
ช่างภาพ พ่อหมอ ความรู้เกี่ยวกับศาสนาฮินดูและโหราศาสตร์ภารตะ #howมู INTP, Bisexual, เที่ยวคนเดียว, ชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง, มีแฟนแล้ว
BKK Thailand
Joined July 2010
- Tweets27.1K
- Following3K
- Followers7.7K
- Likes67.3K
บทสวดบูชา #พระพิฆเนศ เซฟเก็บไว้สวดได้ บทสั้น บทยาว บท 108 พระนาม รวมมาไว้ให้แล้ว พร้อมคำแปลภาษาไทยให้ได้อ่านทำความเข้าใจกันด้วย
ส่วนตัวเชื่อว่าก่อนจะไปมูด้วยพิธีกรรมนั่นนี่ ให้เริ่มจากมูด้วยตัวเราเองก่อน
ไม่รู้คิดไปเองไหม แต่ไม่คิดไปเองหรอก5555 ✨😅🙏
มันมีช่วงหนึ่งที่อยากมูบูชานั้นนี่ไปหมดแต่ค่ามู บูชาใช้เงินหลายบาท เห็นคนไปจุดธูป เทียน มูเทพต่างๆ บ้างเราก็อยากทำบ้างแต่งบไม่พอ แต่เน้นกลับมาสวดมนต์ที่บ้าน แผ่เมตตาปกติ ทำบุญบริจาคออนไลน์ 1-5 บาทว่ากันไป555 อุทิศบุญให้เทวดาประจำตัว เชื่อปะ มันมีความโชคดีแบบไม่หวือหวาแต่มันสบายใจ รู้สึกมีความ go with the flow มากขึ้นงะ และบางครั้งก็สวดมนต์ไปเรื่อยๆ ยังไม่อยากขอพรอะไร ขกขออะบางที และรอแบบขอพรด้านโอกาสใหญ่ๆ ในชีวิตเอา และหมั่นเติมบุญไปเรื่อยๆ แหละมั้ง ก็สนุกดีนะ เหมือนสะสมแต้มอะไรสักอย่างพอเจอสิ่งที่ต้องการค่อยให้ สสส ช่วย ตอนนี้เน้นใช้ชีวิตให้มีความสุข ทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด
ใดๆ การบาลานซ์ตัวเองใช้ชีวิตทางธรรมทางโลกกลางๆก็ดีนะ ไม่มีอะไรสุดโต่งเกินไป เพราะเราก็ยังเที่ยวปาร์ตี้ได้ ดื่มสร้างสรรค์บ้างตามโอกาส คือบางคนชอบมองว่าแม่พระ คือมันไม่ขนาดนั้นน5555✨🙏💗
ทีปาวลี วันที่ 1 ธันเตรัส
ในวันนี้นิยมบูชาพระคเณศ, พระธันวันตริ, พระลักษมีและพระกุเพระ(ท้าวเวสสุวัณ) ตลอดจนเทพแห่งโชคลาภอื่น ๆ ที่แต่ละคนเคารพบูชา บางบ้านจะเริ่มจุดประทีปกันตั้งแต่วันนี้ยาวไป 5 วัน
สามารถถวายปัญโจปจารบูชา(การบูชา 5 ขั้นตอน) แบบง่าย ๆ ที่บ้านเองได้ หรือจะแค่สวดมนตร์ก็ได้เช่นกันในส่วนของ ปัญโจปจาระ ประกอบไปด้วย
- คันธะ : เครื่องหอมสำหรับเจิม ผงเจิมต่าง ๆ
- ปุษปะ : ดอกไม้
- ธูปะ : ธูปหอมหรือกำยาน
- ทีปะ : ดวงประทีป
- ไนเวทยะ : อาหาร เช่น ผลไม้ ขนม หรือธัญพืช
นอกจากนี้ก็นิยมวางเงินทอง ของมีค่า ไว้บนหิ้งบูชา และนิยมซื้อทรัพย์สิน ทองคำ เงิน ภาชนะฝหม่ เปิดบัญชี ฯลฯ กันในวันนี้เพื่อความเป็นศิริมงคลด้วยเช่นกัน
