ปารเมศ บูม สส กทม เขต 1 retweeted
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
matichon.co.th/weekly/hot-ne…
ปารเมศ บูม สส กทม เขต 1 retweeted
ผมและ สส.บูม ปรเมศ @ParamaitV เข้าร่วมเวทีเสวนาภาระผูกพันต่อการดูแลและบริการฯ ในเวทีสนทนาว่าด้วยการศึกษาและอนาคตของเด็กและเยาวชนนอกระบบ เด็กแขวนลอย เด็กเร่ร่อนฯ ณ ห้องโถง สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหาและรับข้อเสนอไปผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย #พรรคประชาชน
ปารเมศ บูม สส กทม เขต 1 retweeted
โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เหตุเพลิงไหม้ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 ราย ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุสลดกับสถานบันเทิงลักษณะนี้
.
ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ @ParamaitV สส.กรุงเทพฯ เขต 1 พรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า โศกนาฏกรรมที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว นอกจากมาตรการความปลอดภัยแล้ว ยังย้ำให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบและโครงสร้างที่เรื้อรังมานาน โดยเฉพาะเรื่องการจัด ‘โซนนิ่ง’ (zoning) ของสถานบริการในกรุงเทพฯ
.
การกำหนดโซนนิ่งของสถานบริการ ถูกเขียนไว้ใน พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 โดยในมาตรา 5 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สามารถกำหนดเขตพื้นที่เพื่อ ‘อนุญาต’ หรือ ‘งดอนุญาต’ ให้ตั้งสถานบริการได้
.
และใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็มีกฎหมายลูกคือ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2545 ที่บอกว่า บริเวณไหนของกรุงเทพฯ ที่สามารถตั้งสถานบริการได้ตามกฎหมาย ซึ่งกำหนดไว้ 3 พื้นที่หลักคือ
.
1. ย่านพัฒน์พงษ์ (ถนนสุรวงศ์, สีลม, พระรามที่ 4)
.
2. ย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่ - มักกะสัน
.
3. ย่านถนนรัชดาภิเษก
.
ดังนั้น หากผู้ประกอบการต้องการทำธุรกิจ ‘คล้ายสถานบริการ’ นอกพื้นที่ จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘ร้านอาหารกึ่งผับ’ ขึ้นมา จดทะเบียนเป็นร้านอาหารที่จำหน่ายแอลกอฮอล์หรือสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ มีดนตรีสด ห้ามเต้น และอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การสาธารณสุขฯ และ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฯ
.
ความแตกต่างด้านความปลอดภัยที่สำคัญเมื่ออิงตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ คือ ‘สถานบริการ’ จะถูกบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องวัสดุตกแต่งและวัสดุอะคูสติกซับเสียงภายในที่ต้องเป็นชนิดทนไฟหรือไม่ลามไฟ รวมถึงต้องมีระบบระบายควัน สปริงเกอร์ดับไฟ และขนาดทางหนีไฟที่สัมพันธ์กับจำนวนผู้ใช้บริการอย่างรัดกุม
.
ขณะที่ ‘ร้านอาหารกึ่งผับ’ จะอยู่ภายใต้มาตรฐานอาคารระดับร้านอาหารทั่วไป เช่น ไม่ได้มีข้อบังคับเรื่องวัสดุซับเสียง เมื่อผู้ประกอบการนำโฟมซับเสียงราคาถูกกว่ามาติดตั้งเพื่อเล่นดนตรีสด จึงกลายเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วได้
.
ปารเมศให้ความเห็นในฐานะเคยทำหน้าที่รองประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาทบทวน พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมาว่า ได้นำเสนอและเรียกร้องให้ที่ประชุมทบทวนแก้ไขระเบียบเรื่องโซนนิ่งมาก่อนหน้านี้แล้ว เนื่องจากปัจจุบันมีร้านเหล้า ผับ บาร์ กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ในหัวเมืองใหญ่ แต่ด้วยกฎหมายโซนนิ่งที่ล้าหลังและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่สามารถขอใบอนุญาตเป็น ‘สถานบริการ’ อย่างถูกต้องได้
.
“สิ่งที่เราพบเห็นจนชินตาคือ การหลีกเลี่ยงกฎหมาย โดยร้านเหล้า ผับ บาร์ ส่วนใหญ่จะจดทะเบียนเป็น ‘สถานประกอบการคล้ายสถานบริการ’ หรือจดเป็นร้านอาหารที่จำหน่ายแอลกอฮอล์แทน ซึ่งช่องโหว่นี้ทำให้ร้านเหล่านี้ หลุดพ้นจากการควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด และมีบทลงโทษทางกฎหมายที่เบากว่าสถานบริการที่แท้จริงมาก ซึ่งในหลายกรณีต่อให้ผู้ประกอบการอยากจดให้ถูกต้องก็ทำไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ในโซนนิ่งที่กฎหมายกำหนด”
.
