แล้วอ่านที่คุณคนนี้เม้นแล้วสงสารน้องนากกว่าเดิมอีก🥺
ป๊ายกโรงงานที่สร้างมา 30 ปี ให้ลูกชายทั้งหมด
ลูกสาวไม่ได้สักบาท
สามปีต่อมา โรงงานเป็นหนี้ 50 ล้าน
ป๊าบอกให้ลูกสาวขายคอนโด ไปช่วยน้องชาย
เธอชื่อนุ่น อายุ 38
ป๊าเปิดโรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่สมุทรสาคร
จากโรงงานห้องแถวที่มีคนงานสิบกว่าคน จนมีพนักงานกว่าร้อยคน
นุ่นเข้ามาช่วยงานตั้งแต่อายุ 19
ตอนนั้นน้องชายยังเรียน ม.ปลาย
โรงงานขาดคนทำบัญชี เธอไปเรียนบัญชี
ขาดลูกค้า เธอตามป๊าออกไปวิ่งหาลูกค้า
ปีที่หนักที่สุด โรงงานไม่มีเงินจ่ายค่าแรง
เธอเอาเงินที่เก็บไว้แต่งงาน ออกมาจ่ายค่าแรงคนงานก่อน
16 ปีเต็ม
จัดซื้อ บัญชี ฝ่ายขาย แทบไม่มีแผนกไหนที่เธอไม่เคยทำ
ป๊าชอบพูดกับใครต่อใคร
“ลูกสาวอั๊วคนนี้ เก่งกว่าลูกชายอีก”
แต่พอถึงวันที่ป๊าวางมือ คำพูดก็เปลี่ยนไป
วันนั้นทั้งบ้านกินข้าวพร้อมหน้า ป๊าประกาศว่า
โรงงาน เครื่องจักร ลูกค้า หุ้นทั้งหมด ยกให้ต้น
นุ่นชะงัก “แล้วหนูล่ะ”
ป๊าคีบกับข้าวใส่ชาม
“แกแต่งงานออกไปแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก”
“ป๊า หนูทำงานที่โรงงานมา 16 ปีนะ”
“ป๊ารู้ว่าแกเหนื่อย แต่กิจการมันต้องตกถึงลูกชาย
จะให้ไปตกอยู่กับคนนอกแซ่ได้ยังไง”
ต้นก้มหน้ากินข้าว ไม่พูดอะไร
ม้าพูดกล่อม “แกเป็นพี่ อย่าไปแย่งกับน้องเลย”
นุ่นถาม “แล้วที่หนูทำมาทั้งหมด มันคืออะไร”
ป๊าเริ่มรำคาญ
“ก็ได้เงินเดือนทุกเดือนไม่ใช่เหรอ
ทำงานให้บ้านตัวเอง ยังจะมาคิดบัญชีอีก”
วันรุ่งขึ้น เธอลาออก
ป๊าไม่รั้ง แค่พูดประโยคเดียว
“ออกไปลองดูข้างนอกก็ดี จะได้เลิกคิดว่าที่บ้านเอาเปรียบแก”
เธอเอาเงินเก็บทั้งหมด ไปหุ้นกับเพื่อนที่เป็นดีไซเนอร์
รับทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินให้โรงแรมกับคอนโด
ปีแรก ไม่มีกำไร
ปีที่สอง เริ่มมีลูกค้าประจำ
ปีที่สาม บริษัทถึงเริ่มตั้งตัวได้
เธอไม่ได้รวย
แค่มีลูกค้าของตัวเอง มีทีมของตัวเอง
ไม่ต้องคอยดูสีหน้าใคร
สามปีนั้น ทุกตรุษจีนที่กลับบ้าน
ต้นนั่งข้างป๊าคุยเรื่องธุรกิจ
ส่วนเธอเข้าครัวช่วยม้าทำกับข้าว
นาน ๆ ป๊าจะถามสักที
“บริษัทเล็ก ๆ ของแก ยังไม่เจ๊งอีกเหรอ”
เธอยิ้ม “ก็พอไปได้ค่ะ”
จนคืนหนึ่ง ม้าโทรมาตอนดึก
ความดันป๊าพุ่งสูงจนต้องเข้าโรงพยาบาล
