FIFA 🔊 retweeted
เปิด 4 เหตุผล ทำไมอินเทอร์เน็ตไทยไม่ดับสนิท
.
1. เส้นทางหลักไทยไม่ได้ผ่านอิหร่าน : โครงข่ายเคเบิลใต้ทะเลของไทยส่วนใหญ่เชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปสหรัฐฯ ส่วนเส้นทางที่ผ่านทะเลแดงหรืออ่าวเปอร์เซียจะเน้นการเชื่อมต่อไปยังยุโรปและตะวันออกกลางเป็นหลัก
2. มีระบบค้นหาเส้นทางสำรองอัตโนมัติ : โครงสร้างอินเทอร์เน็ตถูกออกแบบให้ routing ข้อมูลอ้อมไปทางเอเชียตะวันออกและข้ามไปสหรัฐฯ แทนหากสายทางยุโรปขาด แม้จะทำให้ความเร็วช้าลง (Latency สูงขึ้น) แต่ยังใช้งานได้ตามปกติ
3. มีช่องทางทางบกและดาวเทียมรองรับ : ประเทศไทยมีสายใยแก้วนำแสงทางบกที่ผ่านจีน ลาว และเมียนมา รวมถึงระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมเสริม
4. มีบรรทัดฐานจากเหตุการณ์จริง : ในช่วงปี 2024–2025 เคยเกิดเหตุสายเคเบิลในทะเลแดงขาดหลายครั้ง ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีเพียงการเชื่อมต่อเอเชีย–ยุโรปช้าลงหลายสัปดาห์ แต่ไม่มีประเทศใดในเอเชียที่อินเทอร์เน็ตดับ
.
ระบบธนาคาร-แอปโอนเงินในไทยกระทบหรือไม่?
.
• ธุรกรรมภายในประเทศ (PromptPay / Mobile Banking) : ใช้เครือข่ายและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายในประเทศไทยเป็นหลัก จึงแทบไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
• การโอนเงินต่างประเทศ (SWIFT) : อาจมีความล่าช้าบ้าง แต่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่มีระบบสำรองข้อมูลหลายชั้น
• บริการออนไลน์ที่มี Server ในยุโรป/ตะวันออกกลาง : อาจมีอาการโหลดช้าหรือเกิด Timeout ขึ้นได้บ้างในบางช่วง
.
สรุปได้ว่า หากเกิดเหตุตัดสายเคเบิลใต้ทะเลจริง ประชาชนไทยอาจได้รับผลกระทบเพียงแค่อินเทอร์เน็ตไปฝั่งยุโรปช้าลง แต่จะไม่ถึงขั้นอินเทอร์เน็ตล่มหรือโอนเงินไม่ได้ตามที่มีความกังวล
- ข่าวช่องวัน
FIFA 🔊 retweeted
สรุปสั้นๆ: ยุโรปและนาโต้เตรียมรบรัสเซีย เมกาเตรียมรบอิหร่านวันที่ 4 อิหร่านเตรียมรบพันธมิตรเมกา อินเดีย-จีนมีการเผชิญหน้าตึงเครียดตามแนวชายแดน เกาหลีเหนือยั่วเกาหลีใต้และญี่ปุ่น หลายประเทศเตือนให้ตุนอาหาร
ไทย : ตามดราม่าบุ๋ม
รัฐบาลไทย : บอกว่าเรามีอู่ข้าวอู่น้ำ เตรียมประชุมด่วนวันที่ 4
FIFA 🔊 retweeted
🚨 สรุปม้วนเดียวจบ: เกิดอะไรขึ้นทั่วโลกในสัปดาห์นี้? โลกกำลังจะเข้าสู่สงครามจริงหรือ!!??🤔
