Bunbun retweeted
วิธีลดขยะมีเปนล้าน อย่ามาประหยัดกะผ้าอนามัยเลย ชีวิตน้องมีกีแค่อันเดียว ติดเชื้อมาถึงตัดมดลูกได้เรยคะะะ สาวๆใช้อันที่สะดวกใช้นั่นแหละ เอาที่ใส่สบาย มั่นใจ ไม่กลัว นี่ใช้กางเกงอนามัย สบายมากกก
Bunbun retweeted
อันนี้เห็นด้วยเลย ชื่อ ออริจิ คือปู้ปู้จิงซิน/startling by each step หรือ แปลไทย คือ สะท้านขวัญทุกย่างก้าว นางเอกชีก็พยายามไม่หลุด เพราะ ชีกลัวตาย มันไม่ใช่ฟีลข้ามเวลามาแสดงความสามารถ ฟีล ทวิภพ ฟีล บุพเพฯ อ่ะเนาะ ข้ามเวลามาแล้วต้องเอาตัวรอด เพราะอยู่ในดงราชวงศ์ชิงดีชิงเด่น
แทนใจมากโดยเฉพาะ Paragraph ที่ 2 นี่คือสิ่งที่อยู่ในหัวแต่ไม่รู้จะบ่นออกมายังไง (ขอเทียบหน่อย) ปัญหาอยู่ที่บท(ไทย)ไหมนะ คือของจีนถึงแม้จางเสี่ยวจะมีความทรงจำของรั่วซีอยู่ในหัว แต่ที่นางเอกพยายามทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะกริยาท่าทางคำพูดคำจาให้เข้ากับทุกคนเพราะ “ต้องการมีชีวิตรอด” นางรู้ว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน กูแปลกกูโดนคิลแน่ แต่นี่ไม่ ชั้นจะเป็นชั้น เล่นหัวเจ้าชายไปงั้น ดาราเล่นตามบทที่ถูกเขียนมา (เล่นดีไม่ดีวิจารณ์กันอีกประเด็น) แต่คนเขียนบทต้องละเอียกกว่านี้อีกเยอะมาก
Bunbun retweeted
การที่ค่ายกล้าหยิบวรรณกรรมระดับขึ้นหิ้งอย่าง Scarlet Heart มาสร้างในเวอร์ชันไทย แต่ทันทีที่ตอนแรกออกอากาศ สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับสะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตที่สวนทางกับความคาดหวังของคนดูและแฟนนิยายอย่างสิ้นเชิง จนสร้างความผิดหวังระคนเสียดายให้กับผู้ที่รักบทประพันธ์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก หากค่ายยังมือไม่ถึงกับงานแนวย้อนยุค สเกลใหญ่ ก็ไม่ควรนำไอพีระดับมาสเตอร์พีซมาทำลายเช่นนี้
จุดยืนตรงนี้ไม่ได้เป็นการอคติหรือแอนตี้นักแสดง เพราะหลายคนมีฝีมือและเสน่ห์ในผลงานแนวอื่นที่พอยอมรับได้ แต่สำหรับงานพีเรียด สิ่งสำคัญสูงสุดคือการสร้างโลกย้อนยุคให้คนดูเชื่อและรู้สึกเหมือนได้ก้าวข้ามกาลเวลาไปอยู่ในห้วงประวัติศาสตร์นั้นจริง ๆ ทว่าเวอร์ชันไทยกลับล้มเหลวตั้งแต่ก้าวแรกในการเนรมิตอาณาจักรสมมติอย่าง "อัลฬาวี" ที่ดูเลื่อนลอย ขาดความสมจริง และไร้ซึ่งจิตวิญญาณของวรรณกรรมต้นฉบับ
หัวใจของ Scarlet Heart คือการพาคนยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับไปเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของยุคโบราณที่ไม่มีใครหนีพ้นกรงขังแห่งอำนาจ แต่ในเวอร์ชันไทย ดารารุ่นใหม่กลับแสดงออกมาด้วยสำเนียง ท่วงท่า และวิธีคิดแบบวัยรุ่น พ.ศ. ปัจจุบัน จนทำลายความขลังของคอนเซปต์ "ข้ามภพ" ไปจนหมดสิ้น
