Pinned Tweet
Replying to @SIQHEART
ไม่ใช่แค่คนปักปากกาครับ คนลดน้ำหนักไวๆ อะซิโตนขับออกทางลมหายใจ บวกร่างกายเครียด เริ่มมีค่าอักเสบ ภูมิต่ำ ฟุตฟิต ภูมิแพ้มา และสุดท้ายเป็นทอนซิลสโตนบวกไปอีก กลิ่นปากก็มา s.shopee.co.th/8fT1cU9wyr
Jukepod retweeted
แม่ Cate Blanchett แม่ก็คือแม่ ฟังแล้วน้ำตาปริ่ม 🥹 คำพูด น้ำเสียง โทนเสียง การเว้นววรค การหยุดหายใจ การวางจุดที่สายตามอง สีหน้า เสื้อผ้าหน้าผม ทุกสิ่ง ความ elegance ราชนิกูล อยากกราบ Her Majesty เว่อ มายควีน กาลาเดรียล เอลิซาเบธ forever
"The world is changed. I feel it in the water. I feel it in the earth. I smell it in the air. Much that once was is lost, for none now live who remember it." อิเชี่ย คิดถึงมิดเดิลเอิร์ธ
May it be a light to you in dark places, when all other lights go out.
สาธุ สาธุ สาธุ หนูรักแม่เคต
Jukepod retweeted
ผู้ชายที่ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีโดยที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะตอนเด็ก ๆ เห็นพ่อทำร้ายแม่ ตอนนั้นรู้สึกผิดที่ตัวเองช่วยอะไรแม่ไม่ได้เพราะยังเด็กมากพอโตขึ้นเลยเลือกใช้เสียงของตัวเองเพื่อเด็ก ๆ และผู้หญิงอีกหลายล้านคนที่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครองครัว 🥹
RIP patrick stewart 🤍
Jukepod retweeted
Replying to @cafedephai1993
สมองคิดได้แค่นี้จริง ๆ ดิ?
ประเด็นคือกำลังพูดถึงการคุกคามทางเพศ แต่คุณกลับรีบยกพฤติกรรมของผู้หญิงบางคนมาเป็นเกราะป้องกันเพศตัวเอง ถ้าผู้หญิงทำเคสไหนก็ประณามผู้หญิงไปได้เลย ทุกวันนี้เวลาชั้นเห็นชั้นก็ด่า ไม่ใช่เอามาเป็นข้ออ้างให้ผู้ชายทำแล้วบอกว่ามันทำได้
แล้ว % การกระทำและสัดส่วนผู้เสียหายมันเท่ากันจริงหรือเปล่า? การที่คนสองเพศมีคนทำผิดเหมือนกัน ไม่ได้แปลว่ามีอัตราการกระทำเท่ากันปะวะ
สถิติประวัตศาสตร์โลกมีผชกี่คนโดนผญคุกคามตามstalk ตามไปถึงบ้านแล้วฉุดข่มขืนอะ
Jukepod retweeted
ฮืออ ชอบมากๆ 🥹😂
“จงใช้ชีวิตในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่
เพราะชีวิตคือของขวัญ
อันงดงามเเละไม่มีสิ่งใดในชีวิตที่ดูเล็กน้อยเลย ”
โครตจริง อยากทำอะไร กินอะไร ไปที่ไหน ไปเหอะ
ใช้ชีวิตให้คุ้ม มีความสุขกับมัน รักตัวเองให้เยอะๆ 🥺🫂
Jukepod retweeted
เมื่อคืน #Binance โดนแฮ็ก ไล่อ่านมาทั้งเช้า เล่าให้ฟังแบบสั้น ๆ นะ
เริ่มตั้งแต่ห้าทุ่ม มีคนแอบวาง smart contract ไว้บน Ethereum ก่อน พอตีสามยี่สิบกว่า ก็กดดูดเงินออกจาก hot wallet ของ Binance เลย ETH ก็โดน stablecoin ก็โดน เหรียญอื่นอีกหกสิบกว่าตัว ใช้เวลาแค่ราวยี่สิบนาที แล้วยังลามไปฝั่ง Bitcoin กับ Tron อีก
ตอนนั้น CZ ทวีตเองเลยว่าดูเหมือนโดนแฮ็กจริง ส่วน Binance ยังบอกแค่ว่ากำลังตรวจสอบ เงินลูกค้าปลอดภัย
