101 PUB - 101 Public Policy Think Tank ศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลง | ชมเว็บไซต์ https://xitter.cf/t.co/pdGTIpmwCY

Bangkok, Thailand
Joined March 2022
:: คนไทยมีงานทำ แต่ค่าจ้างย่ำอยู่กับที่ รายได้เฉลี่ย 82 บาทต่อชั่วโมง :: ในรอบสิบปีที่ผ่านมา ตัวเลขที่ดีของประเทศไทยด้านเศรษฐกิจคือการว่างงานที่ต่ำมาก ช่วงปี 2015-2024 ไทยมีอัตราว่างงานเฉลี่ยเพียงร้อยละ 1.21 เทียบง่ายๆ คือในกลุ่มคนไทยที่อยากทำงาน 100 คน มีงานทำถึง 99 คน แต่งานที่ได้ทำเหล่านั้นอาจยังไม่สามารถยกระดับชีวิตของคนทำงานได้ เพราะค่าจ้างของคนไทยวนเวียนไม่เพิ่มขึ้นเสียที ปี 2015 รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 78 บาท/ชั่วโมง ปี 2020 และ 2023 ขยับขึ้นไปสูงสุดที่ 87 บาท/ชั่วโมง ปี 2024 กลับลดลงมาเหลือ 82 บาท/ชั่วโมง ยังห่างไกลจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ต้องเพิ่มรายได้เฉลี่ยของคนไทยขึ้นไปเป็น 117 บาท/ชั่วโมง ภายในปี 2030 การยกระดับค่าจ้างในประเทศไทยมีหลายปัญหาซ้อนกันอยู่ ทั้งจากการที่แรงงานไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่นอกระบบ มีการทำงานต่ำระดับ (Underemployment) เมื่อค่าครองชีพสูงขึ้นแต่รายได้ปรับตามไม่ทัน แรงงานจำนวนมากจึงเผชิญแรงกดดันทางการเงิน จับจ่ายใช้สอยเพื่อตัวเองและครอบครัวได้ลำบากขึ้น เป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงจึงต้องเริ่มจากการยกระดับงานของคนไทยให้สร้างมูลค่าสูงขึ้นและทำให้คนไทยมีรายได้สูงขึ้นไปพร้อมกัน โจทย์ของรัฐบาลไม่ใช่เพียงทำให้คนไทยมีงานทำ แต่งานเหล่านั้นต้องช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดูแลตัวเองและครอบครัวได้ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจปรับตัว เติบโต ออกไปแข่งขันกับโลก อ่านต่อได้ที่ 101pub.org/stagnant-thai-wag… #RewriteThailandsSustainableDevelopment #สภาพัฒน์ #101PUB #The101World #วันโอวัน
7
2
235
ปัจจุบัน คนธรรมดาหาเช้ากินค่ำต่างถูกเอาเปรียบมากขึ้นเพราะมีอำนาจต่อรองต่ำ แต่เครื่องมือเพิ่มอำนาจต่อรองอย่างสหภาพแรงงานเป็นสิ่งที่เข้าไม่ถึงประชาชนกว่าครึ่งประเทศ และหากต้องการจัดตั้ง หรือ เข้าร่วมสหภาพก็จะถูกแทรกแซงอย่างง่ายดาย จนการรับรู้ถึงการมีอยู่ของสหภาพแรงงานค่อย ๆ หายไปจากความคิดของผู้คน . 101 PUB ขอชวนทุกท่านสำรวจกลไกทางสถาบันที่ทำให้สหภาพแรงงานไทยอ่อนแอที่สุดในโลก และขอชวนจินตนาการถึงความเป็นไปได้ที่ทั้งสังคมจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหากมีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็ง . อ่านเพิ่มเติม: 101pub.org/labor-union/ . วิจัย: พิชชานันท์ ศรีสวัสดิ์ ภาพประกอบ: วนา ภูษิตาศัย และปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล
10
4
210
:: ครัวเรือนไทย 86% ใช้เชื้อเพลิงและเทคโนโลยีสะอาด แต่กลุ่มยากจนมากเข้าถึงแค่ครึ่งเดียว :: คนไทยใช้เชื้อเพลิงและเทคโนโลยีสะอาดในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น หนึ่งในภาพที่หลายคนคุ้นตาทั้งตามบ้านเรือนและร้านอาหาร คือการใช้แก๊สหุงต้มแทนการใช้เชื้อเพลิงดั้งเดิมอย่างถ่านและฟืนในการประกอบอาหาร โดยภาพรวมในปี 2022 สัดส่วนครัวเรือนที่พึ่งพาเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีสะอาดเป็นหลัก อยู่ที่ร้อยละ 86.3 เพิ่มขึ้นจากปี 2019 