ความล้มเหลวด้าน Visual และการออกแบบรูปลักษณ์ของตัวละครคือแผลใหญ่ที่ฟ้องถึงทัศนคติการทำงานอย่างชัดเจน นักแสดงชายยังคงยึดติดกับการ Keep Look รักษารูปลักษณ์ภายนอกเพื่อความพร้อมในการรับงานพรีเซนเตอร์หรืองานอีเวนต์ต่อได้ทันที ทรงผมของทุกคนจึงยังเป็น Two-block หรือไถเฟดข้างเปิดหูพร้อมเดินสยามและขึ้นคอนเสิร์ตขายจิ้น มากกว่าจะยอมสละอัตตาเพื่อบทบาทด้วยการปรับเปลี่ยนทรงผมหรือใส่วิกให้กลมกลืนไปกับยุคสมัยโบราณ
เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชันจีนที่นักแสดงชายชั้นนำทุกคนยอมสละภาพลักษณ์หล่อเหลาด้วยการโกนศีรษะครึ่งหน้าจริงเพื่อไว้เปียแมนจูตามประวัติศาสตร์ หรือเวอร์ชันเกาหลีที่แม้จะใช้นักแสดงและไอดอลรุ่นใหม่จำนวนมาก แต่งานเมคอัพ วิกผม บาดแผล และชุดฮันบกยุคโครยอกลับถูกรังสรรค์อย่างประณีตจนไม่เหลือเงาของหนุ่มเคป็อปยุคปัจจุบันในจอเลยแม้แต่น้อย ภาพรวมของบรรดาตัวละครชายในเมืองอัลฬาวีจึงดูไม่ต่างจากกลุ่มคนที่แต่งตัวคอสเพลย์มาร่วมงานปาร์ตี้ประจำปีของบริษัท มากกว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือผู้คนที่มีเลือดเนื้ออยู่ในโลกโบราณสมมุตินั้นจริง ๆ
ในแง่ของศาสตร์การแสดง ช่องว่างระหว่างนักแสดงรุ่นใหญ่กับทีมนักแสดงรุ่นใหม่ยิ่งตอกย้ำถึงวิกฤตคุณภาพอย่างเด่นชัด ขณะที่ดารารุ่นใหญ่ฝีมือพระกาฬสามารถสะกดสายตาและคุมมวลบรรยากาศด้วยท่วงท่า แววตา และน้ำเสียงที่ทรงพลัง นักแสดงรุ่นเด็กกลับถูกกลืนหายไปจากจอแทบจะสิ้นเชิง การต่อบทสนทนามีลักษณะเหมือนการท่องจำบทมาอ่านส่งต่อกันแบบโมโนโทน ไร้ไดนามิก ขาดการฟังและตอบสนองทางอารมณ์ ซ้ำร้ายยังมีปัญหาเรื่องอักขระและคำควบกล้ำที่ไม่ชัดเจน ทั้งที่เป็นข้อห้ามสำคัญของงานแนวย้อนยุคที่ต้องอาศัยความละเมียดละไมของภาษา แม้จะไม่ต้องอู้คำเมืองหรือดัดสำเนียงถิ่น แต่วิธีการพูดและจังหวะจะโคนไม่ควรแบนราบและเป็นภาษาสมัยใหม่ขนาดนี้ หากลองเปลี่ยนฉากและสถานที่ออกไป มันก็คือการยืนคุยกันของคนในยุคปัจจุบันดี ๆ นี่เอง
ความบกพร่องเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศแห่งความอันตราย (Tension) และความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเรื่องราวการแย่งชิงบัลลังก์เลือดและความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ระเหยหายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของอารมณ์บีบคั้น คนดูจึงไม่สามารถอินไปกับการเดิมพันชีวิตและความเจ็บปวดของตัวละครได้เลย กลายเป็นเพียงฉากรักโรแมนติกแฟนตาซีธรรมดา ๆ ที่น่ากังขาว่าค่าย ผู้กำกับ และทีมงานปล่อยผ่านมาตรฐานเช่นนี้ได้อย่างไร