#Diwali #พระแม่ลักษมี
Replying to @bioxkp
1. วันธนเตรัส หรือ ธนตระโยทศี คือวันแรกในเทศกาลทีปาวลี ตรงกับแรม 13 ค่ำเดือนการติกะ
มาจากคำว่า
ธนะ(ทรัพย์สิน, รางวัลที่พึงได้รับ) + เตรัส(หรือเตรส) หมายถึงวันตฤตียา(วัน 13 ค่ำ) รวมกันก็แปลว่า 13 ค่ำแห่งความสำเร็จ
ที่มาของวันนี้มาจากตำนานการกวนเกษียรสมุทร ที่หลังจากออกแรงกวนกันอยู่นาน วันหนึ่งก็มีน้ำอมฤตผุดขึ้นมาจากเกษียรสมุทร โดยพระนารายณ์ได้แบ่งภาคไปไปเทพองค์หนึ่ง นามว่า ธันวันตริ(ปัจจุบันเป็นเทพแห่งการแพทย์) เทิดหม้อน้ำอมฤตขึ้นมาจากเกษียรสมุทร
อีกตำนาน ปรากฏอยู่ในรามายณะ ว่าหลังจากที่พระรามรบชนะทศกัณฐ์ในวันวิชัยทัศมี(วันที่ 10 ของเทศกาลนวราตรี) ได้รับตัวนางสีดาและเตรียมกลับอโยธยา โดยส่งหนุมานไปแจ้งข่าวให้กับชาวเมืองอโยธยาได้ทราบ ด้วยความยินดี ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันจุดประทีปเฉลิมฉลองเพื่อรอต้อนรับการเสด็จกลับมาของพระรามจนกรุงอโยธยาสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน
ดังนั้นในวันธนเตรัสจึงเป็นวันแห่งความสำเร็จสมปรารถนา ในสิ่งที่ตั้งใจทำกันมานาน จากทั้งสองตำนานนี้เอง
ซึ่งปี 2567 วันธนเตรัส ตรงกับ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย โดยธรรมเนียมแล้วก็นิยมบูชาพระคเณศ พระธันวันตริ(หรือพระนารายณ์) หรือเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ตนนับถือมาทำการบูชา ไม่ว่าจะเป็นพระลักษมี พระอินทร์ พระกุเวร เป็นต้น
คนอื่นน่าจะมองว่าเรามูหนัก แต่ส่วนตัวมองว่าการประกอบพิธีบูชา การไหวั ภาวนา ทำชปะ(นับประคำ) นี่คือไม่ได้มู เพราะทำด้วยความต้องการ ยินดี และมีความสุขที่ได้ทำ ไม่ได้ทำเพื่อร้องขออะไรจากเทพ เลยไม่ได้นับว่าเป็นการมู
แต่ถ้าอย่างเรื่องที่มันเกี่ยวกับดวงชะตา ทำเพื่อบรรเทาเคราะห์ บรรเทาผลของดาวตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ อันนี้คือมู
ก็จะมี
- แหวน 4 วงที่สวม ประดับอัญมณีแทนดาวที่ให้คุณต่อดวงชะตา
- ห้อยรุทรักษะ 11 หน้า นอกจากเป็นสิ่งแทนพระศิวะที่นับถือเป็นเทพสูงสุดแล้ว ก็เพื่อบรรเทาผลจากดาวเสาร์
- บริจาคเงินให้มูลนิธิคตาบอดทุกวันเสาร์เพื่อบรรเทาผลจากดาวเสาร์
- จุดประทีปน้ำมันมัสตาร์ดบูชาพระเสาร์ทุกวันเสาร์ เพื่อบรรเทาผลจากดาวเสาร์
เท่านี้แหละ
ทีปาวลี เขาทำอะไรกันบ้าง?
เทศกาล #ทีปาวลี (दीपावली - Dipavali) มาจากคำว่า
ทีป = ตะเกียง, ประทีป, แสงสว่าง รวมกับคำว่า
อาวลี = ลำดับ, แถว, แนว
กลายเป็นชื่อของเทศกาลนี้ “ทีปาวลี” แปลตรงตัวว่าเทศกาลแห่งการจุดประทีปเรียงต่อกัน ก่อนจะกลายเป็น ทีวาลี หรือ #ดิวาลี ในภายหลัง
ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของชาวฮินดูที่จะเกิดขึ้นติดต่อกันถึง 5 วันในช่วงเดือนการติกะ คล้าย ๆ กับเทศกาลตรุษจีน แน่นอว่าตัวเอกสำคัญของเทศกาลนี้คือแสงสว่าง
ความเชื่อเกี่ยวกับแสงสว่างมักถูกใช้เป็นตัวแทนของเทพเจ้า, ความดีงาม, สติปัญญาและการเริ่มต้นใหม่ ฯลฯ
การเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ จะมีการจุดประทีปต่อเนื่องกันถึง 5 วันด้วยกัน
#พระแม่ลักษมี
#พระพิฆเนศ
1. วันธนเตรัส หรือ ธนตระโยทศี คือวันแรกในเทศกาลทีปาวลี ตรงกับแรม 13 ค่ำเดือนการติกะ
มาจากคำว่า
ธนะ(ทรัพย์สิน, รางวัลที่พึงได้รับ) + เตรัส(หรือเตรส) หมายถึงวันตฤตียา(วัน 13 ค่ำ) รวมกันก็แปลว่า 13 ค่ำแห่งความสำเร็จ
ที่มาของวันนี้มาจากตำนานการกวนเกษียรสมุทร ที่หลังจากออกแรงกวนกันอยู่นาน วันหนึ่งก็มีน้ำอมฤตผุดขึ้นมาจากเกษียรสมุทร โดยพระนารายณ์ได้แบ่งภาคไปไปเทพองค์หนึ่ง นามว่า ธันวันตริ(ปัจจุบันเป็นเทพแห่งการแพทย์) เทิดหม้อน้ำอมฤตขึ้นมาจากเกษียรสมุทร
อีกตำนาน ปรากฏอยู่ในรามายณะ ว่าหลังจากที่พระรามรบชนะทศกัณฐ์ในวันวิชัยทัศมี(วันที่ 10 ของเทศกาลนวราตรี) ได้รับตัวนางสีดาและเตรียมกลับอโยธยา โดยส่งหนุมานไปแจ้งข่าวให้กับชาวเมืองอโยธยาได้ทราบ ด้วยความยินดี ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันจุดประทีปเฉลิมฉลองเพื่อรอต้อนรับการเสด็จกลับมาของพระรามจนกรุงอโยธยาสว่างไสวราวกับเวลากลางวัน
ดังนั้นในวันธนเตรัสจึงเป็นวันแห่งความสำเร็จสมปรารถนา ในสิ่งที่ตั้งใจทำกันมานาน จากทั้งสองตำนานนี้เอง
ซึ่งปี 2567 วันธนเตรัส ตรงกับ วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย โดยธรรมเนียมแล้วก็นิยมบูชาพระคเณศ พระธันวันตริ(หรือพระนารายณ์) หรือเชิญเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ตนนับถือมาทำการบูชา ไม่ว่าจะเป็นพระลักษมี พระอินทร์ พระกุเวร เป็นต้น
ส่วนตัวมองว่าไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
กรุงเทพฯ ลัคนาสถิตราศีเมษ มีดาวเสาร์เป็นเจ้าเรือกัมมะ(มกร), ลาภะ(กุมภ์) กับดาวพฤหัส เจ้าเรือนศุภะธนู), วินาศ(มีน) ทั้งสองดวงกุมกันและตรีโกณถึงลัคนาในพื้นดวงเดิม
โดยเฉพาะดาวพฤหัสเป็นเกษตรอยู่ในราศีธนูซึ่งเป็นเรือนมูลตรีโกณ จึงมีกำลังมาก
ดังนั้นลัคนาเมืองมีความถึกในตัวเองจากการที่ดาวสองดวงส่งกำลังประคับประคอง
ปีหน้าดาวเสาร์จรเข้าราศีเมษ แต่ในขณะเดียวกันดาวพฤหัสก็จรเข้าราศีสิงห์ ก็จะตรีโกณถึงลัคนา ดังนั้นเท่ากับว่าเรามีดาวพฤหัสสองดวงไปช่วยบรรเทาผลขอฃดาวเสาร์
แน่นอนว่ามีความหนัก ฝืด อืด หน่วง แบบดาวเสาร์ และเมื่อเป็นเจ้าเรือนที่ดีแต่อยู่ในตำแหน่งอ่อนกำลัง มันก็ส่งผลถึงเรื่อฃที่เกี่ยวข้อง แต่ก็อย่างที่บอก มีตัวช่วย ดังนั้นก็อย่าวิตกกังวลขนาดนั้น
ใด ๆ คือเวลาดู อย่าดูแค่ดาวดวงเดียว มันต้องดูทั้งกระดาน
ดูเศรษฐกิจบ้านเราต้องดู ศุกร์(กฎุมภะ - ฐานรายได้, ปัตนิ - คู่ค้า คู่สัญญา) กับ เสาร์(กัมมะ - การบริหารจัดการ, ลาภะ - ผลที่ได้รับ) ประกอบ
ดูความเป็นอยู่, ปากท้อง ดูจันทร์(พันธุ - ปากท้อง ครัวเรือน กับ พุธ(สหัชชะ - สังคม, อริ - อุปสรรค)
เพราะฉะนั้น ถ้ามันจรไปอยู่ในจุดที่รับผลเสียมันก็เสีย จุดที่รับผลดีมันก็ดี
This quoted post is unavailable.