ที่ร้อยละ 84.3 แต่เมื่อดูรายละเอียด ครัวเรือนแต่ละกลุ่มกลับเข้าถึงเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีสะอาดได้ไม่เท่ากัน แบ่งตามรายได้จะเห็นชัด ในปี 2022 กลุ่มครัวเรือน 'ร่ำรวยมาก' มีอัตราส่วนการใช้เชื้อเพลิงและเทคโนโลยีสะอาดเป็นหลัก สูงถึงร้อยละ 100 กลุ่มฐานะปานกลางร้อยละ 92.6 ขณะที่กลุ่ม 'ยากจนมาก' ใช้ไม่ถึงครึ่ง หรือเพียงร้อยละ 49 ลดลงจากร้อยละ 51.2 ในปี 2019 การเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงสะอาดเป็นเรื่องที่มีต้นทุนซึ่งคนแต่ละกลุ่มแบกรับได้ไม่เท่ากัน จึงเป็นความท้าทายของรัฐว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่แค่ทำให้คนไทยใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น แต่ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้เท่าเทียมกันมากขึ้นด้วย อ่านต่อได้ที่ 101pub.org/clean-energy-gap/ #RewriteThailandsSustainableDevelopment #สภาพัฒน์ #101PUB #The101World #วันโอวัน
1
70
:: คนไทย 95% อยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณ 5G คว้าโอกาสจาก ‘เน็ตแรง’ อย่างไรให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น? :: จะอยู่กลางกรุงหรืออยู่บนยอดดอย วันนี้หันไปทางไหนก็เห็นคนไทยใช้อินเทอร์เน็ต และจำนวนมากใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ส่วนสำคัญมาจากการวางโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมที่ทำให้สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะคลื่นสัญญาณ 5G ที่เรียกได้ว่าเร็วแรงแทบที่สุดในยุคนี้ สัญญาณ 5G ครอบคลุมประชากรร้อยละ 75.7 ในปี 2021 และเพิ่มเป็นร้อยละ 95 ในปี 2024 เข้าใกล้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 9 ด้านอุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ที่ต้องไปถึง 100% ภายในปี 2030 แต่ความครอบคลุมของสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องหนึ่ง การใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตก็เป็นอีกเรื่อง ไทยจะต่อยอดจากจุดแข็งนี้ให้เกิดผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจมากขึ้นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของรัฐได้สะดวกขึ้นผ่านระบบที่เสถียร การยกระดับทักษะด้านเทคโนโลยีของคนไทย ตั้งแต่ทักษะพื้นฐานจนถึงทักษะระดับสูงที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัล ประเทศไทยต้องคิดใหม่ทำใหม่เพื่อให้ศักยภาพของคนไทยก้าวทันและก้าวหน้าทะลุเพดานไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรารับมาใช้ เพื่อในวันหนึ่งเราจะไม่ได้แค่อวดชาวโลกว่าอินเทอร์เน็ตประเทศไทยแรงติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่จะภูมิใจว่าการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างทั่วถึงเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ทำให้คนไทยสร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจริงในทุกพื้นที่ อ่านต่อได้ที่ 101pub.org/leveraging-5g-bet… #RewriteThailandsSustainableDevelopment #สภาพัฒน์ #101PUB #The101World #วันโอวัน
1
68
ระบบสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กเล็ก แค่เพิ่ม #สิทธิลาคลอด ยังไม่จบ เพราะอะไร? ปัญหาอยู่ที่เราจะทำอย่างไรกับ ‘ช่องว่าง’ ช่วงที่สิทธิลาคลอดของพ่อแม่หมดแล้ว แต่ศูนย์เด็กเล็กของรัฐยังไม่สามารถรับลูกไปดูแลได้ อย่างที่ทราบว่าสิทธิลาคลอดของไทยตอนนี้อยู่ที่ 120 วัน หรือประมาณ 4 เดือน แม้เพิ่มเป็น 180 วันเพื่อให้สอดรับกับช่วงเวลาที่เด็กควรได้รับนมแม่ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ เด็กก็ยังอายุแค่ 6 เดือน ในขณะที่ศูนย์เด็กเล็กของรัฐส่วนใหญ่รับเด็กตั้งแต่ 2-3 ขวบ นั่นหมายความว่ามีช่วงเวลาประมาณ 1-2 ปีเศษที่พ่อแม่ต้องกลับไปทำงาน แต่ไม่สามารถฝากลูกไว้ที่ศูนย์เด็กเล็กได้ ครอบครัวจึงต้องแก้ปัญหากันเอง เช่น ฝากญาติให้ช่วยเลี้ยง จ้างพี่เลี้ยง หรือส่งลูกเข้าเนอสเซอรีซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง บางครอบครัวแม่ต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก ดังนั้นหากรัฐต้องการให้คนมีลูกมากขึ้น แค่พูดกระตุ้นยังไม่พอ รัฐจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศการเลี้ยงเด็กที่ช่วยให้พ่อแม่เลี้ยงดูได้อย่างมีคุณภาพและไม่สร้างความยากลำบากแก่พวกเขาเกินไป ไม่ว่าจะเป็น - ปิดช่องว่างการเลี้ยงดูเด็ก ออกแบบสิทธิลาคลอด (เช่น ขยายเป็น 180 วัน) โดยคำนึงถึงเกณฑ์อายุขั้นต่ำของสถานรับเลี้ยงเด็ก และรัฐอาจพิจารณาปรับอายุขั้นต่ำในการรับเด็กเล็กให้ลดลงเป็น 2 ปีในทางปฏิบัติ - ยกระดับคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของรัฐ ปรับเวลาเปิด-ปิดให้สอดคล้องกับเวลาการทำงานของพ่อแม่ - ผลักดันให้บ้านรับเลี้ยงเด็ก (home-based child care) เข้าสู่ระบบมาตรฐานของรัฐที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับบริบทไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกการเลี้ยงดูเด็กอย่างปลอดภัยและราคาเอื้อมถึง - ทำให้เงินอุดหนุนเด็กเล็ก 600 บาท/เดือน เป็นแบบถ้วนหน้า เพื่อลดภาระของครอบครัว
1
13
5
769
ดูบทความเพิ่มเติม การเติมเต็มช่องว่างการดูแลเด็กเล็ก 👉เงินอุดหนุนถ้วนหน้า: หยุดเด็กตกหล่นเพราะคัดกรอง สู่โอกาสฝ่าวิกฤตประชากรร่วมกัน 101pub.org/universal-child-s… 👉มาตรฐานบ้านรับเลี้ยงเด็กยืดหยุ่น: เพิ่มทางเลือก คงคุณภาพ ให้พ่อแม่ฝากลูกอย่างอุ่นใจ 101pub.org/home-based-childc… 👉บ้านรับเลี้ยงเด็กเล็ก: พื้นที่นอกสายตารัฐที่ประคองครอบครัวเปราะบางกลางเมืองใหญ่ kidforkids.org/home-based-ch…
39
:: ผู้หญิงไทยวัยทำงาน 82% อยู่ในตลาดแรงงาน แต่ยังทำงานบ้าน-งานดูแลมากกว่าผู้ชายเกิน 3 เท่า :: ทุกวันนี้ผู้หญิงจำนวนมากทำงานนอกบ้านเช่นเดียวกับผู้ชาย แต่ผู้หญิงยังต้องรับภาระงานในบ้านและงานดูแลคนในบ้านที่ไม่มีค่าตอบแทน (Unpaid work) มากกว่าผู้ชาย องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) รายงานว่าในปี 2018 ผู้หญิงไทยอายุ 5 ปีขึ้นไปใช้เวลาร้อยละ 11 ของวันไปกับงานบ้านและการทำงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ใช้เวลาเพียงร้อยละ 3.3 ต่างกันเกิน 3 เท่า งานบ้านและงานดูแลเป็นงานหนัก ไม่ได้ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าหรือความเครียดเท่านั้น แต่ยังซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำ ในครอบครัวที่ยากจนผู้หญิงมักเป็นคนที่ต้องออกจากงานมาดูแลคนในบ้าน ส่งผลให้ขาดโอกาสเติบโตในอาชีพ รายได้ที่ควรเก็บไว้ใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิตก็น้อยลงตามไปด้วย ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องทบทวนว่าระบบที่มีอยู่ตอบโจทย์ผู้ให้การดูแล (Caregiver) อย่างเพียงพอหรือยัง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังก้าวสู่ ‘สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์’ และจะออกแบบระบบใหม่อย่างไรเพื่อให้งานดูแลเป็นการดูแลร่วมกันของคนในสังคม ไม่ใช่การผลักภาระให้เพศใดหรือใครเพียงลำพัง อ่านต่อได้ที่ 101pub.org/thai-women-unpaid… #RewriteThailandsSustainableDevelopment #สภาพัฒน์ #101PUB #The101World #วันโอวัน