หากใครเห็นทวีตสรุปสถานการณ์โลกในช่วงนี้ อาจจะกำลัง Panic ว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 น่าจะกำลังเกิดขึ้นแน่นอน😱💥
ก่อนจะไปไกลกว่านี้!! เราต้องทำความเข้าใจ "ความเป็นจริงเชิงยุทธศาสตร์" ซะก่อน
1. ยุโรปอยู่ในโหมด "ป้องกันพลเรือนขั้นสูงสุด" (Civil Preparedness)
สัญญาณจากฝั่งยุโรปในสัปดาห์นี้ไม่ใช่การจัดทัพเตรียมบุก แต่คือการสร้าง "เกราะป้องกันความมั่นคงในระดับฐานราก" เพื่อรับมือกับสงครามสีเทาหรือสงครามไฮบริด (Hybrid Warfare)
▪ สวิตเซอร์แลนด์และโปแลนด์: อนุมัติงบเสริมความยืดหยุ่นและเตรียมแผนการอพยพพลเรือนตามแนวชายแดนอย่างเป็นระบบ หลังพบภัยคุกคามและการยั่วยุตามแนวรบฝั่งตะวันออก
▪ สหราชอาณาจักรและเยอรมนี: การรณรงค์ให้ตุนเสบียง 3 วัน หรือการซักซ้อมความพร้อมของโรงพยาบาลทหาร แท้จริงแล้วคือแผนการกระจายความเสี่ยงเพื่อไม่ให้ระบบสาธารณูปโภคหลักล่มสลาย หากถูกโจมตีทางไซเบอร์ (Cyberattacks) ในระบบส่งจ่ายไฟหรืออาหาร
▪ ฟินแลนด์และสโลวาเกีย: ผู้นำออกมายอมรับถึงความเสี่ยงต่อเหตุวินาศกรรม แต่สิ่งสำคัญคือการส่งสัญญาณเตือนให้ประชาชน "เตรียมพร้อมทางจิตใจ แต่ห้ามตื่นตระหนก" และปฏิเสธการถูกลากเข้าสู่สงครามโดยตรง
2. เอเชียและตะวันออกกลาง: ผลกระทบทางกายภาพจากสงครามพลังงาน
ในอีกฟีกโลกหนึ่ง วิกฤตการณ์เริ่มส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
▪ ปากีสถาน: มาตรการสั่งปิดตลาดเร็วขึ้นและลดการใช้น้ำมันลง 50% เป็นผลพวงโดยตรงจากภาวะขาดแคลนพลังงานเนื่องจากช่องทางการค้าโลกตึงตัว ไม่ใช่การล่มสลายของระบบรัฐ
▪ อิหร่าน: การสวนสนามและระมัดพลใหญ่ในเตหะราน เป็นการแสดงพลังชาตินิยมเพื่อตอบโต้การปิดล้อมทางทะเลของชาติตะวันตกที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน
ดังนั้น ในมุมเรามองว่าปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวพร้อมกันทั่วโลกในครั้งนี้ สรุปได้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคที่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนความประมาทได้อีกต่อไป และทุกประเทศเริ่มเตรียมความพร้อมในระดับพลเรือน และภาพใหญ่ขิงประเทศเพื่อรองรับความไม่แน่นอนนี้
สุดท้าย การเสพข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ คือ สิ่งจำเป็นมากๆ ในช่วงเวลาแบบนี้ 🛡️✨
#ความมั่นคงโลก #ข่าวต่างประเทศ #สรุปสถานการณ์โลก #มีสติไม่ตื่นตระหนก