นุ่นขับรถไปทันทีกลางดึก
ป๊านอนอยู่บนเตียง ต้นนั่งอยู่ข้าง ๆ ตาแดงก่ำ
ป๊าเห็นเธอ ประโยคแรกที่พูดคือ
“ตอนนี้แกมีเงินอยู่เท่าไหร่”
นุ่นอึ้งไป
ที่แท้ หลังจากต้นรับช่วงต่อ ก็รีบขยายกิจการ
กู้เงินซื้อเครื่องจักร เช่าโรงงานใหม่
พอออเดอร์ลด เงินที่ลูกค้าค้างก็เก็บไม่ได้
หนี้ธนาคาร หนี้ซัพพลายเออร์ ค่าแรงคนงาน ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
หนี้รวมเกิน 50 ล้าน
ป๊าได้ยินตัวเลขนี้ ถึงกับล้มเข้าโรงพยาบาล
“แกมีคอนโดอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เหรอ
ขายไปก่อน ช่วยน้องให้ผ่านช่วงนี้ไปได้”
คอนโดห้องนั้น เธอเก็บเงินดาวน์เองหลังออกจากบ้าน
ผ่อนธนาคารยังไม่หมดด้วยซ้ำ
“ขายคอนโดแล้ว หนูจะอยู่ที่ไหน”
“แกก็มีผัวไม่ใช่เหรอ”
“แล้วเงินขายคอนโด ถือว่าให้โรงงานยืม หรือถือว่าลงทุน”
ป๊าหน้าเปลี่ยนสี
“ครอบครัวเดียวกัน ยังจะมาคิดเล็กคิดน้อยอีก”
ต้นรีบพูด “เจ๊ พอโรงงานฟื้นเมื่อไหร่ ผมคืนให้แน่นอน”
นุ่นหันไปถามเขา
“ตอนนี้โรงงานเหลือทรัพย์สินเท่าไหร่
มีรายละเอียดหนี้ไหม
ตรวจสอบบัญชีหรือยัง”
ต้นโวยขึ้นมา
“ป่านนี้แล้ว เจ๊ยังจะมาตรวจบัญชีอีกเหรอ
ผมเป็นน้องแท้ ๆ จะโกหกเจ๊ได้ยังไง”
ป๊าตะคอก
“นุ่น! ตกลงแกจะช่วยหรือไม่ช่วย”
ห้องคนไข้เงียบกริบ
นุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า
“ป๊า หนูพร้อมจะพิจารณาลงทุน แต่มีสามเงื่อนไข
หนึ่ง โรงงานต้องให้ผู้สอบบัญชีตรวจก่อน หนี้ ทรัพย์สิน สัญญาทุกฉบับ หนูต้องได้ดูทั้งหมด
สอง ทำสัญญาลงทุนให้เป็นเรื่องเป็นราว ถือหุ้นเท่าไหร่ เขียนให้ชัด
สาม เรื่องเงินก้อนใหญ่ ต้นจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้อีกแล้ว”
ต้นลุกพรวดขึ้นยืน
“พูดง่าย ๆ เจ๊ก็แค่จะฉวยโอกาสตอนน้ำขุ่น ยึดโรงงานผมไป”
ป๊าหน้าตึง
“แกจะซ้ำเติมตอนน้องลำบาก กลับมาแย่งสมบัติใช่ไหม”
นุ่นไม่ได้โกรธ
เธอมองหน้าป๊า แล้วพูดช้า ๆ
“ป๊า สามปีก่อนตอนแบ่งกิจการ ป๊าบอกว่าหนูแต่งงานออกไปแล้ว เป็นคนนอก
วันนี้โรงงานเป็นหนี้ 50 ล้าน ป๊าให้หนูขายคอนโด
หนูขอถามแค่ประโยคเดียว
ตอนแบ่งสมบัติ หนูเป็นคนนอก
ตอนใช้หนี้ ทำไมหนูกลายเป็นคนในครอบครัว”
ป๊าอ้าปาก แต่พูดไม่ออก
ม้าก้มหน้า
ต้นก็เงียบ
ผ่านไปนาน ป๊าถึงเค้นออกมาได้ประโยคเดียว
“นั่นมันน้องแกนะ!”