38
1
16
3,028
:: 5 ปี คิด for คิดส์ กับภารกิจออกแบบนโยบายเด็กและครอบครัวแห่งอนาคต :: โลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนเร็วและเปลี่ยนแรง โดยเฉพาะในเรื่องที่กระทบต่อชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย เช่น เมื่อ AI เข้ามาอยู่ในกระบวนการการเรียนรู้ของเด็ก เราจะใช้ให้เป็นประโยชน์และลดความเสี่ยงอย่างไร เมื่อรูปแบบครอบครัวไทยหลากหลายขึ้น รัฐและสังคมควรสร้างระบบดูแลแบบไหนเพื่อไม่ให้ใครตกหล่น เมื่อโลกรวนรุนแรงขึ้น เด็กและครอบครัวไทยจะตั้งรับและปรับตัวอย่างไร ในโลกแบบนี้ การออกแบบนโยบายเพื่อรับมือต่อความท้าทายและสร้างโอกาสใหม่ๆ สู่อนาคตของคนรุ่นถัดไป ยิ่งต้องคิดใหม่ ทำใหม่ เป็นที่มาของปฏิบัติการ ‘คิด for คิดส์’ (Kid for Kids) หรือ ศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2021 ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว (สำนัก 4) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้วยหลักคิดในการออกแบบนโยบายเรื่องเด็กว่า เด็กเป็นสาเหตุและเป็นผลลัพธ์ของระบบนิเวศที่เขาอาศัยอยู่ การจะเข้าใจเด็กหนึ่งคนจึงต้องมองให้เห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเขา ตลอด 5 ปี คิด for คิดส์ ผลิตผลงานวิชาการเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัว และการเรียนรู้ อย่างหลากหลายและอย่างต่อเนื่อง หลายผลงานนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย หลายผลงานถูกนำไปอ้างอิงเป็นแหล่งความรู้ของสังคม งานวิจัยและนักวิจัยเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ความมุ่งหมายคือชุดความรู้จากผลงานเหล่านี้จะเป็น ‘ฐาน’ สนับสนุนทางวิชาการที่องค์กรขับเคลื่อนต่างๆ สามารถนำไปใช้เพื่อสร้างสังคมไทยที่ดีกว่าเดิมสำหรับเด็กและเยาวชนไทย เพราะโลกสร้างเด็ก และเด็กสร้างโลก หากเราออกแบบโลกรอบตัวเด็กให้ดี เด็กก็จะออกแบบประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้นเช่นกัน อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ 101pub.org/5-years-kid-for-k…
1
82
:: ปี 68 คนจนลดลงเหลือ 2.3 ล้านคน แต่ปัญหาเด็กยากจนยังสาหัส :: . แม้คนจนของประเทศไทยลดลงจาก 3.4 ล้านคนในปี 2024 เหลือ 2.3 ล้านคนในปี 2025 (พ.ศ. 2568) แต่ปัญหาหนึ่งที่ซ่อนอยู่คือเด็กยังยากจนมากกว่าคนกลุ่มอื่น . ในปี 2025 อัตราความยากจนของเด็กเล็ก (อายุ 0-5 ปี) อยู่ที่ 8.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทุกกลุ่มอายุเกือบ 3 เท่า . เป้าหมายที่ไทยต้องการขจัดความยากจนจะมีโอกาสบรรลุได้มากน้อยแค่ไหน หากผู้กุมอนาคตของประเทศอย่างเด็กและเยาวชนยังต้องเริ่มต้นชีวิตอย่างขาดแคลน ไม่สามารถเติบโตได้ตามศักยภาพ และเสี่ยงติดอยู่ในกับดักความยากจนที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น . การสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมเป็นภารกิจสำคัญที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าให้มีอย่างเพียงพอและทั่วถึงกว่าเก่า เพื่อรับประกันว่าเด็กทุกคน ไม่ว่าเกิดมาในครอบครัวยากดีมีจน จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขั้นพื้นฐานและได้แสวงหาความก้าวหน้าตามศักยภาพ โดยไม่รู้สึกว่าไกลเกินฝัน . #RewriteThailandsSustainableDevelopment #สภาพัฒน์ #101PUB #The101World #วันโอวัน