ที่ช่วยได้เยอะคือ Tether กับ Circle ไวมาก รีบอายัด USDT กับ USDC ที่ไหลออกไปทันที Aave ก็ปิดตลาดกู้ กันไม่ให้แฮ็กเกอร์เอาเหรียญไปค้ำกู้ต่อ เช้านี้ Binance บอกว่าอายัดคืนได้แล้ว 2,540 ล้านดอลลาร์
ส่วนโดนไปเท่าไหร่จริง ๆ ยังไม่มีใครตอบได้ ตัวเลขที่ลือกันมีตั้งแต่ 1,700 ไปจนถึง 5,800 ล้าน ถ้าเป็นตัวบนคือแซงเคส Bybit ปีที่แล้วไปเกือบสี่เท่า บิตคอยน์ก็ร่วงลงไปแถว 79,000 ดอลลาร์
อีกเรื่องคือ สองวันก่อนหน้านี้ Binance เพิ่งออกมาบอกว่ากันการโจมตีจากกลุ่มที่โยงกับเกาหลีเหนือได้หลายรอบ รอบนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใครนะ แต่ Bybit ปีที่แล้วก็โดนกลุ่มนี้แหละ
ไม่เคยเข้าใจฝ่ายธุรการของมหาลัยเลย กำหนดการตัวเองเป็นคนประกาศแท้ๆแต่ก็ไม่เคยเคารพ เปลี่ยนไปมา แบบชิลๆ ทุกคนหมุนรอบตัวเอง
เรายังมีสื่อลามกหนังผู้ใหญ่ดูไม่พอหรอครับ5555 ทำไมถึงทำเรื่องเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง เอารูปเขามาโพส มาเม้นอนาจารทั้งที่เขามีตัวตนจริง มันปกติตรงไหนวะครับเนี้ย
Jukepod retweeted
ใครที่คิดว่าอีกลุ่มเหี้ยนั้นมันปกติให้ลองนึกว่ามีรูปลูกสาวมึงไปอยู่ในกรุ๊ปแบบนั้นดู
Jukepod retweeted
AI จะทำให้ช่องว่างของคน ห่างกันออกไปเรื่อยๆ ถ้าเรายังไม่ตระหนักวันนี้ อีก 3-5 ปี เราแทบจะอาจกลายเป็นมนุษย์คนละ generation
ในยุคก่อน (สมัยผมเรียนหนังสือ) เราไม่มี AI จะมีเด็กที่เก่งและขยันมากๆ กับเด็กที่ปล่อยๆ จอย เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง
คนที่ขยันกว่าอีกคน วันละ 2 ชม ก็จะเก่งขึ้นเกิดช่องว่าง “ทีละหน่อย” จากความรู้ สกิล ประสบการณ์ที่เค้าได้ไปในแต่ละวัน
แต่พอมี AI ผมเชื่อว่าทุกคนรู้สึกได้ว่าเราเรียนรู้ได้ไวขึ้น 5-10 เท่า มันง่ายมาก ที่จะอ่านอะไรให้เข้าใจซักอย่าง เพราะเรามีผู้ช่วยที่ดีมากๆ
เวลา 2 ชม ที่เคยทำให้คนสองคน ต่างกันประมาณนึง กลับจะกลายเป็น gap ขนาดใหญ่ ให้คนที่อยู่กับที่ เหมือนถอยหลังลงไป อยู่คนละโลก
นี่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ K shape ที่ใครจะดี ก็ดีไปเลย ส่วนใครจะแย่ ก็จะยิ่งแย่หนักมากๆ
ในอนาคต ทุกคนจะใช้ AI ได้ แต่จะมีคนที่ใช้ AI แบบปิดสมอง ที่ไม่รู้แม้แต่จะใช้มันทำอะไร กับ คนที่มีองความรู้สูง ใช้ AI แบบซับซ้อน เป็นเครื่องมือในการหาความรู้ และวิธีการใหม่ๆ
ล่าสุด Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล
คิดว่ามีประเด็นน่าสนใจ 5 เรื่องสำคัญ
1) AI อาจเพิ่มผลิตภาพ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมีรายได้เพิ่ม
ในทางเศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีมักเพิ่ม ผลิตภาพ หรือความสามารถในการผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้นด้วยทรัพยากรเท่าเดิม
หาก AI ทำให้บริษัทผลิตได้มากขึ้น แต่รายได้ส่วนใหญ่ไหลไปยังเจ้าของเทคโนโลยีและเงินทุน ขณะที่ค่าจ้างของแรงงานไม่เพิ่มขึ้น ปัญหาที่ตามมาคือ ส่วนแบ่งรายได้ของแรงงานลดลง?