รวมไปถึงพวกที่สร้างความเชื่อประหลาดมาเผยแพร่ ยกตัวอย่างเช่นเอาของสีชมพูไปไหว้พระลักษมี, ขอแฟนไทป์ประมาณนี้ต้องขอกับเทพองค์นี้ ฯลฯ เป็นต้น
ถ้าจะบ่นหมอดูติ้กต๊อกนะบ่นได้สารพัดเรื่องทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่พอกัน บางคนก็ทายให้ดูน่ากลัวจนคนจิตตกจะได้มีคนมาเม้นถามแล้วทำคอนเท้นต่อ บางคนเอาไพ่มาดูดวงเมืองแบบเธอเก่งกล้าสามารถขนาดไหนที่เอามือเธอหยิบแล้วทายแทนคนทั้งเมือง บางคนเวลาดาราคนดังมีปัญหาก็รีบทำคอนเท้นแบบเสร่อๆ บางคนก็แนะนำทำพิธีอะไรก็ไม่รู้มั่วอีตั้วไปหมดจนต้องมาหาคนแก้ และอื่นๆอีกมากๆมาย
13
✨ ถึงเวลามาเช็กอัป #อันดับคนดวงดีปี2570 แบบฉบับตำรา #ญี่ปุ่น ใครดวงพุ่ง ใครต้องมูเพิ่ม มาดูกันเลย 🔮 #สายมู ไม่ควรพลาดอ่านง่ายไม่จกตาไม่ปวดตาแน่นอน!
เข้าไปดูเดือนนำโชคของแต่ละคนได้ที่ uranai3.com/1000864
#TrueCJ #TrueCJCreations
#ดวง #ดูดวง #ดวงการเงิน #โชคลาภ
#NewYear2027 #ดวงดี2570 #ดวงดี2027 #อันดับคนดวงดีปี2027 #FortuneRanking2027
เชื่อมโยงกับการจำเริญน้ำ คือสมัยก่อนข้าวของที่ใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ เวลาใช้งานเสร็จแล้วจะไม่นิยมเอาทิ้งขยะ แต่จะใช้การลอยน้ำ ในแม่น้ำลำคลองใด ๆ ที่เป็นน้ำไหล เรียกว่าจำเริญ
นัยคือน้ำจะเป็นตัวพัดพาเอาสิ่งเหล่านั้นและสิ่งที่แฝงมากับสิ่งเหล่านั้นไปยังที่ ๆ ควรไป แนวคิดนี้กลายมาเป็นการชำระล้างพลังงาน เช่น การชำระล้างอัญมณีด้วยการเปิดน้ำให้ไหลผ่าน หรือลางร้ายอย่างความฝัน ที่ปล่อยน้ำให้ไหลผ่านร่างกายเพื่อชำระล้างลางร้ายออกไป
เช่นเดียวกับการวิสรชัญเทวรูปพระคเณศเพื่อส่งเสด็จสู่คเณศโลกหลังจบช่วงคเณศจตุรถี, การลอยอังคารหลังเผาศพเสร็จ ก็เป็นแนวคิดเดียวกันคือการอาศัยน้ำเป็นตัวนำพา ต่างกันที่ที่หมายปลายทาง
ช่วงที่เรียนมหาลัย เราเคยฝันว่าฟันหลุด แบบฟันบนหลุดทั้งแผงเลย ในฝันคือน่ากลัวมาก พูดไปฟันก็ค่อยๆ หลุดออกทีละซี่จนหมด เราสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะตกใจมาก
ตลอดทั้งวันก็รู้สึกไม่สบายใจยังไงไม่รู้ เข้าไปเปิดดูเว็บทำนายความฝัน เขาบอกว่าถ้าฝันว่าฟันบนหลุด ญาติหรือคนใกล้ชิดฝั่งพ่อจะเจ็บป่วยหรือมีอันเป็นไป
