DeVinE LovE (@miraclemind) header
DeVinE LovE (@miraclemind) profile picture
Joined March 2017
DeVinE LovE retweeted
🚨 URGENT : Google Gemini peut désormais analyser n’importe quelle action comme un analyste de Wall Street (gratuitement). Voici 10 invites Gemini complètement folles qui remplacent les terminaux Bloomberg à 4 000 $/mois: [ Ajoutez en signet 🔖 vous en aurez besoin]
9
106
2
549
116,126
ต้องบอกว่า ดีมากเลย ประหยัดเวลาไปเยอะ อารมณ์มาม่า สามนาทีก็ได้กินล่ะ อยากได้ปันผล กี่บาท/ เดือน ต้องใช้ทุนเท่าไร ปัจจัยต่างๆ ความเสี่ยง แถมจัดอันดับให้ด้วยยย 10 คะแนน เต็ม 10คะแนนเต็ม – at Thai Ban Mai, Thailand
ผมเอาตาราง #หุ้นปันผลไทย 📊🇹🇭 ไปโชว์ให้ครอบครัวดู เขาก็บอกว่าข้อมูลนี้ 👍 ดีนิหว่า เอามาแชร์ในโลกออนไลน์บ้างก็ได้ เช่น * อยากได้เงินปันผล X บาท/เดือน ต้องใช้เงินเท่าไหร่? คำนวณจาก Dividend Yield จริงเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง (2016-2025) * Valuation ดูมุมมอง หลายๆด้าน เป็นอย่างไรบ้าง มีปัจจัยบวก หรือความเสี่ยงอะไรบ้าง * สรุปจัด S tier A,B,C,D #หุ้นปันผล ตัวไหนดี?! เอามาแชร์แปะกันให้โลกรู้เลยแล้วกันครับ ว่าหุ้นไหนดี / ไม่ดีไปดูในลิงก์ในเม้นได้เลยครับ ถ้าชอบคอนเทนต์แบบนี้ ก็ฝากรี และติดตามผมหน่อยนะครับ ^__^ หมายเหตุ: #ผลตอบแทนในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนหรือผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน นะครับบบ
1
124
177
13,616
DeVinE LovE retweeted
Thread วิธีอ่าน Fund Fact Sheet สำหรับมือใหม่หัดลงทุน ทำไมต้องอ่าน? เพราะให้เรารู้ว่าสิ่งที่เราจะเอาเงินเข้าไปลงทุนเนี่ย เขาเอาไปทำอะไรบ้าง ยกตัวอย่างจากแอป true wallet ในเมนูลงทุนกองทุน ที่หน้าข้อมูลของกองทุนจะสามารถกดดู Fund Fact Sheet ได้เลย กดเข้าก็จะเจอตัวหนังสือเยอะเลย เดี๋ยวเรามาโฟกัสในสิ่งที่ควรอ่านกันก่อน
5
943
2
1,389
274,034
สารบัญ Content เรื่องเงินๆ แบบไม่รู้อะไรเลย 🤑💸 คนถามมาเยอะ หลายอันเราเคยเขียนไปแล้ว ไม่เล่าซ้ำ ไล่หาอ่านเอาจ้า เริ่มลงทุนในหุ้น 101 ฉบับเริ่มต้น teapawt.net/retire2038/status/1807… เริ่มลงทุนแบบมือใหม่ เริ่มยังไง teapawt.net/retire2038/status/1811… แนวคิดการลงทุน เลือกหุ้นยังไง teapawt.net/retire2038/status/1839… หลักการเลือกหุ้น teapawt.net/retire2038/status/1797… ทำความรู้จักตลาดหุ้นอเมริกา teapawt.net/retire2038/status/1796… ป้ายยา App Stock Events ทุกคนต้องมี teapawt.net/retire2038/status/1796… สอนใช้ Stock Events teapawt.net/retire2038/status/1786… How to set goal เพื่อเกษียณ teapawt.net/retire2038/status/1828… ลงทุนในหุ้นปันผล ดูว่าจะได้เงินตอนไหน teapawt.net/retire2038/status/1813… ลองแบ่งสัดส่วนการลงทุน teapawt.net/retire2038/status/1803… นักลงทุนมีสายไหนบ้าง teapawt.net/retire2038/status/1807… Mind set การลงทุน teapawt.net/retire2038/status/1820… กลัวลงทุน ต้องรู้อะไร teapawt.net/retire2038/status/1808… แนะนำเว็บเก็บเงิน กินดอกเบี้ย teapawt.net/retire2038/status/1813… ตัวช่วยออมเงิน : ออมเงินจาดเลขท้ายหวย teapawt.net/retire2038/status/1799… ออมเงินง่ายๆ teapawt.net/retire2038/status/1787… สายลึก Earning day คืออะไร teapawt.net/retire2038/status/1817… สายลึก MOAT คืออะไร teapawt.net/retire2038/status/1815… สายลึก Hedge คืออะไร teapawt.net/retire2038/status/1834… สายลึก CAGR คืออะไร teapawt.net/retire2038/status/1808… สายลึกดู Financial Research ที่ไหน teapawt.net/retire2038/status/1811…
ลงทุนหุ้นมือใหม่มากๆๆๆๆ Gen Y / Gen Z ซื้อหุ้นที่ไหน ? เธรดนี้มาบอกหมดเพราะเชื่อว่าสายโปรเค้าน่าจะเล่า beyond ไปแล้ว 😅 เราเลยมาแชร์แบบสายเพิ่งหัดเข้า งง ไม่รู้จะถามอะไรด้วยซ้ำ ‘ถ้าวันนี้อยากเริ่มลงทุน ยังไงต่อ?’ เรามาสร้างพอร์ตหุ้นด้วยกัน เอาแบบ ux ui ง่าย ไม่เครียดกัน ถ้าแค่ใช้มือถือเป็น ก็เริ่มลงทุนกันเถอะ
13
2,807
27
4,585
1,169,133
Hantavirus pulmonary listed as a side affect from the Pfizer Covid vaccine? What? Is this why they wanted to hide this info until 2085?