1
8
4
216
:: ทบทวนกรอบการดำเนินนโยบายด้านเด็กและครอบครัว: ทำอย่างไรให้ประเด็นเด็กและครอบครัวเป็น ‘วาระทางการเมือง’ :: . ปัจจุบัน เด็กและครอบครัวไทยเผชิญความท้าทายสองระดับที่ซ้อนทับกัน ในระดับโลก ได้แก่ โลกรวน ความขัดแย้งความรุนแรง และการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และในระดับโครงสร้างภายในประเทศ ได้แก่ สังคมสูงวัยสมบูรณ์ ความเหลื่อมล้ำด้านทักษะของเด็กและเยาวชน โดยความท้าทายข้างต้นปรากฏเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นแล้วทั้งด้านสุขภาพใจและสุขภาพกาย . จากการวิเคราะห์เพิ่มเติมผ่านกรอบ COM-B พบว่า ตัวแสดงแต่ละกลุ่มเผชิญข้อจำกัดทั้งในระดับโครงสร้างและแรงจูงใจที่ต่างกัน ภาคประชาสังคมและนักวิจัยมีความสามารถสูง แต่ขาดโอกาสและแรงจูงใจทางการเมือง เพราะประเด็นเด็กยังไม่เป็นวาระเลือกตั้ง และยังไม่มีองค์กรร่ม (peak body) ที่มีพลังต่อรอง ผู้กำหนดนโยบายระดับปฏิบัติมีทั้งความสามารถและแรงจูงใจ แต่ติดข้อจำกัดด้านโอกาส และงบแยกหมวดไม่ยืดหยุ่น ส่วนครอบครัวและเยาวชนเผชิญข้อจำกัดมากที่สุด ทั้งช่องว่างเชิงอำนาจ และความเชื่อมั่นทางการเมืองที่เสื่อมถอย . ข้อเสนอตามกรอบ COM-B ยึดหลักร่วมสี่ข้อ คือ เริ่มจากปลายทางการส่งมอบขึ้นไปสู่ส่วนกลาง ผูกงบประมาณกับผลลัพธ์ต่อเด็ก เปลี่ยนกติกาก่อนเพิ่มโครงการ และทำให้แรงจูงใจที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ทำงานได้ภายในระบบ . ข้อเสนอดังกล่าวควรมีขับเคลื่อนแบ่งเป็นสามระยะ ได้แก่ . ⚪ ระยะ 'ไข่ขาว' (ปีที่ 1-2) เน้นมาตรการที่ประชาชนเห็นผลเร็วและการปลดล็อกระเบียบที่ทำได้ด้วยอำนาจฝ่ายบริหาร 🧩 ระยะ 'วางโครงสร้าง' (ปีที่ 3-4) ตั้งเจ้าภาพระดับชาติและนำร่อง Child Data Spine 3 จังหวัด 🟡 ระยะ 'ไข่แดง' (ปีที่ 4 ขึ้นไป) ผลักดันกฎหมายเพดานงบเด็กและการกระจายอำนาจการคลัง สำหรับ สสส. บทบาทที่เหมาะสมในระยะต่อไปคือเป็นตัวกลางเชื่อมส่วนกลางกับพื้นที่ ผู้สร้างหลักฐาน และผู้ประคองแนวร่วมข้ามรัฐบาล . คิด for คิดส์ โดยความร่วมมือของ สสส. กับ 101 PUB ชวนอ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่ 101pub.org/child-and-family-… . วิจัย: กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ, เจณิตตา จันทวงษา และสุวิชา พิทักษ์กาญจนกุล ภาพประกอบ: ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล ดูน้อยลง
1
1
242
:: คนไทย 6 ล้านคนต้องเจอภัยพิบัติต่อปี ต้องทำอย่างไรเพื่อลดความสูญเสียจากภัยพิบัติ? :: แม้ไทยมีการจัดทำแผนและยุทธศาสตร์เพื่อรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ในทางปฏิบัติ การลดความสูญเสียจากภัยพิบัติยังเป็นโจทย์ที่ท้าทาย สะท้อนผ่านจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบที่ยังไม่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ภายในปี 2573 ไทยควรลดจำนวนผู้เสียชีวิต สูญหาย และผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยพิบัติ ทั้งอุทกภัย อัคคีภัย วาตภัย และภัยแล้ง ให้น้อยกว่า 3,396 คนต่อประชากร 100,000 คน แต่ล่าสุดปี 2568 ตัวเลขนี้อยู่ที่ 10,324 คน สูงกว่าเป้าหมายราว 3 เท่า กล่าวให้เห็นภาพคือคนไทยทุก 10 คน เป็นผู้ประสบภัย 1 คน คนไทย 60 ล้านคน เป็นผู้ประสบภัย 6 ล้านคน จึงเป็นความท้าทายของรัฐที่ต้องคิดใหม่-ทำใหม่ ยกระดับการรับมือภัยพิบัติให้เท่าทันวิกฤตโลกรวนที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อลดความสูญเสียของประชาชนให้ได้มากที่สุด อ่านต่อได้ที่ 101pub.org/thailand-disaster… #สภาพัฒน์ #101PUB #วันโอวัน #The101World #RewriteThailandsSustainableDevelopment
1
90
ถ้าโรงพยาบาลเอกชนเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของระบบสุขภาพไทย กติกาแบบไหนจะทำให้ทั้งผู้ป่วยและโรงพยาบาลได้ประโยชน์? . โรงพยาบาลเอกชนเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขยายโอกาสการรักษาให้คนไทย และยังมีศักยภาพที่จะทำได้มากกว่านี้ แต่ตลาดที่กลไกไม่สมบูรณ์ อาจนำไปสู่การรักษาและค่าบริการที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นจริง ซึ่งกระทบตั้งแต่ค่าใช้จ่ายการรักษาของผู้ป่วย และการใช้ทรัพยากรของรัฐให้ตรงกับความต้องการทางสุขภาพ (health needs) . โจทย์ของรัฐและเราในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ควบคุม แต่คือการออกแบบแรงจูงใจและกติกาใหม่ ให้โรงพยาบาลเอกชนเติบโตไปพร้อมกับการเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่เป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกคน . ขอชวนร่วมรับฟังข้อค้นพบจากงานวิจัยล่าสุดของ 101 PUB ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบามรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พร้อมเสวนาต่อยอดจากงานวิจัย ในงานเสวนาสาธารณะ ‘แนวทางส่งเสริมและกำกับดูแลโรงพยาบาลเอกชน เพื่อระบบสุขภาพที่เป็นธรรม’ . 🗓 อังคารที่ 20 ตุลาคม 2026 เวลา 13:30-16:00 น. 📍ณ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) อาคาร SM Tower ชั้น 34 (BTS สนามเป้า) 🔴 ถ่ายทอดสดทาง Facebook: 101 PUB และ The101.world และทาง YouTube: The101world . รายละเอียดเพิ่มเติม: 101pub.org/hsri-public-forum… . ลงทะเบียนร่วมงาน: forms.gle/BapfkcEFJuBx88hv9
123
:: ความท้าทายของเด็กและเยาวชนไทยที่เติบโตในท่ามกลางวิกฤตโลกรวน :: . จากงานวิจัยชิ้นนี้พบว่า ข้อเสนอที่เร่งด่วนที่สุด คือ การกำหนดสิทธิของเด็กและเยาวชนในวิกฤตภูมิอากาศไว้ในกฎหมาย พร้อมทั้งกำหนดให้การประเมินผลกระทบต่อสิทธิเด็ก (child rights impact assessment) เป็นข้อบังคับก่อนการออกกฎหมาย นโยบาย แผนงาน และการจัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ . นอกจากนี้ รัฐควรพิจารณามิติอื่นๆ ทั้งมิติสุขภาพ และการศึกษาเพิ่มเติม โดยตระหนักถึง ‘เด็กและเยาวชน’ ในฐานะประชากรกลุ่มหนึ่งที่เผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงกว่าผู้ใหญ่ . คิด for คิดส์ โดยความร่วมมือของ สสส. กับ 101 PUB ชวนอ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่ kidforkids.org/child-and-you… . วิจัย: รพีพัฒน์ อิงคสิทธิ์ และกนกพร กลิ่นเกลา ภาพประกอบ: ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล
88