ทิ้งคราบอุจจาระไว้ติดชักโครกคือที่สุดแล้ว จริง ๆ มันไม่ควรต้องมานั่งคอยสอนกันด้วยซ้ำ มึงไม่ใจเขาใจเราบ้างหรอ เป็นมึงมึงจะอยากเข้าห้องน้ำแล้วเห็นขี้คนอื่นหรอ
ขอวิธีรับมือพวกคนสกปรกมักง่ายหน่อยค่ะ
- เจ้าของโพสต์อาศัยอยู่บ้านแฟน และเป็นคนทำงานบ้านแทบทุกอย่าง กวาดบ้าน ทำความสะอาดห้องน้ำ และทำอาหาร แม้ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ได้ 7 เดือนแล้ว
- แต่ไม่ได้ทำความสะอาดห้องส่วนตัวให้คนในบ้าน เพราะคนในบ้านทำเองทุกคน ยกเว้นน้องสาวแฟน
- น้องสาวแฟน อายุ 17 ปี เป็นคนขี้เกียจมาก วันๆเล่นแต่เกม ไม่ทำอะไร ไม่ช่วยงานบ้าน
- ไม่ค่อยอาบน้ำ บางครั้งเว้น 2–3 วัน และซักเสื้อผ้าเดือนละครั้ง
- ห้องนอนสกปรก มีขยะ ฝุ่น มีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชนออกมา จนเจ้าของโพสต์แสบจมูกและรู้สึกคลื่นไส้
- ทิ้งคราบอุจจาระบนชักโครก คราบประจำเดือน เศษขน ทิ้งทิชชู่เปื้อนเลือด และทิ้งผ้าอนามัยโดยไม่ห่อ
- เอาน้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นของคนท้องไปใช้ ทั้งที่มีน้ำยาแบบอื่นอยู่หลายขวด
- เอาที่โกนหนวดแฟนไปโดนหมออ้อย แต่ทักก็ปฏิเสธว่าเป็นขนขาเฉยๆ
- กินอาหารเสร็จแล้วไม่ล้างจาน ปล่อยให้คนอื่นตามเก็บ
- มีวันนึงเจ้าของโพสต์ไม่อยู่ น้องสาวแฟนเลยต้องล้างจาน ก็ทำแบบลวกๆ เศษอาหารยังติดอยู่เหมือนเดิม
- ชอบทำอาหารเยอะเกินจำเป็นและทำไม่อร่อยจนไม่มีใครอยากกิน ชอบเอาเศษอาหารแช่ไว้ในตู้เย็นจนกลายเป็นขยะ
- แม่แฟนบอกว่าน้องยังเด็กและขอให้พูดกับน้องดีๆ พยายามปกป้องมากเกินไป จนพ่อแฟนบอกว่าคงต้องรอให้แม่ตุx ก่อน น้องถึงจะคิดได้
- พอเจ้าของโพสต์คิดจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แม่ของแฟนก็ห้ามไว้และบอกว่าจะไปคุยกับน้องสาวแฟนให้
- เคยทะเลาะเรื่องที่ไม่ตื่นมาทำไรเลย น้องสาวแฟนก็เอาไปโพสต์ด่าในไอจี อยากจะออกไปอยู่ข้างนอก เลยสวนไปว่า คิดว่าไปรอดก็ไป ไม่ต้องมาเก่งแต่ลงด่าไม่รู้จักโต
- ตอนแรกพอทนไหว แต่ตอนนี้เจ้าของโพสต์กำลังจะมีลูกเลยกังวลเรื่องสุขอนามัยของลูกที่จะเกิดมา จึงนำมาโพสต์เพื่อปรึกษาและระบายว่าจะทำยังไงดี
555555
ลบภาพจำ ตบหน้ากระทรวงไปเลย ตบตรงบันไดเลื่อน ตบแล้วตบอีก ตบซ้ำตบซาก 3 สไตรค์ 55555 #แรงเงา #แรงเงา2026 #OneD
Tim hortons ลดราคากาแฟทุกคน ☕️
เหลือ 60 บาท จาก 150 บาท
📌 lin.ee/9DNYZjD?lmaff=1
แอบสะใจนะเคสนี้