646
11,153
643
21,141
1,159,663
ถ้าคุณน้ำหวาน มาปรึกษากับ Financial Advisor ที่ฟินโนมีนา ในวันที่แบ่งเงินกับสามีแล้ว (เกือบ 3 ล้านบาท) เราจะแนะนำคุณน้ำหวานยังไงดี? ถ้าเป็นผมนะ ผมจะบอกคุณน้ำหวานว่า 1. สิ่งที่คุณน้ำหวานจะเผชิญหลังตากนี้ ในโลกการเงิน เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Sudden Wealth Syndrome หรือ รวยฉับพลัน ซึ่งคนที่เจอเหตุการณ์นี้ มักจะสร้างความเครียด ทำลายความสัมพันธ์ และนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ง่ายมาก เพราะฉะนั้น ต้องรู้วิธีรับมือแต่เนิ่นๆ 2. ผมจะปรับทัศนคติทางการเงินของเธอใหม่ทันทีครับ ความเข้าใจที่ว่า "เงินซื้อได้ทุกอย่าง" เป็นหลุมพรางที่อันตรายที่สุด เพื่อให้คุณน้ำหวานหลีกเลี่ยงในการทุ่มซื้อหวยถึงงวดละ 400,000 บาทเพื่อหวัง "ต่อเงิน" เพราะมันคือการนำเงินต้นไปทิ้งในเกมที่มีโอกาสเหลือศูนย์เกือบ 100% ทีเดียว 3. พอได้เงินมาแล้ว ผมจะขอให้คุณน้ำหวานหยุดการตัดสินใจใหญ่ทุกเรื่อง:เลย ผมจะแนะนำให้คุณน้ำหวานนำเงินรางวัลทั้งหมดไปฝากไว้ในบัญชีฝากประจำระยะสั้น หรือกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund) เป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อน เพื่อป้องกันการใช้จ่ายตามอารมณ์ชั่ววูบ ให้ความตื่นเต้นและสารโดพามีนในสมองลดลงกลับสู่ระดับปกติก่อนที่จะเริ่มคิดทำธุรกิจหรือซื้อของชิ้นใหญ่ 4. ถ้าคุณน้ำหวานมีหนี้สินเดิม เช่น หนี้บัตรเครดิต หรือหนี้นอกระบบ ต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปเคลียร์ให้เป็นศูนย์ทันที หลังจากนั้น ให้กันเงินสำรองฉุกเฉิน แบ่งเงินประมาณ 200,000 - 300,000 บาท เก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่ถอนง่าย เผื่อไว้สำหรับค่าใช้จ่ายในครอบครัวยามเจ็บป่วยหรือขาดรายได้ในช่วงโควิด-19 โดยห้ามนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนเด็ดขาด 5. แทนที่จะนำเงินไปซื้อหวย ผมจะจัดสรรเงินก้อนใหญ่ที่สุด (ประมาณ 2 ล้านบาท) เพื่อสร้าง "เครื่องจักรผลิตเงิน" ที่ปลอดภัยและยั่งยืนให้เธอแทน กองทุนตราสารหนี้และพันธบัตรรัฐบาล: เพื่อรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยจากความผันผวน หรือ ลงทุนในกองทุนหุ้นปันผลหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REITs) รงมถึงจัดเป็นพแร์ตการลงทุนกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลกเพื่อสร้างกระแสเงินสดรับ หากจัดพอร์ตได้ดีจัดการให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4-5% ต่อปี คุณน้ำหวานจะมี "เงินเดือนกินเปล่า" เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 80,000 - 100,000 บาทไปตลอดชีวิต โดยที่เงินต้น 2 ล้านบาทยังอยู่ 6. ผมจะไม่ห้ามไม่ให้เธอซื้อความสุขครับ แต่เราจะกำหนด "งบประมาณจำกัด" อย่างเคร่งครัดที่ประมาณ 10% ของเงินก้อน (ราวๆ 200,000 กว่าบาท) เงินก้อนนี้เธอสามารถนำไปปรับปรุงร้านเสริมสวย ไปเที่ยว ซื้อของที่อยากได้ หรือแม้กระทั่งแบ่งไว้ "ซื้อลอตเตอรี่" ขำๆ ในแต่ละงวด แต่กฎเหล็กคือ หากเงินก้อนนี้หมดลง จะไม่มีการไปแคะเงินต้นจากพอร์ตหลักเด็ดขาดนะ -------------------- กรณีของคุณน้ำหวานถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่น่าชื่นชมในแง่ของความเข้มแข็ง เพราะท้ายที่สุดเธอก็ยอมรับความจริงและกลับมาลุกขึ้นยืนทำมาหากินด้วยตัวเองอีกรอบ และถ้ามองในมุมมองของการบริหารจัดการเงินก้อนใหญ่ กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนมากๆว่า "การรักษาความมั่งคั่ง" นั้นยากกว่า "การได้มา" เสมอ เงินก้อนใหญ่ จะอยู่กับคนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเงินและมีวอนัย ได้ยาวนานและยั่งยืน มากกว่า คนที่ไม่เห็นความสำคัญเรื่องการบริหารเงินครับ Financial Literacy สำคัญมากนะ ขอบอกเลย Mr.Messenger รายงาน
6
339
18
457
176,548
DeVinE LovE retweeted