“หนูรู้ค่ะ” นุ่นตอบ
“แต่เขาอายุ 35 แล้ว
ตอนโรงงานได้กำไร กำไรเป็นของเขา
ตอนโรงงานขาดทุน ทำไมต้องขายคอนโดของหนู”
ไม่มีใครตอบ
เธอหยิบกระเป๋า ลุกขึ้น
ป๊าตะโกนไล่หลัง
“วันนี้ถ้าแกเดินออกไป ก็ไม่ต้องกลับมาอีก!”
สามปีก่อนตอนออกจากโรงงาน ป๊าก็เคยพูดทำนองนี้
ครั้งนั้นเธอร้องไห้อยู่นาน
ครั้งนี้ เธอไม่ร้อง
เธอหันกลับมา
“ป๊าเลี้ยงหนูมา หนูจะดูแลป๊ายามแก่
พรุ่งนี้หนูจะมาเยี่ยมป๊าที่โรงพยาบาลอีก
แต่เรื่องขายคอนโด ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้วนะคะ”
ต่อมา โรงงานเจรจากับเจ้าหนี้
ขายเครื่องจักรบางส่วน ลดขนาดกิจการลง
ป๊าไม่ยอมรับเงื่อนไขของเธอ
เธอก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
เธอยังไปเยี่ยมป๊าที่โรงพยาบาล ซื้อของมาฝากม้า
ตรุษจีนก็ยังกลับบ้านไปกินข้าวเหมือนเดิม
เพียงแต่นับจากวันนั้น
ไม่มีใครตัดสินแทนเธอได้อีกแล้ว
ว่าเธอต้องควักเงินให้บ้านนี้เท่าไหร่
กตัญญู ไม่ได้แปลว่าต้องยอมทุกอย่าง
(เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้น ไม่ใช่เหตุการณ์จริง)
Nooninoo🌹 retweeted
อย่าดูถูกงานอดิเรกใคร สำหรับคุณมันคือสิ่งที่คุณไม่เก็ตไม่เข้าใจ สำหรับเขามันคือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่
นี่เคยทิ้งเงินเดือนเอกชน 36k ไปบรรจุราชการที่ 21k ตอนอายุ 30+ ปีแรกๆก็บ่นแหละ แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัดสินใจถูกแล้ว เพราะหลายปีผ่านไปพ่อป่วย ละได้ใช้สิทธิ์ค่ารักษา คือมันแพงมากถ้ายังอยู่เอกชนล้มละลายหมดตัวแน่ อีกอย่างอยู่ไปอยู่มาตอนนี้เงินเดือนแซงเอกชนแล้ว
Nooninoo🌹 retweeted
ก็นี้ติดตมเกาหลี ยื่นตารางประชุมก็ดูไม่เชื่อ ยื่น ref sms จากบัตรเครดิตว่าแจ้งธนาคารมาเท่านี้ก็ดูไม่เชื่อ เลยเปิดแมวให้มันดูแล้วบอกว่าไม่โดดจ้าแมวกูน่ารักมากมากแล้วที่ไทยไม่ได้ปิดแอร์ ตม.เกาหลีปล่อยกูพร้อมถามทำไมไม่ปิดแอร์เลยบอกแมวร้อน