ปารเมศชี้ว่า การแก้ไขเรื่องโซนนิ่งให้สอดคล้องกับความจริง จึงไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ แต่คือการดึงร้านเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถเข้าไปตรวจสอบ กำกับดูแล และบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยทางสถาปัตยกรรมขั้นสูงสุดได้อย่างแท้จริงเพื่อป้องกันการสูญเสียแบบที่ผ่านมา
.
ทั้งนี้ มีความพยายามแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการฯ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น จากเดิมเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำหนดโซนนิ่ง ให้เป็นอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในกรณีของกรุงเทพฯ นั้น หากแก้กฎหมายสำเร็จ ผู้ว่าฯ กทม. จะสามารถกำหนดโซนนิ่งเองได้
.
“ผมจึงขอใช้พื้นที่นี้เป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรุงเทพมหานคร เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างนี้”
.
นอกจากนี้ ปารเมศยังเสนอแนวทางเร่งด่วนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร ผับ และบาร์ ที่อาจไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยโดยด่วน โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นสำคัญ
.
1. ทางเข้า-ออก และทางหนีไฟ: ต้องมีขนาดกว้างเพียงพอ ป้ายไฟบอกทางชัดเจน และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่มีสิ่งกีดขวางหรือถูกล็อกไว้
.
2. อุปกรณ์และระบบดับเพลิง: ถังดับเพลิง สปริงเกอร์ และระบบสัญญาณเตือนภัย ต้องได้รับการตรวจสอบว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจริง 100%
.
3. ใบอนุญาตและการดัดแปลงอาคาร: ต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับร้านที่ลักลอบเปิดโดยไม่มีใบอนุญาต หรือมีการดัดแปลงโครงสร้างและใช้วัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่าย
.
“ชีวิตของทั้งผู้ใช้บริการและพนักงาน มีค่าเกินกว่าจะนำมาแขวนไว้กับความหละหลวมของสถานประกอบการ หรือความล้าหลังของกฎหมาย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียนราคาแพงครั้งนี้ จะนำไปสู่การตรวจสอบอย่างโปร่งใส และสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านความปลอดภัยทั้งในทางปฏิบัติและทางกฎหมายได้อย่างแท้จริงครับ” ปารเมศกล่าว
พรุ่งนี้แล้วนะครับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ! ถึงเวลาที่เราจะออกมาใช้สิทธิกำหนดอนาคตเมืองของเราไปด้วยกัน
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. โดยเข้าคูหาครั้งนี้เราจะได้รับบัตร 2 ใบครับ:
💚 บัตรสีเขียว กาเลือก "ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10"
🩷 บัตรสีชมพู กาเลือก "ส.ก. พรรคประชาชน"
สำหรับพื้นที่ กทม. เขต 1 ผมขอฝากผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 5 เขตดังนี้นะครับ:
เขตสัมพันธวงศ์: ลาเต้ ธนภัทร - เบอร์ 1
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย: แป้ง อัยรินทร์ - เบอร์ 1
เขตบางรัก: จ๋า วนัสญา - เบอร์ 3
เขตดุสิต: มิก อัครชัย - เบอร์ 4
เขตพระนคร: เจด อดิเจษฎ์ - เบอร์ 5
ออกมาใช้เสียงของพวกเรากันนะครับ 1 เสียงของทุกท่านมีความหมายต่อการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้น!
🚨 ถนนยุบหน้าวชิรพยาบาลกำลังจะกลายเป็น "หลุมดำ" ซุกซ่อนความผิดของผู้รับเหมา!? 🚨
เมื่อวานนี้ 29 พฤษภาคม 2569 ผมได้ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติของ สส.ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ เพื่อศึกษาและตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีปัญหาในสภาผู้แทนราษฎร
จากกรณีเหตุการณ์ "ถนนยุบ" บนถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นผลกระทบจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เรื่องนี้กำลังจะเงียบหายไปในหลุมดำ!
ผมเคยตั้งกระทู้ถามสดท่านนายก ไปเมื่อประมาณ 8 เดือนก่อนเพื่อทวงถามความรับผิดชอบและการเอาผิดผู้กระทำผิด แต่ล่าสุดกลับมีผลสอบสวนเบื้องต้นหลุดออกมาตามหน้าข่าว โยนความผิดให้ "สภาพชั้นดินเหลว" และ "กำแพงที่จอดรถใต้ดินของโรงพยาบาล" โดยสรุปหน้าตาเฉยว่า ไม่พบความบกพร่องจากการก่อสร้างของผู้รับเหมา!