🔖 #เรื่องนี้ต้องแชร์ มือใหม่ห้ามเลื่อนผ่าน! 📜คัมภีร์ "กองทุนรวม" ทำความรู้จักกองทุนรวม ฉบับอ่านฟรี เข้าใจง่าย เริ่มจาก 0 ทำได้จริง INVX สรุปมาให้แล้วแบบ Step-by-Step ======================== 🚩คู่มือสรุปความรู้กองทุนรวมฉบับสมบูรณ์ innovestx.co.th/cafeinvest/i… 🔰 EP.1 : รู้จักกองทุนรวม - พื้นฐานและจุดเด่น innovestx.co.th/cafeinvest/i… 🛒 EP.2 : ประเภทกองทุนรวม - เลือกให้เหมาะกับตัวเอง innovestx.co.th/cafeinvest/i… ⚠ EP.3 : ระดับความเสี่ยง - รู้จักความเสี่ยง 8 ระดับ innovestx.co.th/cafeinvest/i… 📝 EP.4 : ชนิดหน่วยลงทุน - เลือกตามความต้องการ innovestx.co.th/cafeinvest/i… 💰 EP.5 : กองทุนลดหย่อนภาษี - ประหยัดภาษีอย่างฉลาด innovestx.co.th/cafeinvest/i… 📊 EP.6 : NAV และค่าธรรมเนียม - เข้าใจการคำนวณและต้นทุน innovestx.co.th/cafeinvest/i… 📄 EP.7 : Fund Fact Sheet - อ่านข้อมูลอย่างเป็นระบบ innovestx.co.th/cafeinvest/i… ⭐ EP.8 : Morningstar Rating - ใช้คะแนนดาวประกอบการตัดสินใจ innovestx.co.th/cafeinvest/i… ======================== 📌Source : InnovestX 🚨ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ บริษัทได้รับค่าตอบแทน (trailer fee) จาก บลจ. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมกองทุนตามที่เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวม ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ======================== #InnovestX #INVX #INVX101 #ลงทุน #ลงทุนกองทุนรวม #กองทุนรวม #คัมภีร์กองทุนรวม
212
315
19,574
พี่โจคะ คิดให้ลึกกว่าคนส่วนใหญ่ และ Emotional control 2 point หลักนี้ฝึกอย่างไรได้บ้างคะ และเราจะรู้ได้ยังไง ว่ากำไรที่เราได้ มากจากโชค หรือ มาจาก Edge ส่วนตัวขอเดาว่ามาจาก Reasoning ถ้าเหตุผลที่เราคาดการณ์ไว้ถูก น่าจะเป็น Edge
(1/2) เห็นคุณเอ็มติดเหล้า @EmUdomsak shared มาแสดงความเห็นเพิ่มเข้าไป ผมเลยขอพูดมั่ง.. ในฐานะคนที่ trade มา 25 ปีและยังรอด จนบางทีก็เผลอคิดว่าหรือเราจะเป็น top 0.001% วะ 😆 ขอเสริมในบางมุมจาก post… มีจุดนึงที่ต้องแยกให้ชัดก่อน เพราะมันเปลี่ยนทุกอย่างหมด.. Expected return ของตลาดไม่ได้ติดลบสำหรับทุกคนครับ มันติดลบสำหรับคนที่ไม่มี edge สองประโยคนี้ดูเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกันคนละโลกหน้ามือกับหลังตีนครับ ถ้าเกมนี้ถูกออกแบบมาให้ทุกคนแพ้จริง แล้ว Jane Street, Citadel, Renaissance Technologies ทำกำไรมาได้ยังไง consistent ทุกปี มาหลายสิบปี ไม่ใช่โชค ไม่ใช่ survivorship bias แต่เพราะมี systematic edge ที่วัดได้ ทดสอบได้ replicable Zero-sum game แปลว่าทุกบาทที่ใครขาดทุน มีคนรับไป แล้วใครรับ? ก็คนที่มี edge.. ทีนี้ทำไมถึงดูเหมือน 「มีแค่ 1%」? 90% ของร้านอาหารที่เปิดใหม่ปิดภายใน 3 ปี แต่ไม่มีใครพูดว่า 「ธุรกิจร้านอาหารถูกออกแบบให้แพ้」 เพราะ barrier to entry มันต่ำมาก.. ใครก็เปิดได้โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าเก่งจริง ตลาดทุนก็เหมือนกัน เปิด account ได้ 10 นาที ไม่ต้องผ่านอะไรเลย แล้วก็แพ้แบบที่บทความบอกครบทุกข้อ และมันยังมีเรื่องธรรมชาติของมนุษย์เข้ามาซ้ำเติมอีก… อะไรก็ตามที่ง่ายเกินไป มันดึงคนผิดเข้ามาเสมอ.. เปิดบัญชีได้ใน 10 นาที โอนเงินเข้าออกได้ทันที กดซื้อกดขายได้จากมือถือในห้องน้ำ (แบบที่ผมกำลังเขียน post นี้ตอนนั่งอึอยู่ในส้วม..) ความง่ายแบบนี้มันส่ง signal ผิดๆ ให้สมอง.. ทำให้คน treat มันแบบไม่จริงจัง.. แต่คนที่รอดในตลาดระยะยาว ไม่มีใครสักคนที่ treat มันแบบนั้น.. พวกเค้า treat การเป็น trader เหมือนวิชาชีพ ไม่ต่างจากหมอ วิศวกร หรือนักบิน.. ที่ต้องทุ่มเทศึกษา ทำความเข้าใจ สร้าง process และผิดพลาดในตอนซ้อมก่อนที่จะไปยืนในสนามจริง หมอต้องผ่าน internship ก่อนจะแตะคนไข้จริง นักบินต้องบิน sim ก่อนจะขึ้นเครื่องจริง แต่ตลาดไม่มีใครบังคับมาตั้งกฎเกณฑ์ให้เราพร้อมก่อน.. โอนเงินเข้าไป กดซื้อ all-in