ลูกพี่ลูกน้องคนนึงเงินเดือน 23,000 หลังแต่งงานได้ไม่นาน แม่ยายก็บอกให้ส่งเงินให้เดือนละ 16,000 เขาไม่ตกลง วันนั้นแม่ยายเลยเปลี่ยนกุญแจบ้าน ไม่ให้เขาเข้าบ้าน
ตอนเกิดเรื่องเขาไม่ได้โวยวาย ไม่ทะเลาะต่อ ไม่แม้แต่จะเคาะประตูเรียกใคร แต่หลังจากนั้นแค่ 5 วัน ภรรยาก็ได้รับหนังสือจากทนายเรื่องขอหย่า ตอนญาติ ๆ รู้เรื่องก็ตกใจกันหมด เพราะไม่มีใครคิดว่าเขาจะตัดสินใจเร็วขนาดนี้ แทบไม่เปิดโอกาสให้คุยกันต่อเลย
จริง ๆ เขากับภรรยาคบกันมา 2 ปีก่อนแต่ง และก่อนแต่งก็คุยกันชัดเจนแล้วว่า เงินเดือนใครเงินเดือนมัน ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้านก็ช่วยกันออก เขาเองก็ไม่ได้คิดจะหารกันทุกบาททุกสตางค์ แค่อยากช่วยกันใช้ชีวิตให้ดี
ช่วงแรกแม่ยายไม่ได้พูดเรื่องเงินตรง ๆ แต่หลังแต่งงานก็เริ่มพูดทีละนิด บอกว่าลูกสาวมาอยู่กับเขาก็ลำบาก ผู้หญิงควรมีเงินอยู่ในมือเยอะหน่อยถึงจะรู้สึกมั่นคง
เขาเลยยอมถอยให้ก่อน โดยโอนให้ภรรยาเดือนละ 5,000 เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน แต่แม่ยายยังมองว่าน้อยไป และขอให้ส่งเดือนละ 16,000 จากเงินเดือน 23,000 เท่ากับเขาจะเหลือใช้เองแค่ 7,000 เหตุผลของแม่ยายคือจะช่วยเก็บเงินให้สองคน จะได้ไม่เอาเงินไปใช้หมด เพราะอนาคตแต่งงานแล้วก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องลูกอีก
แต่เขาลองคำนวณแล้ว เงิน 7,000 ที่เหลือต้องใช้ทั้งค่าประกันสังคม ค่าเดินทาง ค่ากิน และค่าเข้าสังคมต่าง ๆ ถ้าวันไหนป่วยหรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ขึ้นมาแทบจะไม่เหลือเงินสำรองเลย
เขาไม่ได้บอกว่าจะไม่ช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว และยังบอกด้วยว่าสามารถเพิ่มจาก 5,000 ได้ แต่ถ้าจะให้ส่ง 16,000 ทุกเดือน เขารับไม่ไหวจริง ๆ
แม่ยายไม่ยอม มองว่าเขาแค่หวงเงินและไม่อยากเอาเงินเข้าครอบครัว วันนั้นหลังคุยกันไม่ลงตัว เขาออกไปทำธุระข้างนอก พอกลับมาถึงบ้านกลับไขกุญแจเข้าไม่ได้ เพราะแม่ยายเปลี่ยนกุญแจเรียบร้อยแล้ว
เขาโทรหาภรรยา ภรรยาบอกว่าแม่เป็นคนทำ เธอห้ามแม่ไม่ได้ แล้วก็บอกให้เขากลับไปคิดดู ถ้ายอมส่งเงินตามที่แม่ต้องการก็ค่อยกลับเข้าบ้าน
เขายืนอยู่หน้าบ้านเงียบ ๆ สักพัก ไม่ตะโกน ไม่ทุบประตู สุดท้ายก็เดินออกมาแล้วไปเปิดโรงแรมแถวนั้นนอน
ทีหลังญาติถามว่า ตอนนั้นทำไมไม่เถียงให้รู้เรื่องไปเลย เขาตอบแค่ว่า สิ่งที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว เถียงต่อก็ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยน
ช่วงสองสามวันต่อมา ภรรยาติดต่อมาหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการเอาคำพูดของแม่มาบอกต่อว่า ถ้าเขายอมส่งเงินเดือนให้ทุกเดือน เรื่องนี้ก็จบ แล้วทุกคนก็กลับมาใช้ชีวิตกันเหมือนเดิมได้
ตัวภรรยาเองก็ดูเหมือนจะลำบากใจ เธอไม่ได้ช่วยแม่กดดันสามีเต็มตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ยืนข้างสามีหรือห้ามแม่อย่างจริงจังเหมือนกัน เขาไม่ได้ตอบรับข้อเสนอพวกนั้น แต่ไปหาทนาย เตรียมเอกสารทุกอย่าง แล้วให้ทนายส่งเรื่องขอหย่าไปหาภรรยา
พอภรรยาได้รับหนังสือจากทนายถึงเพิ่งรู้ว่าเรื่องมันไปไกลแล้ว เธอโทรมาร้องไห้ ส่งข้อความยาว ๆ มาขอให้เขาอย่าเพิ่งไป ยอมรับว่าตัวเองผิดที่ไม่ห้ามแม่ และขอโอกาสอีกครั้ง แต่เขาตัดสินใจไปแล้ว หลังหย่ากันเรียบร้อย แม่ยายยังพยายามมาคุยกับเขาอีกครั้ง แต่เขาปฏิเสธไปตรง ๆ
ส่วนภรรยาถึงตอนนั้นถึงได้เข้าใจว่า หลังแต่งงาน ครอบครัวที่เธอกับสามีกำลังสร้างควรเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่ปล่อยให้แม่เข้ามาควบคุมสามีผ่านเรื่องเงิน แต่กว่าจะเข้าใจ เรื่องของทั้งคู่ก็จบไปแล้ว
#มินนี่แปลให้
我表弟月薪23000,结婚没多久,岳母强行要求他每月上交16000工资。表弟拒绝之后, 岳母当天直接换掉家门锁。他全程沉默不争执,仅仅五天后,妻子就收到了他的离婚律师函。
这事刚传到家里的时候,所有人都挺意外的。没人想到他会做得这么干脆,连拉扯的余地都没留。
他跟老婆是自由恋爱,谈了两年才结婚。
婚前商量好,工资各自保管, 家里开销两个人一起分担。表弟当时想着好好过日子,没必要把钱卡得太死。
岳母一开始没提钱的事,婚后才慢慢开口。先是旁敲侧击说女儿跟着他不容易,手里得攥住钱才有安全感。
表弟也让步过,主动每个月转给妻子5000用来承担日常家用。可岳母觉得不够,直接开口要我16000,剩下7000留给表弟自己当生活费。理由是要帮小两口存着,防止他乱花钱,以后还要养孩子。
表弟算了一笔账,7000块要覆盖他自己的社保、通勤、吃饭,还有人情往来。遇到生病或者要买大件东西, 根本一点余量都没有。
他不是不愿意养家,只是这个要求实在压得人喘不过气。他好好跟岳母解释,说可以增加家用,但一次性交16000, 实在做不到。
岳母听不进去,认定他是藏私心,不肯把钱交给家里。 那天争执完,表弟出去办事,回家的时候钥匙已经打不开门了,门锁被换了。
他站在门外给妻子打电话,妻子只说、是妈妈的主意,她劝不动,让表弟好好想想,答应给钱才能进门。
他没有吵架,也没有拍门闹。就安静站了一会儿,转身去附近酒店开了房间。
亲戚后来问他:“当时怎么不理论几句?”
他说:“话已经说透了,再吵也改变不了什么。”
那几天里,妻子也找过他,大多是转达岳母的想法。说只要愿意按月上交工资,这事就翻篇,一家人继续好好生活。
妻子自己好像也摇摆不定,一边是母亲,一边是丈夫。 她没有强硬站在母亲那边逼迫,但也没有坚定地帮表弟说话。
表弟没有回复协商的消息,他联系了律师,整理好材料, 拟好了离婚函。
收到离婚律师函,妻子瞬间慌了神。她这才清醒过来,意识到自己一味和稀泥、没有站在丈夫这边,亲手毁掉了两年的感情。
她哭着打电话,发长消息挽留,承认自己没能拦住母亲,反复道歉,希望表弟再给一次机会。
可表弟心意已决,办完离婚手续之后,岳母还想再劝,被他直接拒绝。妻子看着空荡荡的婚房,想起从前两个人对未来的规划,满心悔恨。
她终于明白,婚姻是两个人的小家,不是母亲用来掌控女婿的筹码,只是这份醒悟,来得太晚了!






