นี่คือเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก และนี่คือคำถามที่รัฐบาลต้องตอบประชาชน:
- โครงการหมื่นล้าน แต่ไม่รู้เรื่องดินอ่อน? โครงการนี้มูลค่าสูงถึง 19,430 ล้านบาท มีการทำ EIA และเจาะสำรวจชั้นดินอย่างละเอียด วิศวกรระดับชั้นนำจะไม่รู้เชียวหรือครับว่าดินกรุงเทพฯ ชั้นในมันอ่อน?
- ฟอกขาวผู้รับเหมา? การอ้างปัจจัยภายนอกแบบนี้ คือความพยายาม "ฟอกขาว" อุ้มบริษัทรับเหมาให้พ้นจากการรับผิดชอบทางกฎหมาย พ้นจากการจ่ายค่าเสียหาย และพ้นจากการถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ใช่หรือไม่?
- คณะกรรมการสอบสวนขาดความโปร่งใส: แม้นายกจะเคยรับปากผมในสภาว่าจะมีตัวแทนอิสระร่วมตรวจสอบ แต่รายชื่อที่ออกมากลับมีสัดส่วนคนนอกน้อยเหลือเกิน จนไม่สามารถไว้วางใจได้เลย
ด้วยเหตุนี้ เราไม่สามารถหวังพึ่งกลไกตรวจสอบภายในของกระทรวงคมนาคม หรือ รฟม. ได้อีกต่อไป ผมจึงสนับสนุนให้สภาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ขึ้นมาเพื่อกางข้อมูลทางวิศวกรรมทั้งหมด และเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลางมาตรวจสอบซ้ำ
เราต้องทวงคืนความโปร่งใสและความยุติธรรมให้กับคนไทยทั้งประเทศครับ!
ปารเมศ บูม สส กทม เขต 1 retweeted
-อดีตสก.ศศิธร
-เสื้อน้ำเงิน
-ป้ายชมพูส้ม
-สก.เพื่อประชาชน
ผู้สมัครสก.เขตพระนครของพรรคประชาชนคือคุณ อดิเจษฎ์ ประยูรพฤกษ์ เผื่อคนเขตพระนครจะสับสน
55555
ปารเมศ บูม สส กทม เขต 1 retweeted
กมธ.อุตสาหกรรมจี้รัฐตรวจสอบความปลอดภัยรถ EV เตรียมเรียกกระทรวงอุตสาหกรรมถกด่วนสัปดาห์หน้า
ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร แสดงข้อกังวลต่อกรณีอุบัติเหตุไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าและระบบแบตเตอรี่
ปารเมศกล่าวถึงกรณีที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชี้แจงสาเหตุของเหตุไฟไหม้ว่าอาจเกิดจากการชาร์จไฟเกินกำหนด โดยระบุว่าคำชี้แจงดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากในทางเทคนิค ระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System หรือ BMS) ควรมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ การระบุสาเหตุในลักษณะนี้จึงมองได้ว่าเป็นการผลักภาระความรับผิดชอบให้ผู้บริโภคต้องระมัดระวังด้วยตนเอง
พร้อมย้ำว่าความปลอดภัยของชีวิตผู้บริโภคต้องมีความสำคัญเป็นอันดับแรก และมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจำเป็นต้องได้รับการยกระดับและมีกระบวนการตรวจสอบ เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา
คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรมได้กำหนดวาระเร่งด่วนในสัปดาห์หน้า โดยมีการเชิญผู้บริหารจากกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือในประเด็นมาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและการคุ้มครองผู้บริโภค
การประชุมดังกล่าวจะมุ่งเน้นการตั้งคำถามใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย การตรวจสอบความรัดกุมของมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน แนวทางการกำกับดูแลและตรวจสอบระบบความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ และการกำหนดมาตรการเชิงรุกของภาครัฐเพื่อคุ้มครองรวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ
ปารเมศระบุทิ้งท้ายว่า การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง แต่ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถละเลยได้ พร้อมกันนี้ได้เปิดช่องทางรับฟังข้อเสนอแนะจากประชาชนเพื่อรวบรวมข้อมูลนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
#TheStandardNews
#TheStandardPhoto #ณาฌารัฐภักดีอาสา
🚨 ความปลอดภัยของชีวิตผู้บริโภค ต้องมาก่อนข้ออ้าง! กรณีไฟไหม้ EV รัฐต้องเข้ามาจัดการโดยด่วน
จากกรณีอุบัติเหตุไฟไหม้รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเป็นประเด็นร้อน และการชี้แจงจากบริษัทที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้รถ EV ทั่วประเทศ โดยเฉพาะการระบุสาเหตุว่าเกิดจากการชาร์จไฟเกินกำหนด
ในความเป็นจริง ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ของรถยนต์ระดับนี้ ควรต้องมีระบบตัดการทำงานอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย 100% ไม่ใช่การผลักภาระและความเสี่ยงมาให้ผู้บริโภคต้องคอยระวังกันเอง
ผมในฐานะโฆษกกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ขอยืนยันว่าเราจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเพียงความรับผิดชอบส่วนตัวระหว่างลูกค้ากับบริษัทไม่ได้ครับ มาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในไทยต้องได้รับการยกระดับและตรวจสอบอย่างเข้มข้น
🗓 สัปดาห์หน้า คณะกรรมาธิการ ได้เชิญคณะผู้บริหารจากกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมประชุม
ผมจะนำวาระเรื่อง "มาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่ EV และการคุ้มครองผู้บริโภค" เข้าหารือในที่ประชุมอย่างเร่งด่วน เพื่อจี้ถามถึงประเด็นสำคัญ:
1) ความรัดกุมของมาตรฐาน มอก. สำหรับแบตเตอรี่รถ EV ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ทันต่อเทคโนโลยีหรือไม่?
2) แนวทางการกำกับดูแลและตรวจสอบระบบความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจำหน่ายไปจนถึงเสนอให้มีการตรวจสอบโรงงานผลิต/โรงงานประกอบ ยี่ห้อต่างๆที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
3) มาตรการเชิงรุกของภาครัฐในการร่วมตรวจสอบและปกป้องผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ
เราทุกคนพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และพลังงานสะอาด แต่ "ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน" คือมาตรฐานขั้นต่ำที่อุตสาหกรรมนี้จะละเลยไม่ได้ครับ
หากพี่น้องประชาชนท่านใดมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า สามารถคอมเมนต์หรือส่งข้อความมาพูดคุยกันได้เลยครับ ผมพร้อมนำทุกเสียงสะท้อนของท่านเข้าสู่สภาฯ เพื่อหาทางออกที่ยั่งยืนครับ
ผมขอเรียกร้องไปยัง นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ควบคุมและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากกัญชาโดยด่วน! เรามาถึงจุดที่ต้องกลั้นหายใจเวลาเดินใจกลางเมืองกันแล้วครับ โดยเฉพาะย่านถนนข้าวสาร สีลม เยาวราช
นโยบายมีได้ แต่การควบคุมรวมถึงบทลงโทษต้องมีด้วย ถ้าควบคุมไม่ได้ก็ต้องยกเลิกเลยครับ ตอนนี้กลิ่นและควันกัญชากระทบคนในพื้นที่ คนที่อยู่พักอาศัยใจกลางกรุงเทพ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ขอเสียงสะท้อนนี้ส่งไปถึง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ช่วยเร่งแก้ไขและจัดระเบียบพื้นที่ด่วน ก่อนที่เมืองนี้จะไม่น่าอยู่อีกต่อไป
'พูดแล้วทำ' แต่ถ้า 'พลาดต้องแก้' ครับ!
[ เรียนผูกไม่เรียนแก้ : กัญชาในมืออนุทินที่ไม่มีในคำแถลงนโยบาย ]
.
ทุกวันนี้เมื่อพูดถึงกัญชา ทุกคนย่อมเห็นหน้าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันคือนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลอยมา อย่างที่สื่อต่างประเทศขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งกัญชา” ร้านค้าปลีกกัญชาที่เฟื่องฟูขึ้นเป็นดอกเห็ด หาซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมงในทุกซอกซอย
.
แต่ที่น่าแปลกใจคือในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2569 กลับไม่มีคำว่ากัญชา และการออก พ.ร.บ.ควบคุมการใช้กัญชา อยู่ในเล่มการแถลงนโยบายเลย
.
จากคำอภิปรายของ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน เมื่อคืนนี้ (9 เม.ย.) สถานการณ์กัญชาในประเทศไทยผ่านมา 3 ปี จนถึงวันที่อนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการแก้ไข
.
ผู้ใช้กัญชาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านคนในปี 2563 เป็น 11 ล้านคนในปี 2565
.
ยังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่ากัญชาสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด นอกจากการประมาณการโดยคร่าวว่ามีการเติบโตจาก 14,000 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 43,000 ล้านบาทในปี 2568 แต่รัฐจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินได้เพียง 66 ล้านบาท ในเชิงการจ้างงานก็ไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการว่าทำให้เกิดตำแหน่งงานสุทธิกี่อัตรา
.
หลายกรณีมีร้านค้าที่ชื่อไม่ตรงกับผู้ขอใบอนุญาต เจ้าของเป็นชาวต่างชาติที่ใช้นอมินีขอใบอนุญาตแทน
.
การเข้าถึงของเยาวชนกลุ่มตัวอย่างอายุ 14-24 ปี เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า และ 44% ของผู้ใช้กัญชามีโอกาสในการเข้าถึงยาเสพติดร้ายแรงมากขึ้น
.
บุคคลที่ขออนุญาตจากกรมแพทย์แผนไทย 14,518 ใบอนุญาต มีเพียง 13 ฉบับเพื่อศึกษาวิจัย, 515 ฉบับเป็นการส่งออก แต่ส่วนใหญ่ 13,970 ฉบับ เป็นประเภทจำหน่ายเพื่อการค้า หรือก็คือร้านขายกัญชา ที่พบเห็นกันได้ทั่วไป
.
เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมามีการตรวจร้านขายกัญชาได้เพียง 5,218 แห่ง คิดเป็นเพียง 37% จากทั้งหมด มีการพักใช้ใบอนุญาต 724 ราย เพิกถอนใบอนุญาตจริงเพียงแค่ 129 ราย เป็นคดีอาญา 180 คดีที่ขายโดยไม่มีใบอนุญาต โดยจากรายงานของกรมแพทย์แผนไทย มีข้อร้องเรียนสั่งสมตั้งแต่ปี 2565 เพียง 176 เรื่อง
.
จากต้นน้ำในการปลูก กัญชาที่ผ่านมาตรฐานการปลูกและการเก็บเกี่ยวสมุนไพรและกัญชาทางการแพทย์ที่ดี มีเพียง 28% เท่านั้น แปลว่าสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายอยู่ตามท้องตลาดเป็นสินค้าเกรดต่ำ ยังไม่รวมว่าระหว่างฤดูกาลตัดช่อดอกในไร่ กิจกรรมในไร่ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมต่อประชาชน โดยเฉพาะด้านกลิ่นอย่างมหาศาล
.
ความพยายามของรัฐบาลที่ดูเหมือนจะเพิ่มการกำกับดูแลปัญหาการใช้เพื่อการสันทนาการ ด้วยการกำหนดให้ต้องมีการสั่งจ่ายจากผู้ประกอบวิชาชีพที่กฎหมายกำหนด หรือ ภ.ท. 33 โดยต้องมีการวินิจฉัยโรค 1 ใน 5 ที่กำหนดเท่านั้น ในข้อเท็จจริงไม่มีร้านไหนขอดูใบสั่งนี้ โดยที่การขอใบสั่งเป็นเรื่องที่ง่ายมาก สามารถใช้บริการดิจิทัลได้จากเว็บไซต์ My Thai Doctor สมัครออนไลน์ได้ภายใน 60 วินาที ส่งใบรับรองแพทย์เป็น PDF ทางอีเมล และสามารถซื้อได้ล่วงหน้าผ่านมือถือ
.
ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขยังประกาศอีกว่ารัฐบาลพร้อมดันกัญชาทางการแพทย์ เปลี่ยนร้านขายเป็นสถานพยาบาลภายใน 3 ปี
.
รัฐบาลจะปล่อยปละละเลย ปฏิเสธความรับผิดชอบของการกระทำใน 3 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากภาวะสุญญากาศที่ไร้การควบคุมแบบนี้
.