ได้เลย 😆 คนส่วนใหญ่อยากได้ผลลัพธ์ของวิชาชีพ แต่ไม่ได้ลงทุนกับมันในฐานะวิชาชีพ.. ก็ไม่แปลกใจที่แพ้… และที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุดคือเรื่อง edge คืออะไรกันแน่ คนที่เรียน course มาแล้วได้ RSI กับ MACD กลับบ้าน.. คิดว่าตัวเองมี edge แล้ว แต่จริงๆแค่ได้วิธีดูกราฟมา.. สองอย่างนี้ต่างกันคนละเรื่อง... Edge คือ systematic advantage ที่วัดผลได้จริง ทดสอบย้อนหลังได้ และยังใช้ได้แม้เงื่อนไขตลาดเปลี่ยน.. สถาบันที่กำไรได้จริงๆ edge ของเขามาพร้อมกันหลายชั้น ทั้ง information ที่เร็วกว่าและลึกกว่า retail จะแตะ.. execution cost ที่ต่ำกว่ามาก.. risk model ที่ออกแบบมาเพื่อรอดก่อนแล้วค่อยกำไร.. และสำคัญคือ process ที่ไร้ emotion จริงๆ ไม่มี course ไหนในโลกที่ให้สิ่งเหล่านี้กับเม่าได้.. แต่ก็ไม่ได้แปลว่าถ้าไม่ใช่สถาบันแล้วจะสู้ไม่ได้นะครับ.. เพราะ edge ของสถาบันพวกนี้คมที่สุดใน timeframe สั้นๆ HFT, latency arbitrage, order flow.. พวกนี้เป็นสนามที่รายย่อยส่วนใหญ่จะแพ้ตั้งแต่แรกเลย.. แต่คนที่ไม่ได้เล่นในระดับ millisecond ไม่ว่าจะ day-trade จาก chart 15m หรือ swing trade ระดับ d ถึง w ความได้เปรียบเรื่อง speed แทบไม่ relevant แล้ว.. สนามเปลี่ยน คู่แข่งเปลี่ยนไปแล้ว.. edge ที่ viable สำหรับคนธรรมดาในระดับนี้คือ macro thesis ที่คิดลึกกว่าคนส่วนใหญ่ในตลาด, risk discipline ที่แท้จริง, และ emotional control ที่คนส่วนใหญ่ไม่มี สิ่งเหล่านี้พัฒนาได้ครับ ไม่ต้องมี server ติด exchange ก็ชนะได้ และใน 1% ที่กำไรได้นั้น ยังซับซ้อนกว่าที่คิดอีก เพราะในนั้นยังมีคนที่อยู่ใน lucky period ที่ยังไม่จบ.. คนที่ทำกำไร consistent จริงๆ ระยะยาวจริงๆ อาจเหลือแค่ 0.1-0.3% ของ retail ทั้งหมด และที่งานวิจัย retail มักพลาดอยู่เสมอคือ คนที่เก่งจริงในนั้น หลายคนออกจาก dataset ไปก่อนจะมีข้อมูลมากพอ เพราะ migrate ไปเป็น prop trader, fund manager หรือเปิด fund เอง ทำให้ตัวเลขที่ดูแย่อยู่แล้ว ดูแย่กว่าความเป็นจริงอีก สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองกำลัง develop edge จริงๆ มี edge ไม่ใช่ finish line… เพราะ edge decay ได้ ตลาดไม่เคยหยุดปรับตัว strategy ที่ใช้ได้วันนี้ อีกไม่กี่ปีคนอื่นก็เห็น pattern เดียวกัน แล้วก็ arbitrage จน edge หายไปเอง.. edge ยังมี capacity limit บาง edge ทำกำไรดีกับเงิน 1 ล้าน แต่พอ scale เป็น 100 ล้าน ตัวเอง impact ราคาเอง edge ก็ตายเอง.. และที่สำคัญอีกอย่าง แม้ EV จะบวก drawdown ยังฆ่าเราได้อยู่ดี ถ้า sequence of losses มาก่อนที่ edge จะ prove itself เราหมดทุนก่อน เกมจบก่อน ทั้งๆที่ถ้าอยู่ต่อได้เราจะชนะ m.facebook.com/story.php?sto…
3
39
1
81
10,198
DeVinE LovE retweeted
ถ้าให้เตือน.. จากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมากับตัว และจากที่เห็นตัวอย่างของคนอื่นๆ ในชีวิต.. สิ่งที่จะเตือนคงไม่ใช่พวกเรื่องจิตวิทยา ไม่ใช่เรื่อง FOMO ไม่ใช่เรื่อง cut loss ที่หลายๆ คนคงได้เรียนรู้กันมาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว.. แต่อยากเตือนเรื่องที่นักลงทุนบางทีไม่รู้ตัวเองว่าไม่รู้... . . 📖 กำไรจากโชค vs กำไรจากฝีมือ บางทีคนเราแยกมันกันไม่ออก.. ปี 2003, 2009, 2013, 2019, 2020, 2021, 2023, 2024 เป็นปีที่ทุกคนได้กำไรมาง่ายๆ แล้วทุกคนก็คิดว่าตัวเองเก่ง ซึ่งความจริงคือในตลาด bull แบบนั้นให้ลิงมาหลับตาเลือกหุ้นมั่วๆ ก็ยังกำไรได้ วิธี check ตัวเองแบบที่ sophisticated investors ใช้คือดู risk-adjusted return ไม่ใช่ absolute return ทำได้ 30% แต่ตลาดขึ้น 40% และ drawdown 50% ระหว่างทาง… ถือว่าแพ้ลิง กำไรที่ทำซ้ำไม่ได้ในสภาพตลาดต่างกัน คือโชค.. ไม่ใช่ทักษะ.. ทักษะคือสิ่งที่ยังทำงานได้ในตอนที่ตลาดที่ไม่เป็นใจ เช่น... คนที่ short ตลาดได้กำไรตอน 2008 ทั้งๆ ที่ทุกคนรอบข้างบอกว่าบ้า นั่นคือทักษะ.. คนที่ hedge ตอน COVID แล้วยัง positive return ช่วงนั้น นั่นคือทักษะ.. คนที่ทำ 15% ต่อปีสม่ำเสมอ 10 ปีติด ทั้งปีที่ตลาดขึ้นและปีที่ตลาดลง.. นั่นคือทักษะ เทียบกับคนที่ทำ 80% ในปี 2020 แล้วติดลบ 60% ในปี 2022... average ออกมาอาจยังบวกอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ทักษะ นั่นคือ beta ที่ leverage สูงกลายมาเป็น alpha ปลอมๆ . . 