เมื่ออินเทอร์เน็ตแพร่หลาย ‘พนันออนไลน์’ ทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงการพนันได้ง่ายขึ้น จนเติบโตและแพร่ระบาดอย่างหนักในสังคมไทยปัจจุบัน . งานวิจัยชิ้นนี้ค้นพบว่า กลยุทธ์ของผู้ประกอบการพนันออนไลน์ในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 🎰 กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาเล่น 🎰 การออกแบบเว็บพนันเพื่อดึงดูดให้ผู้ที่เล่นพนันอยากจะเล่นมากขึ้น เล่นเสี่ยงขึ้น และเดิมพันด้วยเงินที่สูงขึ้น . ทั้งนี้ โจทย์พนันออนไลน์จึงยังเป็น 'พื้นที่สีเทา' ที่ยังมีช่องว่างให้ทำการศึกษาเข้าใจอีกมาก เพราะต้องทำความเข้าใจวิธีคิด-สิ่งที่ผู้เล่นพนันต้องเผชิญ เพื่อทำให้มาตรการรับมือกับพนันออนไลน์มีความแหลมคม ใช้เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้เล่นพนันได้จริง . 101 PUB ร่วมกับ สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ชวนอ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่ 101.pub.org/dark-nudge-onlin… . วิจัย: กัลป์ กรุยรุ่งโรจน์ ภาพประกอบ: ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล . #101PUB #พนันออนไลน์ #ผีพนัน #ปั่นสล็อต #ยิงปลา
4
5
332
:: สิ่งที่หวัง VS สิ่งที่ได้ การตรวจสอบ กกต. ยังห่างไกลจากหลักการที่ควรเป็น :: บทบาทของ กกต. ถูกคาดหวังให้จัดการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทว่าการทำหน้าที่ของ กกต. โดยเฉพาะการตีความกฎระเบียบต่างๆ หลายครั้งกลับค้านสายตาและสวนทางกับการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่าการที่ กกต. เป็นองค์กรอิสระ ส่งผลให้ไม่ถูกแทรกแซงจริงหรือไม่? ในขณะที่ กกต. ตรวจสอบคนอื่นได้ แล้วใครตรวจสอบ กกต.? ศาลรัฐธรรมนูญในฐานะผู้วินิจฉัยความขัดกันระหว่างกฎหมายสูงสุดกับกฎหมายต่างๆ ถูกคาดหวังให้เป็นที่พึ่งในการตรวจสอบ กกต. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเกือบ 30 ปีนับแต่กำเนิด กกต. กลับดูสวนทางกับความคาดหวัง แทนที่ กกต. จะเป็นองค์กรอิสระเพื่อปฏิบัติภารกิจเฉพาะด้านอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ถูกการเมืองครอบงำ ในความเป็นจริง กกต. กลับเป็น ‘อิสระจากประชาชน’ ขณะที่การตรวจสอบโดยศาลรัฐธรรมนูญก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ กกต. ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจของตัวเองและรับผิดชอบต่อประชาชน อ่านบทความเพิ่มเติม ‘ทำ(ยัง)ไม่ถึง: ศาลรัฐธรรมนูญกับความพยายามตรวจสอบ กกต.’ โดย เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง และ ชวกร ลัญจนเสถียรชัย 101pub.org/constitution-elec…
5
2
131
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรามักได้เห็นข้อมูลว่าคนไทยมีปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะแย่ลงต่อเนื่อง แม้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในจิตใจ แต่ปัญหาสุขภาพจิตไม่ได้มีต้นตอจากปัญหาระดับบุคคลเท่านั้น แต่เป็นผลของสภาพสังคมที่เราอาศัยอยู่ การแก้ปัญหาบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าสุขภาพจิตเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคล จึงเป็นแนวทางที่ขาดประสิทธิภาพและไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน รัฐควรมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพจิตด้วย ไม่ใช่เพียงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหา แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และประเทศ ปัญหาสุขภาพจิตจึงเป็นปัญหาเชิงนโยบายที่อาจแก้ได้ด้วยการมีนโยบายที่ดี ในบทความนี้ คิด for คิดส์ โดยความร่วมมือของ สสส. กับ 101 PUB จึงขอนำเสนอข้อมูลโดยคร่าวเกี่ยวกับภาระของโรคจิตเวชในสังคมไทย และการลงทุนของภาครัฐในการจัดการและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตว่าได้สัดส่วนกันมากน้อยเพียงใด อ่านบทความฉบับเต็ม: 101pub.org/mental-health-cri… . เรื่อง: ธนกฤต สำราญกมล ภาพประกอบ: วนา ภูษิตาศัย
1
88
:: ทบทวนพลวัตกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: สองทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงและแข่งขันของสุราในประเทศไทย :: . โครงสร้างตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยมีลักษณะผูกขาด ซึ่งเกิดขึ้นจากการออกแบบกฎหมายและข้อบังคับที่เป็นอุปสรรค ทำให้มีผู้เข้ามาแข่งขันในตลาดได้ยาก . การต่อสู้และต่อรองผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มเกิดขึ้นนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2540 จนเกิดการแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ในปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา . ทว่า แม้จะแก้กฎหมายหลักแล้ว แต่กฎเกณฑ์แวดล้อมในกฎหมายอื่นๆ ยังคงอยู่เป็นอุปสรรค ทั้งกฎเกณฑ์ด้านโฆษณา ภาษีระหว่างรายใหญ่และรายย่อย และความกังวลเกี่ยวกับสุขภาวะทางสังคม . 101 PUB ร่วมกับสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ชวนอ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่ 101pub.org/alcohol-producer-… . วิจัย: สรงกรณ์ เตชวณิชย์พงศ์ ภาพประกอบ: ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล
103
การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ดื่มในประเทศไทยเกิดขึ้นภายในบ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวมากที่สุด สัดส่วนสูงถึงร้อยละ 82 งานวิจัยชิ้นนี้ได้พัฒนา ‘บันทึกการดื่ม’ บนแอปพลิเคชันไลน์ ให้ผู้ดื่มเลือกบันทึกได้ตามรูปแบบที่สะดวก พบว่าในกลุ่มผู้เข้าร่วม การดื่มส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวงสังคมขนาดเล็ก โดยการดื่มคนเดียวเกิดขึ้นบ่อยที่สุด การดื่มเดียวดายไม่ได้เท่ากับการหลีกหนีสังคมเสมอไป บางคนดื่มเพื่อผ่อนคลาย ทบทวนตัวเอง หรือชดเชยความโดดเดี่ยว แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นการดื่มตามกิจวัตรโดยขาดสติ ขณะเดียวกันภาระงานทำให้บางคนดื่มหนักสะสมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ ส่วนการดื่มกับคนสนิทก็เพื่อเชื่อมสัมพันธ์และดูแลทางจิตใจระหว่างกัน ซึ่งสภาพเช่นนี้นำไปสู่ภาวะย้อนแย้งของแอลกอฮอล์กับการดูแล เพราะยิ่งดื่มเพื่อดูแลจิตใจของตนเองหรือจิตใจของผู้อื่นมากเท่าไร ก็ยิ่งเสี่ยงดื่มหนักขึ้น จึงเป็นความท้าทายของมาตรการควบคุมเชิงกฎหมายและการจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สาธารณะของไทย ว่ามาตรการเหล่านั้นอาจส่งผลให้การดื่มย้ายเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว ซึ่งลดอำนาจในการควบคุมตนเองของผู้ดื่ม และซ้ำเติมภาวะความโดดเดี่ยวในชุมชนเมือง 101 PUB ร่วมกับ สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. ชวนอ่านงานวิจัยฉบับเต็มที่ 101pub.org/drink-diary-full-… วิจัย: สรัช สินธุประมา ภาพประกอบ: ปทิตตา วาสนาส่งชูสกุล
110