สถานการณ์ที่ผ่านมาเริ่มต้นจากอนุทิน ที่ปลดล็อกกัญชาโดยไม่มีกฎหมายออกมาควบคุม และยังคงอยู่ในมือของอนุทิน ที่ไม่มีนโยบายกัญชาแม้แต่บรรทัดเดียวในคำแถลงนโยบาย
🚨 หารือประธานสภาฯ ด่วน! ปัญหากลิ่นและควันกัญชาทำลายสุขภาพชุมชน... พร้อมเสนอ 4 มาตรการควบคุม คืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย
เมื่อวานนี้ ผมได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เข้าปรึกษาหารือต่อท่านประธานสภาฯ เพื่อเร่งหาทางออกและสะท้อนปัญหา "วิกฤตกลิ่นและควันกัญชา" ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ครับ
📍 สถานการณ์จริงที่คนในพื้นที่ต้องเผชิญทุกวัน
ผมได้รับเรื่องร้องเรียนแทบจะรายวันจากผลกระทบของนโยบายกัญชาเสรี ทุกวันนี้ในพื้นที่ เขตพระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ และบางรัก มีร้านกัญชาเปิดขึ้นเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ตามมาคือภาพของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อแล้วใช้สูบกันในที่สาธารณะอย่างเปิดเผย
💨 ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และกลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงที่สุด กลิ่นและควันที่ลอยออกมา รบกวนการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง และที่น่าสะเทือนใจที่สุดคือผลกระทบที่เกิดกับ "กลุ่มเปราะบาง" ในบ้านพักอาศัย ไม่ว่าจะเป็น เด็กเล็ก ที่ระบบทางเดินหายใจกำลังเจริญเติบโต ผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถขยับตัวหลีกเลี่ยงหรือย้ายหนีควันได้ พวกเขาต้องทนสูดดมกลิ่นไม่พึงประสงค์นี้แทบจะตลอดทั้งวันในบ้านของตัวเอง
📢 ข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องถึงผู้มีอำนาจ
ผมขอส่งเสียงไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งแก้ไขปัญหานี้ทันที โดยผมขอเสนอมาตรการกำกับดูแลที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ดังนี้ครับ:
1) ออกประกาศห้ามสูบในที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด และต้องมีการบังคับใช้กฎหมายรวมถึงบทลงโทษอย่างเข้มงวดและจริงจัง
2) กำหนดพื้นที่เฉพาะ (Designated Area): หากจะมีการใช้กัญชา จะต้องใช้ในพื้นที่ปิดที่ได้รับการจัดสรรและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น
3) บังคับใช้มาตรฐานระบบระบายอากาศ: สถานที่ที่อนุญาตให้ใช้กัญชาได้ ต้องมีระบบดูดควันและกรองอากาศที่ได้มาตรฐาน เพื่อไม่ให้กลิ่นและควันเล็ดลอดออกมากระทบต่อสภาพแวดล้อมข้างเคียง
4) จัดระเบียบโซนนิ่ง (Zoning) ให้ชัดเจน: ต้องมีการกำหนดพื้นที่ตั้งของร้านกัญชาอย่างเข้มงวด โดยต้องไม่อยู่ในจุดที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรือส่งผลกระทบต่อผู้พักอาศัยในชุมชนโดยรอบ
"เสรีภาพต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคม... มาช่วยกันกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์และสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้คนไทยเถอะครับ"
---------------------------------
#สสบูม
#ปารเมศบูม
#สสกรุงเทพเขต1
#จางกวงหมิง
#พรรคประชาชน
ติดต่อ/ร้องเรียนปัญหาผ่าน Line: @paramaitboom หรือ กดแอด lin.ee/QvRKEid
เบอร์โทร: 0952192999
📌 เร่งจัดระเบียบกัญชา หาจุดสมดุลเพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ประชาชน และกอบกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
ในฐานะ สส. กทม เขต 1 ผมได้รับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากนโยบายกัญชาในปัจจุบัน ผมเข้าใจดีว่ากัญชามีประโยชน์ทางการแพทย์ และมีศักยภาพในการเป็นพืชเศรษฐกิจหากได้รับการบริหารจัดการอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้กัญชาเพื่อสุขภาพ หรือผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาในขณะนี้ คือ "สภาวะสุญญากาศทางการควบคุม" โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยวสำคัญอย่างถนนข้าวสาร สีลม และเยาวราช ที่ควรเป็นหน้าตาต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่กลับมีการใช้กัญชาในพื้นที่สาธารณะอย่างเสรีจนเกิดมลภาวะทางกลิ่น สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัย และทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลกระทบอย่างรอบด้าน ทั้งต่อสังคมและเศรษฐกิจ:
• ความเสี่ยงต่อเยาวชน: การเข้าถึงที่ง่ายดายและขาดมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ทำให้เยาวชนตกอยู่ในความเสี่ยง