📖 Transaction Cost กิน portfolio แบบที่ไม่รู้ตัว... ทุกคนรู้ค่า commission แต่ commission คือส่วนที่เล็กที่สุดของต้นทุนจริงๆ บางคนอาจจะคิดว่ 「เฮ้ย! ผมไม่ใช่ trader นะ..ไม่ได้ trade บ่อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับผม..」 ลองนึกดูว่าปีที่ผ่านมา rebalance กี่ครั้ง ขายตัวที่ไม่ชอบแล้วซื้อตัวใหม่กี่ครั้ง เห็นข่าว แล้วขยับ position กี่ครั้ง? คนที่คิดว่าตัวเองเป็น investor ไม่ใช่ trader บางที trade บ่อยกว่าที่คิด.. แค่ไม่ได้นับเพราะแต่ละครั้งมี「เหตุผล」ที่ดูดี ซึ่ง transaction cost ไม่ได้เกี่ยวกับความถี่ในการ trade... มันเกี่ยวกับทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวเงินใน portfolio สิ่งที่ใหญ่กว่า commission และบางทีคนมองไม่เห็นคือ implementation shortfall.. ราคาบนจอคือราคาก่อนที่เราจะกด execute... พอกด order จริงๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ... ถ้า order เล็ก ได้ราคาใกล้เคียงจอ แต่ถ้า order ใหญ่... ตลาดขยับหนีระหว่างที่ order กำลัง fill ราคาที่ได้จริงคือค่าเฉลี่ยของทุก partial fill ที่แย่ลงเรื่อยๆ ตามขนาด order และยังมีต้นทุนที่ไม่มีใครนับคือ bid-ask spread หุ้นที่ spread 0.5% ดูเหมือนไม่มาก แต่ถ้า trade เข้าออก 20 ครั้งต่อปี ลองคูณดูครับ กี่ % ก่อนที่จะนับ commission.. นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่เคยนั่งคำนวณ all-in cost per trade จริงๆ commission + spread + slippage + opportunity cost ของเงินที่จมระหว่าง settle บางคนพอนับครบแล้วพบว่าจ่ายค่า cost of activity ปีละ 3-5% โดยไม่รู้ตัวมาหลายปี.. แนะนำว่าก่อนจะ trade ถามตัวเองว่า edge ของ trade นี้มากกว่า all-in (ไม่ใช่ all-in แบบนั้นนะ) cost ไหม ถ้าตอบไม่ได้... นั่นคือคำตอบแล้ว และถ้าคิดว่า limit order แก้ปัญหานี้ได้... มันแก้ได้แค่ครึ่งเดียว.. limit order แก้เรื่อง slippage ตอนเข้า แต่ยังมีเรื่อง adverse selection ที่ผมเคยพูดถึงอยู่ limit order ที่ fill มี performance แย่กว่า limit order ที่ไม่ fill โดยเฉลี่ย.. และ limit order ไม่ได้แก้เรื่อง spread ตอนออก ไม่ได้แก้เรื่อง bid-ask ตอน rebalance ไม่ได้แก้เรื่องต้นทุนรวมทั้งปี การได้ราคาเข้าที่ต้องการเป๊ะๆ ไม่ได้แปลว่า trade นั้นถูก มันแค่แปลว่าจ่ายน้อยลงในขั้นตอนเดียวของกระบวนการที่มีต้นทุนหลายชั้น . . 📖 กำไรที่หายไปมากที่สุดในชีวิตนักลงทุนไม่ได้หายเพราะตลาด... แต่มักจะหายเพราะสมองสั่งให้ทำอะไรบางอย่าง DALBAR ศึกษาพฤติกรรมนักลงทุนในอเมริกาย้อนหลัง 20 ปี (ตัวเลขในบางช่วงเวลา จาก report ตอนราวๆ 2015~2016) พบว่า S&P 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35% ต่อปี แต่นักลงทุนในกองทุนหุ้นกลุ่มเดียวกันได้เฉลี่ยแค่ 4.25% ต่อปี ไม่ใช่เพราะเลือก fund ผิด... แต่เพราะซื้อหลังจากตลาดขึ้นแล้ว และขายหลังจากตลาดลงแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. ทุกรอบ . . ช่องว่าง 6% ต่อปีเรียกว่า behavior gap และมันเกิดจาก mechanism เดียวกันหมดทุกคน... เหมือนที่มีคนเคยวิจัยพบว่าการเตะประตูลูกโทษ..พบว่าผู้รักษาประตูที่เก่งๆ ระดับโลกมักจะพุ่งไปซ้ายหรือขวา 94% ทั้งที่ข้อมูลชัดเจนว่าการยืนอยู่กลางประตูให้ผลดีกว่าทางสถิติ เหตุผลคือ..