เคยอ่านมาเหมือนกัน เค้าบอกว่า สามี คือคนในครอบครัวคนเดียวในชีวิตที่เราเลือกได้ เราเลือกพ่อแม่พี่น้องไม่ได้ เลือกลูกไม่ได้ แต่เลือกผช.ได้ ดังนั้นจงเลือกดีๆ อย่าลดมาตรฐาน ถ้าไม่เจอที่ดีจริงๆ ยอมโสดดีกว่า
Nooninoo🌹 retweeted
สั่งขนมให้ที่บ้านคิดว่าได้กินกันทุกคน แม่โทรมาบอกวันหลังไม่ต้องสั่งขนม โอนเป็นเงินให้น้อง นอยอะ เลยไม่สั่งทั้งขนม ไม่โอนทั้งเงิน
Nooninoo🌹 retweeted
Replying to @sigmamale6996
首先你凭什么觉得你有资格挑选中国,越南,日本以及泰国的女性?你觉得贬低自己国家的女性抬高别人,就有人会夸你吗?女性不是物品,你们男的有钱就去请保姆,老婆没有义务承担所有的家务,你一个月给几个钱啊,中国大部分都是双职工家庭,男生和女生都要做家务,除非你是张凌赫
Nooninoo🌹 retweeted
ได้สติจากคำพูดพี่คนนึงบอกไว้ว่า “ถ้าคนนี้ไม่ใส่ใจก็ยังมีคนอื่นที่พร้อมจะใส่ใจ อย่าทำตัวเหมือนคนไม่มีทางเลือก เราไม่ได้ไร้ค่าขนาดนั้น”
เหตุผลอะไรที่ยังต้องทำเอกชนหละเนี่ย ราชการสวัสดิการดีกว่า ทำนานไปเงินดีกว่าอีก
Nooninoo🌹 retweeted
นี่ทิ้งงานเอกชน 40k ทำราชการ 16k (ก่อนปรับ) ทั้งที่ไม่ใข่คนฟุ่มเฟือย แต่ช่วงแรกstruggleมาก ขนาดมีบ้านอยู่ เย็นกลับไปกินข้าวบ้าน แต่เดือนชนเดือนสุด จากเคยอยากกินอะไรก็กิน ต้องจำกัดตัวเอง มื้อละ50-60ไม่เกินนี้
ย้ายมาองค์กรอิสระละดีหน่อย มีเงินซื้อความสุขได้เที่ยวเล่นบ้าง
Nooninoo🌹 retweeted
แล้วคือข้าราชการมีการเอื้อหลายๆอย่างมาก ค่าครองชีพสูงขึ้นก็มีการช่วยเหลือเงินตรงนี้ ทำงานที่กันดารก็มีเงินสนับสนุน นี่กำลังจะสอบแล้วนั่งอ่านระเบียบต่างๆก็นึกๆว่าเป็นความสะดวกสบายเลย เพราะประชาชนหลายคนยังต้องแบกรับค่าครองชีพที่สูงขึ้นเองโดยที่ไม่มีใครช่วย
Nooninoo🌹 retweeted
เริ่มแรกต้องยอมรับจริงๆว่ามอมเลยแหละ
แต่พอนานๆไปคือแกคุ้มอยู่ๆ
Nooninoo🌹 retweeted
ไม่รอด เคยคบแฟนที่บ้านจน อยู่กับแม่ 2 คน อาหารที่ไปกินด้วยกันคือไม่เคยเกิน 500 บาทและต้องหารกันตลอด บ้านเขาประหยัดมากๆแม่ขับรถขายหวย เขาเงินเดือน 18,000 นะ แต่ให้แม่แล้ว 10,000 เพราะทั้งบ้านก็ใช้จ่ายกันด้วยเงินเดือนเขา อีก 8,000 ใช้จ่ายค่ากิน ค่าอาหารหมาแมว ไม่พอก็ไปยืมแม่ -1




