• ขาดการจัดพื้นที่ (Zoning) ที่ชัดเจน: ทำให้เกิดการใช้งานในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิในการสูดอากาศบริสุทธิ์ของประชาชนทั่วไป
• ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวบั่นทอน: ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย
👉 เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง "ประโยชน์ทางการแพทย์" และ "สิทธิของประชาชน" ผมขอเรียกร้องไปยังคณะรัฐบาลชุดใหม่ ให้หยิบยกปัญหานี้ขึ้นมาจัดระเบียบอย่างเร่งด่วน ดังนี้:
1) ตีกรอบและสนับสนุนการใช้เพื่อ "การแพทย์และสุขภาพ" อย่างถูกต้อง: พร้อมสร้างกลไกการควบคุมที่รัดกุม คุ้มครองทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการ
2) กำหนดพื้นที่การใช้งาน (Zoning) อย่างชัดเจน: การใช้กัญชาควรอยู่ภายในสถานที่ที่ได้รับอนุญาต เช่น โรงพยาบาล คลินิก หรือสถานบริการที่จัดไว้เฉพาะ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยและไม่กระทบผู้อื่น
3) บังคับใช้กฎหมายควบคุมการสูบในที่สาธารณะอย่างจริงจัง: เพื่อเป็นการเคารพสิทธิในการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป และกอบกู้ภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวไทย
4) ปกป้องเยาวชนขั้นเด็ดขาด: เพิ่มมาตรการตรวจสอบ กำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่จำหน่ายให้เยาวชน พร้อมสร้างช่องทางด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบการกระทำผิด
การเริ่มต้นของรัฐบาลชุดใหม่ คือโอกาสสำคัญในการนำกัญชากลับเข้าสู่ระบบที่ควรจะเป็น ทำให้ทุกคนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน
ในฐานะผู้แทนราษฎร เขต 1 กรุงเทพมหานคร ผมยืนยันว่าจะทำหน้าที่ติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันเรื่องนี้ในสภาอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดระเบียบที่เป็นรูปธรรมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายครับ
"เพราะการเดินทางต้องไร้รอยต่อสำหรับทุกคน" 🧑🦽🚶♂️
วันนี้ผมพร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มคนพิการ หัวหน้าฝ่ายโยธา หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ และทีมงานจากสำนักงานเขตพระนคร ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจเส้นทางสัญจร พื้นที่บริเวณ เขตพระนคร ตั้งแต่ถนนสามยอด ถนนมหาชัย ไปจนถึงคลองโอ่งอ่างครับ
เป้าหมายของเราคือการทำให้ทางเท้า ทางข้าม และทางขึ้น-ลง เป็นมิตรต่อผู้ใช้รถเข็นและผู้พิการ เพื่อการสัญจรที่ปลอดภัยและไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) ซึ่งจากการเดินสำรวจ เราพบหลายจุดที่ยังเป็นอุปสรรคและต้องเร่งปรับปรุง
ผมขอขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านที่มาร่วมสะท้อนปัญหาจากผู้ใช้งานจริง และขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ที่มารับเรื่องไปดำเนินการแก้ไขในวันนี้ครับ
ผมจะคอยติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เขตพระนครของเราเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวและจุดสัญจรที่ทุกคนเข้าถึงได้ เดินทางสะดวก ปลอดภัย และสวยงามอย่างแท้จริงครับ ✨
---------------------------------
#สสบูม
#ปารเมศบูม
#สสกรุงเทพเขต1
#จางกวงหมิง
ติดต่อ/ร้องเรียนปัญหาผ่าน Line: @ paramaitboom หรือ กดแอด lin.ee/QvRKEid
เบอร์โทร: 0952192999
🚨 จาก "กางเกงช้างสำเพ็ง 🐘" สู่ "มะพร้าวไทย 🥥" วิกฤตนอมินีข้ามชาติที่กำลังทุบหม้อข้าวเกษตรกร!
ปัญหาราคามะพร้าวที่ถูกกดจนต่ำติดดินในขณะนี้ ไม่ใช่แค่ผลกระทบจากกลไกตลาดปกติครับ แต่คือผลพวงของ "โครงสร้างทุนข้ามชาติที่ซ่อนตัวอยู่หลังนอมินีคนไทย" รูปแบบการทำธุรกิจแบบกินรวบนี้ ไม่ต่างอะไรกับปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ หรือวิกฤตสินค้าต่างชาติทะลักเข้ามากระทบ SMEs ไทย ที่ผมเคยนำเสนอและชูกางเกงช้างอภิปรายกลางสภาฯ ไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา
รูปแบบการเอาเปรียบยังคงเหมือนเดิม... แค่เปลี่ยนสมรภูมิจากภาคการผลิตและการท่องเที่ยว มาบุกยึด "ภาคการเกษตร"
ทุกวันนี้ กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาตั้ง "ล้ง" (จุดรับซื้อและคัดแยก) โดยใช้ชื่อคนไทยบังหน้า เมื่อเครือข่ายล้งเหล่านี้ขยายตัวจนสามารถผูกขาดการรับซื้อในแต่ละพื้นที่ได้สำเร็จ ก็จะใช้กลยุทธ์ "ฮั้วราคา" กดราคารับซื้อจากหน้าสวนของเกษตรกรไทยให้ต่ำที่สุด แล้วส่งออกไปทำกำไรมหาศาลที่ประเทศปลายทาง กลายเป็นวงจรธุรกิจแบบ Closed-loop ที่เม็ดเงินแทบไม่ตกหล่นถึงมือคนไทยเลย
นี่คือการทำลายเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ!