การยืนเฉยๆ แล้วโดนยิง รู้สึกแย่กว่า.. การที่พุ่งไปผิดทิศทางแล้วโดนยิง ทั้งที่ผลเหมือนกัน... แต่ action ทำให้รู้สึกว่า「กูทำหน้าที่แล้ว」 สมองนักลงทุนมักทำแบบเดียวกันทุกครั้งที่ตลาดผันผวน ความรู้สึกไม่สบายใจทำให้ครั่นเนื้อครั่นตัวสั่งสมองว่า「ต้องทำอะไรสักอย่าง」เพื่อลดความรู้สึกนั้น ผลคือขายตอนพัง ซื้อตอนฟื้นแล้ว และเสีย 6% ต่อปี ทุกปี ไม่รู้ตัว การไม่ทำอะไรคือการตัดสินใจที่ยาก.. เพราะมันสู้กับธรรมชาติของมนุษย์โดยตรง ⚠️แต่นั่นไม่ได้แปลว่าห้ามทำอะไรทั้งนั้น… นักลงทุนที่ดีทำน้อยกว่า แต่ทำตาม rule ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า.. ไม่ใช่ตาม feeling ที่เกิดขึ้นตอนนั้น hedging ที่ดีถูก setup ก่อนที่ตลาดจะพัง rebalancing ที่ดีถูก trigger โดย threshold ไม่ใช่โดยความกลัว.. ถ้าตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพราะ「ตอนนี้รู้สึกว่าควรทำ」... นั่นแหละคือ 6% ที่หายไปทุกปี . . . และที่อยากจะเตือนอีกอย่าง.. คือเตือนสำหรับ AUM ในแต่ละ bracket.. 📖 ต่ำกว่า 500,000 บาท ศัตรูไม่ใช่ตลาด... ศัตรูคือ opportunity cost ของเวลา portfolio 300,000 บาท research ทำการบ้าน due diligence อย่างหนัก 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (จริงๆ น้อยมากสำหรับผม แต่กับคนส่วนใหญ่ ผมว่าเยอะ..) ทำได้ดีมากคือ 25% ต่อปี กำไร 75,000 บาท ค่าแรงชั่วโมงละ 96 บาท ต่ำกว่า minimum wage บางประเทศ 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เดียวกัน ถ้าเอาไปพัฒนาทักษะอาชีพ เรียนภาษา สร้าง side income... โอกาสที่ income จะขึ้น 100,000-300,000 ต่อปีมีสูงกว่ามาก.. ใครที่อยู่ bracket นี้.. portfolio management ไม่ใช่เรื่องสำคัญสุดที่ต้องทำในชีวิต แต่คนชอบทำผิดพลาดเดียวกันแทบทุกคน... เพราะการดู portfolio ทำให้รู้สึก productive กว่าการพัฒนาตัวเอง ทั้งที่ผลตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง แนะนำว่า.. ลงทุนใน index แล้วไปเพิ่ม income ก่อน แล้วค่อยกลับมาเรียนรู้เรื่องการลงทุนอย่างจริงจัง ตอนที่มันจะ matter จริงๆ . . 📖 500,000 ถึง 5,000,000 บาท ผมคิดว่าปัญหาคือเรายังไม่รู้หรอกว่าตัวเองมี edge จริงหรือเปล่า.. และเราจะไม่มีทางรู้... จนกว่าจะผ่านไปอย่างน้อย 5~7 ปีในสภาพตลาดหลายรูปแบบ ใน statistics ถ้าเรามี edge จริง 55% ต่อ trade ซึ่งถือว่าดีมากแล้ว.. เราต้องการ trade อย่างน้อย 200~300 ครั้งในสภาพตลาดที่หลากหลาย เพื่อให้ค่าสถิติมีนัยสำคัญพอที่จะแยก skill ออกจาก luck ได้ คนที่ทำได้ดีใน 1~2 ปี แล้วคิดว่าตัวเองมี edge... กำลังสับสน noise กับ signal สถาบันส่วนใหญ่ต้องการ track record 3~5 ปีก่อนที่จะเชื่อ manager คนไหน แต่นักลงทุนรายย่อยมักใช้เวลาแค่ 6 เดือน ก่อนจะ size up และยังมีปัญหาอีกชั้นหนึ่งที่ซ่อนอยู่... research มากขึ้น ทำให้ความมั่นใจเพิ่ม แต่ accuracy ไม่ได้เพิ่มตาม Philip Tetlock ศึกษา expert predictions มากกกว่า 20 ปี พบว่า ยิ่ง expert มีข้อมูลมากขึ้น.. ยิ่งมั่นใจมากขึ้น.. แต่ความแม่นยำแทบไม่เปลี่ยนเลย นักลงทุนรายย่อยก็เหมือนกัน... ยิ่ง research หนัก ยิ่ง overconfident ยิ่ง size ใหญ่ขึ้น และยิ่งเจ็บหนักขึ้นตอนที่ผิด ลองดู portfolio ตัวเองตอนนี้... trade ที่ size ใหญ่ที่สุดคือ trade ที่ research มากที่สุดใช่ไหม? แล้วมันเป็น trade ที่ดีที่สุดด้วยไหม? ถ้าคำตอบคือไม่เสมอ นั่นคือตัวพิสูจน์ว่า confidence กำลัง override judgment ทางออกที่ใช้ได้จริงคือ rule-based position sizing ที่ไม่ขึ้นกับว่าวันนั้น「มั่นใจ」แค่ไหน เพราะวันที่มั่นใจที่สุดสามารถเป็นวันที่การตัดสินใจแย่ที่สุด . . 📖 5,000,000 ถึง 30,000,000 บาท Sequence of Returns (เคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว..) คือระเบิดเวลาที่เราอาจจะไม่รู้ตัว.. portfolio 20 ล้าน ถอนปีละ 1 ล้านเพื่อใช้ชีวิต average return 7% ต่อปี คนที่โชคร้าย ปีแรกตลาดพัง 40%... เหลือ 12 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 11 ล้าน ปี 2 ฟื้น 67%... กลายเป็น 18.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 17.4 ล้าน คนที่โชคดี.. ปีแรกได้ 67%... portfolio โตไปเป็น 33.