⠀ ⠀ ⠀♡⠀ ⠀ ⠀゚⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀⠀ +⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀⠀˚ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀·⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀⠀⊹ ⠀ ⠀ ⠀𓊆ྀི #tthomastc #kongjiro #MrToky 𓊇ྀི ⠀ ⠀ ⠀.⠀ ⠀ ⠀⊹⠀ ⠀ ⠀ ⠀ ⠀˚⠀ ⠀ ♡゚ . ꒰ ᩚ⸝⸝⸝ ᩚ꒱ 🪽🩷

𝚏𝚕𝚞𝚏𝚏𝚢 𝚋𝚎𝚎𝚋𝚘𝚘 ❤︎
Joined October 2024
Pinned Tweet
ที่รักเรียนจบแล้วนะคับ 💧—💧🩷
6
412
527
5,497
nk retweeted
สวยหล่อ หมวยตี๋ เหมาะสมค่ะ
74
1
150
1,095
nk retweeted
ชั้นคือบุคคลที่รักแมวตุวนี้ทิ้สุดในโลก!!!
2
60
75
810
นอกเรื่องแปป ปากซีดม้ากกกก!!!! #อ้วนทอด #fatfries #kongjiro
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว . เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้ . นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี . Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน . [ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ] . ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ . วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน . ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย... . ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว . จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย . พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน . [ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ] . พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้ . ‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น . และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023 . แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด... . "วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า . สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ . ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม . [ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ] . ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม . จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง . รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง . [ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ] . ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก . หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ . จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน . ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว . ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย . [ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ] . จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป . วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ . สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า . [ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ] . หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้ . เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ . แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว . [ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ] . ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี . วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต . เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้ . ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน... . #BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
113
605
19
673
15,911
หล่อสวยหมวยตี๋ พี่รักน้องก้องค้าบ 🤟🏻
55
96
805
แกกกก ชั้นชอบอะไรแบบนี้ เขินมากกก เขินจนจะเป็นบ้าอยู่แล้วโว้ยยยยยยยย ตายๆๆๆไปเคมี โทมัสก้อง มันปีศาจมาก ไม่เคยจะเห็นใครเคมีโหดขนาดนี้ ช่วยชั้นด้วย😭😭😭
2
4,875
33
7,854
105,806
ทำไมติ่งรวยทุกคน ยกเว้นกู
16
6,035
43
4,795
76,157
บอกเฮียหึงเฮียหึงแต่ขนตาอึ้งทรง monako มาเลยนะเฮีย
หมวยเฮียหึง ปิงตอบเฮียติดขนตานะะ เฮียขนตายาวกว่าหมวยอีก55252515155151515155155515151515155151555555เฮียจะสิ้นน KNP OHAE V80 #vivoV80xKengNamping #KengNamping #เก่งน้ำปิง
549
11,738
334
11,527
215,536
ดาราว่าแรงอยู่นะ แต่การที่จะไปหาดาราก็ควร อาบน้ำสระผม แปรงฟันหน่อยไหม ไม่ใช่แค่ดาราที่เค้าได้กลิ่น แต่แฟนคลับข้างๆก็อาจจะได้กลิ่นด้วย
Replying to @lalisamyl0ver
เป็นความจริงครับ ผมทำงาน ฟรีแลนซ์วงการบันเทิง ดาราบางคนจะมองกล้องใหญ่มากกว่ามือถือ เพราะรูปสวยกว่า และหลังจากเสร็จงาน ดาราบางคนนินทาแฟนคลับลับหลังก็มีพอควร เช่น กลิ่นปากโคตรเหม็น ดันจะให้กูเอาหน้าไปใกล้ขอคลิป ฯลฯ
701
5
737
104,632
เฮียก้องกับฮาเป้อ แต่เป้อเขินไรน้า #kongjiro
293
1
639
8,503
Replying to @mydearda
ถูกใจไหมงับ
3
444
1
758
13,890
Replying to @_nabcden