2) ออำนาจต่อรองของแรงงานที่ลดลง
เมื่อบริษัทมี AI เป็นทางเลือกในการทำงาน นายจ้างอาจไม่จำเป็นต้องเลิกจ้างทุกคนทันทีแต่อาจจะ
A = ชะลอการรับพนักงานใหม่
B = ลดจำนวนคนในทีม
C = ให้พนักงานหนึ่งคนทำงานแทนหลายคน
D = กดดันค่าจ้างหรือสวัสดิการ
E = ใช้ระบบอัตโนมัติเป็นเหตุผลในการปรับโครงสร้างองค์กร
ผลลัพธ์คือ แม้คนจำนวนมากยังมีงานทำ แต่อาจมี อำนาจต่อรองต่ำลง
3) AI อาจเร่งเศรษฐกิจให้ไหลไปสู่ oligarchy หรือระบบที่อำนาจและทรัพย์สินกระจุกตัวอยู่ในมือคน 1%
เหตุผลคือ AI ต้องพึ่งพาทรัพยากรที่มีต้นทุนสูง
ชิปประมวลผล
ศูนย์ข้อมูล
พลังงานไฟฟ้า
ข้อมูลจำนวนมาก
นักวิจัยและวิศวกรระดับสูง
เงินทุนสำหรับการลงทุนระยะยาว
โครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์
ทรัพยากรเหล่านี้ไม่ได้กระจายอยู่ในมือทุกคน บริษัทที่มีเงินทุนและเทคโนโลยีอยู่แล้วจึงมีโอกาสได้เปรียบมากขึ้น
นี้เป็นคนที่ไวต่อกลิ่นปากมาก ปากตัวเองปากคนอื่น และจะรู้เลยเวลาไปข้างนอกแล้วเจอคนมีกลิ่นปาก บางกลิ่นมันจะติดกัน เหมือนคือกลิ่นของเชื้อหวัดอ่อนๆ วันต่อๆมาตัวเราจะมีกลิ่นปากคล้ายๆกัน
เซนส์แยกแยะได้เบอร์ที่บางทีรับกลิ่นแล้วหงุดหงิดทันทีเลย และจะเด้งออกจากการพูดคุยไปเลยแบบงงๆ
เข้าใจว่าเหมือนจะเป็นจิตอ่อนๆแล้ว แต่การพูดแล้วมีกลิ่นคาวออกมามันเสียบุคลิกมากๆ และเราเป็นคนดูแลไง ต้องมาติดเพราะคุณไม่ใส่ mask มันอารมณ์เสียอะ s.shopee.co.th/70LHUpgv2Q
Jukepod retweeted
Replying to @volleyppk
ตอนพ่อมีชีวิตไม่แย่งกันดูแลตอนป่วย เหมือนแย่งสมบัติบ้างละครับ
ให้สังเกตการตัดสินใจของชนชั้นกลางตอนบน (รวยแต่ไม่มีอำนาจเปลี่ยนอะไรในประเทศนี้) การเคลื่อนไหวของคนกลุ่มนี้คือสัญญาณเตือนภัยที่ดีที่สุด เช่น ถ้าเขาพาครอบครัวหนี ส่งลูกทุกคนไปนอก ยกเลิกกิจการไปเฉยๆ หรือหาทางหนีทีไล่ แปลว่ามึงต้องย้ายตูดด้วยแล้วจ่ะ หรือหาทางเซฟเท่าที่ทำได้
Jukepod retweeted
ช่วงนี้เศรษฐกิจแย่จนน่าใจหาย หางานใหม่ก็โดนกดเงินเดือนให้ต่ำกว่าที่เก่า ส่วนที่เก่าก็งานล้นคนไม่พอ แต่ไม่มีแผนจะรับเพิ่ม
มองไปรอบ ๆ ล็อกขายอาหารแถวออฟฟิศก็ทยอยปิดกันไปหลายร้าน
ไม่รู้ว่าคนทำงานอย่างเรากำลังติดอยู่ในชะตากรรมอะไร ต้องทนอยู่ที่เดิมก็ไม่ไหว จะเดินออกไปเริ่มใหม่ก็ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะดีกว่าเดิมจริงไหม