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 32.4 ล้าน ปีสองพัง 40%... เหลือ 19.4 ล้าน ถอน 1 ล้าน เหลือ 18.4 ล้าน return เดียวกันทุกปี แค่ลำดับต่างกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกันเกือบ 1 ล้านในแค่ 2 ปี... ในระยะ 20 ปี ความต่างนี้กำหนดว่า portfolio จะอยู่รอดหรือหมดก่อนตาย.. แนะนำ ให้มี cash buffer 2~3 ปีแยกออกมาต่างหาก.. ไม่ใช่เพราะกลัวตลาด แต่เพราะกลัว timing ที่ดวงซวย.. . . 📖 30,000,000 ถึง 100,000,000 บาท พอถึงจุดนี้ คนรอบข้างเริ่มได้ประโยชน์จากเงินของเรามากกว่าที่เราคิด.. fee ที่จ่ายอยู่ไม่ได้มีแค่รูปแบบเดียว...และไม่ได้มาในรูปแบบที่เห็นได้ชัดเจนเสมอไป... กองทุนที่ผู้จัดการเลือกหุ้นให้.. management fee 1-2% ต่อปี ก่อนที่จะได้กำไรบาทแรก กองทุนที่ไปลงทุนใน fund อื่นอีกที.. fee ซ้อน fee โดยที่เอกสารไม่ได้บอกตรงๆ ว่ารวมกันแล้วเท่าไหร่ structured product ที่ธนาคารหรือสถาบันเสนอ.. margin ซ่อนอยู่ใน pricing ตั้งแต่วันแรก ตอนที่ธนาคาร structure มันขึ้นมา insurance-linked investment.. fee ซ่อนในรูป mortality charge, admin charge และ surrender period ที่ทำให้ออกไม่ได้หลายปี ที่ปรึกษาการลงทุนทั่วไป.. retainer รายปีบวก commission จากสิ่งที่แนะนำให้ซื้อ ซึ่ง incentive มันไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกับเราเสมอไป และที่ซับซ้อนที่สุดคือ private bank... นอกจาก advisory fee รายปีแล้ว ยังมี retrocession fee.. เวลา private banker แนะนำ fund A แทน fund B... บางครั้งไม่ใช่เพราะ fund A ดีกว่า แต่เพราะ fund A จ่าย retrocession ให้ bank สูงกว่า retrocession คือเงินที่ fund house จ่ายกลับให้ bank ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อ fund นั้น หักจาก management fee ของ fund โดยอัตโนมัติ ลูกค้าไม่เห็นตัวเลขนี้ในเอกสารไหนเลย.. บวกกับ spread จาก FX ที่ทำผ่าน bank บวกกับ margin จาก structured note ที่ bank ออกเอง ⚠️ Switzerland บังคับให้ disclose retrocession ต่อลูกค้าตั้งแต่ปี 2012?? (ถ้าผมจำปีไม่ผิด แต่ประมาณแถวๆ นั้นแหละ) แต่หลายประเทศใน Asia ยังไม่บังคับ... พอรวมทุกทางแล้วคำนวณจริงๆ... AUM 50 ล้าน จ่าย fee รวมทุกรูปแบบ 2% ต่อปี คือ 1,000,000 บาทต่อปี ใน 20 ปีคือ 20 ล้านบาทที่ออกจาก portfolio บวก compounding ของเงิน 20 ล้านนั้นที่หายไปด้วย.. Morningstar ศึกษาพบว่า expense ratio คือ single best predictor ของ future performance ในทุก category ทุก time horizon ไม่ใช่ manager เก่งแค่ไหน ไม่ใช่ strategy ดีแค่ไหน เพราะ fee คือ return ที่แน่นอน... alpha คือ return ที่ไม่แน่นอน คำถามที่ต้องถามก่อนลงทุนใน product ไหนก็ตาม.. 「ใครได้เงินจาก product นี้บ้าง และได้เท่าไหร่ ก่อนที่เราจะได้อะไร」 ถ้าตอบไม่ได้ชัดๆ... อย่าเพิ่งลงนาม และสำหรับ private banker โดยเฉพาะ.. ถามตรงๆ เลยว่า.. 「ธนาคารได้ retrocession หรือ referral fee จาก product ที่แนะนำให้ฉันซื้อไหม? และเท่าไหร่?」 ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบแบบ deflect เลี่ยงๆ... นั่นคือคำตอบแล้ว และ deal ที่คนเสนอมาให้ที่ bracket นี้... กฎที่ใช้เสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น ถ้า deal ต้องการคำตอบเร็ว ตอบว่า「ไม่」เสมอ.. deal ที่ดีจริงๆ ไม่มีวันหมด deadline มันรอเราได้ครับ... จุดนี้ถูกต้องเลย... ต้องเปลี่ยน angle ทั้งหมด ถ้ามี access อยู่แล้ว ปัญหาจริงๆ ไม่ใช่เรื่อง tool แต่คือเรื่องที่ลึกกว่า เขียนใหม่แบบนี้... . . 