เราเลยโทรหาพ่อ เล่าเรื่องความฝันให้ฟัง แล้วพ่อก็บอกว่ากำลังจะโทรบอกพอดีว่าลุงขับรถชนเพิ่งเสียชีวิตเมื่อเช้า มัวแต่ยุ่งๆ เรื่องจัดงานเลยยังไม่ได้แจ้งข่าว 😭😭
พ่อบอกเราว่าถ้าเกิดฝันร้ายอีก ให้แก้เคล็ด ด้วยการบอกผ่านน้ำ คือตื่นมาอาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา หรือเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลผ่าน แล้วเล่าความฝันไปพร้อมกับขอให้ไม่มีสิ่งร้ายๆ เกิดขึ้น ให้ความโชคร้ายไหลไปกับน้ำ เราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่านะ หรือเป็นแค่ความเชื่อของคนโบราณ
จนทุกวันนี้ก็ยังสงสัย โมเดลจู๋ปลอมที่เอาจู๋ตัวเองไปเป็นแบบ กุทำไปทำไมพะนะ จะเอามาแต่งห้องก็ว่าประดักประเดิดอยู่ 🤣
ตำนาน :
อนันตนาคราช หรือเศษะนาค
อนันต แปลว่า ผู้ไร้จุดสิ้นสุด
ส่วนอีกชื่อคือเศษะ หรือเศษ(สิ่งที่หลงเหลือ) ในวิษณุปุราณะกล่าวถึงช่วงเวลาพรหมราตรี(เมื่อพระพรหมสร้างสิ่งต่าง ๆ เสร็จก็จะบรรทมหลับ จักรวาลจะล่มสลายก่อนที่พระพรหมจะตื่นมาสร้างใหม่ในวันรุ่งขึ้น) เศษะจะเป็นผู้พ่นไฟเผาจนโลกมอดไหม้ ก่อนจะเกิดฝนตกลงมาจนน้ำท่วมโลกจนกลายเป็นมหาสมุทร ก็เลยจะยังเหลือเศษะนาคและพระวิษณุที่บรรทมอยู่กลางมหาสมุทร
คำบรรยายว่าอนันตนาคราชเป็นนาคที่มีพันเศียร เป็นผู้รองรับโลกเอาไว้
ในมหาภารตะ เล่าว่าเศษะนาค คือพี่ชายคนโตสุดในบรรดานาคที่เป็นบุตรของพระกาศยปและนางกัทรู เมื่อคราวที่นางกัทรูพนันเรื่องสีของหางม้าอุไจศรวัส นางกัทรูให้บรรดาลูกทั้งพันตนของนางแปลงเป็นเส้นขนไปแซมที่ขนหางม้า เพื่อให้นางวินตาแพ้พนัน
แต่มีลูกส่วนหนึ่งที่ไม่ยอมทำตามนั้น หนึ่งในนั้นคือพี่ใหญ่และพี่รอง เศษะ กับ วาสุกิ และลูก ๆ อีกจำนวนหนึ่ง นางกัทรูเลยสาปให้ลูก ๆ ที่ไม่ยอมเชื่อฟังต้องโดนพระอัคนิกลืนกินในพิธีสรรปสัตตระของราชาชนเมชัยในอนาคต(อยู่ในมหาภารตะ)
เศษะจึงละทิ้งมารดาไปบำเพ็ญเพียร จนในที่สุดพระพรหมก็ประทานพรให้เศษะได้เป็นผู้รองรับโลกเอาไว้
โดยมากแล้ว ภาพของเศษะนาคมักนิยมสร้างด้วยจำนวน 5 หรือ 7 เศียร แต่ในภาพพระวิษณุบางภาพ มีการวาดพญานาคที่มีเศียรมากกว่านั้นไปจนมายนับไม่ถ้วนอยู่ด้วย
ส่วนเรือพระที่นั่งก็สร้างเป็นรูปพญานาค 7 เศียรใหญ่และมีเศียรเล็กเศียรน้อยแซมอยู่ด้วย นัยว่ามี 1,000 เศียรตามตำนาน
