หลายคนจึงเริ่มมองตรงกันว่า โปรเจกต์นี้กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำไอพีมหากาพย์ระดับตำนานมาใช้เป็นเพียง "บันไดดันเด็กในสังกัด" และพึ่งพาเพียงฉากหน้าของดารารุ่นใหญ่ที่ดึงมารับบทพ่อ แม่ ขุนนาง เพื่อใช้เป็นฉากหลังบังหน้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็น "รุ่นใหญ่เคี้ยวรุ่นเล็กลงคอจนจมดิน" ทันทีที่เข้าฉากร่วมกัน ค่ายยังคงติดกับดัก Safe Zone เดิม ๆ ที่คิดว่าแค่จับนักแสดงหน้าตาดีมาใส่ชุดพีเรียด โลเคชั่นสวย ๆ จัดวางเคมีคู่จิ้น สร้างโมเมนต์สบตา แล้วปล่อยให้แฟนคลับช่วยกันปั่นกระแสในโซเชียลก็เพียงพอทั้งที่ในความเป็นจริง คนดูผ่านการเสพงานระดับขึ้นหิ้งอย่างเวอร์ชันจีนที่มีสายตาอันสุขุม ลุ่มลึก และแบกรับชะตากรรมของเหล่าองค์ชายเอาไว้อย่างเข้มขลัง หรือเวอร์ชันเกาหลีที่ถ่ายทอดอารมณ์ดุดัน เข้มข้น จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมตับพังระดับตำนาน
หากค่าย ผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงไทยรุ่นใหม่ยังมือไม่ถึง ก็อย่าได้หาญกล้าหยิบวรรณกรรมที่คนเขารักมาปู้ยี่ปู้ยำ และหากยังไม่คิดจะเร่งพัฒนาฝีมือให้ก้าวข้ามภาพลักษณ์ภายนอก การหวังพึ่งพาเพียงบุญเก่าของบทประพันธ์ก็ไม่อาจช่วยให้รอดพ้นจากสายตาที่ผิดหวัง การสบประมาท และการหันหลังให้ ขออนุญาตเท ขอเก็บความทรงจำดีๆในเวอร์ชั่นจีนและเกาหลีทำไว้ดีกว่า เวอร์ชั่นไทย ไม่ผ่าน
#ScarletHeartUllavee
Bunbun retweeted
หลักฐานมัดตัวชัด! #บุ๋มปนัดดา โอนเงินออก
จากบช.มูลนิธิเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวเอง 243.6 ล้าน จำนวน 1,125 ครั้ง! นำไปซื้อประกัน กองทุน จ่ายบัตร เครดิต ซื้อแบรนด์เนม
ชีเอาความศรัทธาของประชาชน มาทำแบบนี้ได้ยังไง😞🥲
Cr. เรื่องเล่าเสาร์ - อาทิตย์
Bunbun retweeted
イ タ リ ア 人 の 鑑
BBCニュース - ピザにパイナップルのせることを拒否、イタリア人シェフ解雇 豪レストラン bbc.com/japanese/articles/c6…
Bunbun retweeted
บุ๋มโอนแหลก 540 ล้าน ตำรวจสอบสวนกลาง เปิด #บุ๋มปนัดดา 3 บัญชีมีเงินบริจาคประชาชน 800 กว่าล้าน โอนกระจุย 530 ล้าน ให้ผัว 99 ล้าน พ่อ 5 ล้าน กรรมการมูลนิธิ 36 ล้าน ซื้อประกัน 10 ล้าน กองทุน 24 ล้าน จ่ายบัตรเครดิต 19 ล้าน พูลวิลล่า 18 ล้าน
Bunbun retweeted
Maekarlings
#akotsk
จริงๆคืออยากเห็นประตูแบบชัดๆด้วย
เห็นว่าเป็นบาน original ตั้งแต่ยุคฮาเดรียน ยังเปิดปิดได้ดีมาเป็นพันปีจนกระทั่งช่วงปี1700s คนพยายามบูรณะแต่...พัง คนยุคนั้นไม่มีปัญญาซ่อมให้มันเปิด-ปิดสมูทได้เหมือนเดิมอยู่เป็นร้อยๆปี จนไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ถึงเพิ่งหาทางซ่อมได้
ได้ดูตรงนี้ใกล้ๆชัดๆ ไม่มีอะไรกั้น🥹
Replying to @konigpu
ตรงหน้าแพนธีออน กำแพงหน้าวิหารอันนี้ เห็นว่าน่าจะเป็นกำแพงดั้งเดิมจากวิหารเก่าที่อากริปปาสร้าง(แล้วไฟไหม้ยุคเนโร) ช่องเว้อใหญ่ๆที่ว่างๆอยู่ ตรงนี้แต่เดิมคือรูปปั้นคู่ของทั้งออกุสตุส/อากริปปา ที่อยู่หน้าทางเข้า
สร้างวิหารในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อให้เขาและหลังdeifiedนี้คือ🥹












