อิ่มไหมค้าบบบบ
1
338
590
10,548
09/11/2024 ⠀ ⠀ ⠀22/10/2026
เจอเมนครั้งแรก เจอเมนครั้งล่าสุด
1
51
แม่เราก็รักพ่อมากนิ🫠
23
114
979
Good night ครับ 🌙 แกรนนี่ พี่โท น้องก้อง🩷 วันนี้ที่บ้านใครเปียกเปียกไหมครับ ทางนี้พระอาทิดโกดครับ มีตอนมืดมืดน้ำหยดมาแต่ไม่เยอะครับ ช่วงนี้ถึงแม้ว่าจะกิ้งกิ้งแต่รู้สึกว่าตอนเย้นเย้นท้องฟ้าปิดไฟเร็วจิงไหมครับ แปปเดียวก้มืดแล้ว พอดูเวลาก้ยังไม่ถึงเวลาปิดไฟเลยคับแกรนนี่ มันเป้นเพราะอาไรหรอครับหรือว่าคนข้างบนนอนไว ท้องฟ้าเลยมืดเร้วครับ น่าตื่นเต้น แต่ก้มีคนบอกว่าเพราะใกล้สิ้นปีแล้วลื้อดูหนาวกำลังมา แต่ไองงครับ so งงมาก ทำไมถึงบอกว่าลื้อดูหนาวครับ ไอไม่ได้หนาวสักหน่อย ยังเปิดแอร์กิ้งกิ้งอยุ่เลย พอถามว่าทำไมมืดมืดก่อนเวลาปกติ ก้บอกลื้อดูหนาว ลื้อดูหนาวอยุ่นั่น ไม่ไม่หนาวครับ! I’m not cold kub!! งอน ไอจะหนีไปเป้นพี่ปลาครับ handsome ไหมครับ เป้นพี่ปลากี้โม่ครับ haha ป่อยใจสะบายสะบายครับ ถ้าอ่านมาจนถึงตอนนี้ก็หวังว่าแกรนนี่ของไอจะมีรอยยิ้ม มีความสุกวิ่งวนวนรอบตัวนะครับ My grannies’ happiness is what keeps me going every day. Seeing them happy makes me happy and gives me a reason to keep living every day kub ไอรักครอบครัวของไอทุกคนเลยครับ ฝันดีครับ #MrToky
97
977
18
1,140
11,638
ฝากทุกคนเอ็นดูร้านเล็ก ๆ ของพวกผมด้วยนะครับ #อ้วนทอด #fatfries
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว . เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้ . นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี . Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน . [ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ] . ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ . วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน . ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย... . ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว . จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย . พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน . [ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ] . พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้ . ‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น . และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023 . แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด... . "วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า . สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ . ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม . [ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ] . ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม . จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง . รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง . [ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ] . ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก . หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ . จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน . ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว . ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย . [ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ] . จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป . วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ . สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า . [ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ] . หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้ . เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ . แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว . [ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ] . ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี . วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต . เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้ . ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน... . #BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
115
1,562
11
2,080
41,020
เอาจริงคือมีน้ำตากับ fatfries มากอะ เก่งมาก ๆๆ ทั้งก้องทั้งวินเลย จากยอดขายวันละ 10 20 กล่องต่อวัน ทุกวันนี้อ้วนทอดแมสมาก ๆ ไม่ได้ตกแค่กลุ่มแฟนคลับแล้วอะ ปัจจุบันรายได้อ้วนทอดแตะหลักล้านต่อเดือนเลย ฮือออ เติบโตมากภูมิใจจัง ㅜㅜ
126
215
1,973
แบบเจ้าของแบรนด์ม้าย
แผนของเราคือทำให้ทุกคนเป็นมุอู้ด #อ้วนทอด #fatfries
77
แผนของเราคือทำให้ทุกคนเป็นมุอู้ด #อ้วนทอด #fatfries
อ้วนทอดครั้งแรกถามจริงว่านี่ไซส์ S 🥲 กินคนเดียวจะหมดไหม #อ้วนทอด #fatfries
133
2,515
47
3,233
85,088