คำถามสำคัญคือ... รัฐบาลจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?
รัฐบาลจะปล่อยให้นโยบายเป็นเพียงการปูพรมแดงรับตัวเลขการลงทุน (FDI) สวยๆ โดยแลกกับการปล่อยให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นถูกกลืนกินในบ้านตัวเองกระนั้นหรือ?
การแก้ปัญหานอมินีต้องไม่ใช่การรอให้วัวหายแล้วล้อมคอก แต่ต้องทำงานเชิงรุก
🔍 บูรณาการตรวจจับเส้นทางการเงิน (Follow the Money)
🚫 กวาดล้างนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนอำพรางอย่างเด็ดขาด
ถึงเวลาที่ต้องชัดเจนและเลือกว่า... รัฐบาลจะยืนอยู่ข้างทุนข้ามชาติ หรือจะลุกขึ้นมาปกป้องคนไทยที่กำลังถูกเอาเปรียบครับ!
สามารถย้อนดูการอภิปรายของผมได้ที่
youtu.be/5bAWHVEp0a4?si=n2p1…
ต้องขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวกรุงเทพฯเขต 1 เขต พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรักดุสิต อีกครั้งครับ 🙏🏻🙏🏻🙏🏻
ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ชาว กรุงเทพ เขต 1 เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตดุสิต และ ประชาชนทุกท่านที่มอบให้ ปารเมศ บูม และ พรรคประชาชน
ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทุกเสียงของท่านมีความหมายกับผมอย่างยิ่งครับ
ผมยังคงเชื่อมั่นในพลังของพี่น้องประชาชน และพลังการเปลี่ยนแปลงที่เราสร้างร่วมกัน ผมขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้าทำงานต่ออย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้นครับ
ขอบคุณทุกการยืนหยัดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเปลี่ยนแปลงอนาคตที่ดีขึ้นให้กับรุ่นเรา รุ่นลูก และรุ่นหลาน ✊
ผม นาย ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ขอแจ้งยุติการโพสต์ แชร์ ข้อความ ภาพ หรือกิจกรรมใดๆ อันมีลักษณะเป็นการหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง
ผลิตสื่อโดย นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ที่อยู่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลาที่ปรากฎ
ส่งอาเม้งเข้าสภา ส่งอาเท้งเป็นนายก
พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรัก ดุสิต (ไม่รวมแขวงถนนนครไชยศรี)
🟢 กา ปารเมศ บูม เบอร์ 5 (บัตรสีเขียว)
🩷 กา พรรคประชาชน เบอร์ 46 (บัตรสีชมพู)
#บูมเบอร์5
#พรรคประชาชน
#บูมปารเมศ
#ปารเมศบูม
#กทมเขต1
-----------------
ผลิตสื่อโดย นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ที่อยู่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลาที่ปรากฎ
[รับสมัครอาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง กรุงเทพ เขต 1]
🔥 8 ก.พ. นี้ อย่าปล่อยให้ใครขโมยเสียงของเรา!
บูม ปารเมศ ขอแรงชาว กรุงเทพฯ เขต 1 พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางรัก ดุสิต (ไม่รวมแขวงถนนนครไชยศรี) มาร่วมภารกิจสำคัญ นั่นคือการเป็น "อาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง" ใกล้บ้านคุณ ปกป้องทุกคะแนนเสียงตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย (ช่วงนับคะแนน 17.00น. ถึง ประมาณ 20.00 น.)
เราจะไม่ยอมให้คะแนนตกหล่น ไม่ยอมให้มีความผิดปกติ เพราะอนาคตของประเทศอยู่ในมือเรา และ "เรา" คือคนเดียวที่จะรักษามันไว้ได้
มาร่วมผนึกกำลังกันครับ ยิ่งมีหูมีตาช่วยกันมองมากเท่าไหร่ การโกงก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น! 🧡
📝 พร้อมแล้ว ลงทะเบียนเลย:
forms.gle/CeeRyy28YvUawq6S8
หรือแจ้ง Line OA: @paramaitboom
-----------------
ผลิตสื่อโดย นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ที่อยู่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 จำนวน 1 ชุด ตามวันและเวลาที่ปรากฎ




























