาวลุงโฉลกยังมองขาขึ้น ด้วยเหตุผลว่าระบบแฮ็กไม่ได้และมีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ และทุกครั้งที่ถูกนำไปใช้ในฟังก์ชันใหม่ ราคาจะพุ่งแรง
.
📌 และมองว่าตอนนี้ราคาทะยานขึ้นมาไกลมากแล้ว โอกาสที่จะร่วงกลับไปทำจุดต่ำสุดเดิมแบบในอดีตแทบไม่มีอีก
.
วันนี้ราคาบิตคอยน์อยู่ราว 82,600 ดอลลาร์ ซึ่งยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมอยู่ราว 35%
.
❌ หุ้นไทย เพิ่งเกิดสัญญาณขายทำกำไร
.
ดัชนีย่อลงมาหลังเกิดสัญญาณแดง แนะให้รอดูการสร้างฐานแบบยกตัว แล้วรอสัญญาณเขียววันใหม่ค่อยหาจังหวะเข้า
.
แต่ภาพยาวมองว่ายังเป็นขาขึ้นแรงมาก โดยกราฟระดับศตวรรษชี้ว่าไทยอยู่ที่จุดเริ่มของคลื่นลูกใหญ่ และเป้าที่คำนวณไว้คือระดับ 2,000 จุด
.
📌 จุดแข็งที่ลุงโฉลกให้น้ำหนักไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจในประเทศ แต่เป็นการเป็นผู้ผลิตอาหารในยุคที่โลกมีความขัดแย้ง ซึ่งสังเกตได้จากราคาข้าวและยางพาราในตลาดโลกที่ปรับขึ้นมาก
.
จากระดับดัชนีราว 1,578 จุด เป้า 2,000 จุดคือการขึ้นอีกราว 27%
.
สรุปสามตัวนี้คือยังไม่มีตัวไหนเขียวเลย🤣
.
ตัวที่เป็นเขียวอยู่คือ “ดัชนีดอลลาร์” ซึ่งลุงโฉลกให้รันเทรนด์ตามไปจนกว่าจะเปลี่ยนสี ส่วนอิดิเคเตอร์ที่แกชอบใช้ คือ CDC Action zone นะ เผื่อใครไม่รู้
.
ใครอยากดูแกเต็ม ๆ ไปดูได้ที่ วิเคราะห์สด ! ทองคำถึงจุดกลับตัว ? (ลุงโฉลก สัมพันธารักษ์)






