📖 100,000,000 ถึง 1,000,000,000 บาท ถือหุ้น mid-cap ไทย market cap 3,000 ล้าน และถือ position 300 ล้าน คือ 10% ของ market cap ตอนที่อยากขาย เราไม่ได้ขายกับตลาด.. เราขายให้ตลาด.. นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ แม้จะใช้ Big Lot หรือ algorithm execution แล้วก็ตาม... ปัญหา 1.. Information Leakage ทุกครั้งที่โทรหา broker เพื่อจัด Big Lot trade... มีคนบน desk นั้นรู้ว่าเรากำลังจะขาย และ desk นั้นอาจมี position เองด้วย หรือมีลูกค้าอื่นที่อยากรู้ข้อมูลนี้.. ทางฝั่งผมที่อยู่อเมริกาเรียกว่า「getting shopped」ข้อมูลว่ามีคนต้องการขาย block ใหญ่รั่วออกไปตลาดก่อนที่ deal จะเสร็จ.. ราคาขยับลงก่อน เราขายได้ในราคาที่แย่กว่าที่ควร ซึ่งไม่แน่ใจว่าที่ไทยมีคำเรียกมั๊ย? solution คือ เลือก broker ที่มีกำแพงจริงๆ ระหว่าง execution desk กับ proprietary trading และไม่บอกรายละเอียดทั้งหมดให้ broker รู้ล่วงหน้ามากเกินจำเป็น.. ปัญหาที่ 2.. Adverse Selection ใน Big Lot Big Lot แก้เรื่อง market impact ได้... แต่สร้างปัญหาใหม่ counterparty ที่ยอมรับซื้อ block ใหญ่จากเรา... เค้าต้องการอะไรจาก trade นี้? ถ้า position นี้ดีจริง เค้ายินดีซื้อในราคาตลาด.. แต่ถ้าเค้าเป็น sophisticated buyer เค้ารู้ว่าเรากระตือรือร้นอยากขาย.. และจะ negotiate ต่อรองราคาให้ต่ำกว่าตลาดเสมอ.. พูดง่ายๆ คือ.. คนที่เต็มใจเป็น counterparty ใน Big Lot มักรู้บางอย่างที่เราไม่รู้ หรือเห็น value ต่างจากเรา ใน options pricing มีคำสำหรับเรื่องนี้เรียกว่า adverse selection premium และมันแพงกว่า slippage ปกติมาก ปัญหาที่ 3.. Liquidity Illusion หุ้นที่ trade วันละ 50 ล้านบาทดูมีสภาพคล่องดี แต่ถ้าถือ position 300 ล้าน... true liquidity ของเราคือกี่วันกว่าจะออกได้โดยไม่กระทบราคา? คำตอบคือนานกว่าที่คิดมาก.. โดยเฉพาะถ้าตลาดกำลังพัง.. เพราะในวันที่อยากขายที่สุด volume มักหดลงพร้อมกัน.. position ที่ดูเหมือน liquid บน spreadsheet กลายเป็น illiquid ตอนที่ต้องการ exit จริงๆ ยิ่งถือมาก ทางออกยิ่งยาก แต่ตอนเข้าซื้อ ตลาดยินดีขายให้ทุกบาท ความสะดวกในการเข้า... ซ่อน pain (in the ass) ของการออกไว้เสมอ และ tool ที่มีอยู่แก้ได้แค่บางส่วน... ส่วนที่แก้ไม่ได้คือการที่ position ใหญ่เกินไปตั้งแต่แรก . . 📖 1,000,000,000 ถึง 10,000,000,000 บาท 94% ของ family wealth จะหายไปในรุ่นลูกรุ่นหลาน.. ไม่ได้หายเพราะ investment Family wealth ข้ามรุ่น 70% จะหายไปใน generation 2 และ 90% หายไปใน generation 3 (จากที่เคยมีการ research โดย Williams Group ที่อ้างถึงกันบ่อย.. แต่ก็ไม่ได้ publish peer-reviewed research) ซึ่งพอดูว่าหายเพราะอะไร... มีแค่ 3% ที่เป็น financial planning ผิดพลาด และ 3% เป็น investment ผิดพลาด ที่เหลืออีก 94% มาจากการสื่อสารที่ล้มเหลวในครอบครัว ทายาทที่ไม่ได้รับการเตรียมความพร้อม และ lack of trust และ shared mission.. ภาษาไทยมีคำว่า「ไม่เกินสามชั่วคน」 ภาษาอังกฤษมีคำว่า「shirtsleeves to shirtsleeves in three generations」 ภาษาจีนมีคำว่า「富不过三代」 ทุกวัฒนธรรมมีสุภาษิตเรื่องนี้... เพราะมันเกิดขึ้นซ้ำๆ มาตลอดประวัติศาสตร์ กับทุกๆ วัฒนธรรมสังคม.. แล้ว solution จริงๆ คืออะไร? คนส่วนใหญ่ได้ยินคำตอบสามอย่างคือ ธรรมนูญครอบครัว.. trust.. family office.. ทั้งสามอย่างมีประโยชน์... แต่ทั้งสามอย่างเป็น structural solution สำหรับปัญหาที่แท้จริงซึ่งเป็น human problem คือ… structure ช่วยได้ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด สิ่งที่ได้ผลจริงมีห้าอย่าง.. (ที่ผมนึกออกคร่าวๆ ตอนนี้นะ). - หนึ่ง.. ให้ทายาทจัดการเงินจริงๆ ตั้งแต่ผู้ก่อตั้ง (ผู้นำตระกูล) ยังอยู่.. วิธีที่ล้มเหลวที่สุดคือการให้ลูกหลานรับเงินก้อนใหญ่โดยไม่เคยจัดการอะไรจริงๆ จังๆ มาก่อน วิธีที่ได้ผลคือแบ่งเงินส่วนหนึ่งออกมาตั้งแต่เนิ่นๆ ให้ทายาทบริหารจริงๆ เจ็บจริงๆ ผิดพลาดจริงๆ ในขณะที่ผู้ก่อตั้งยังอยู่และยังแก้ไขได้ เพราะ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นตอน portfolio 10 ล้านสอนได้มากกว่าคำแนะนำทุกอย่างรวมกัน และดีกว่าปล่อยให้ทายาทเรียนรู้ด้วย portfolio 1,000 ล้านหลังจากที่ไม่มีใครแก้ไขได้แล้ว - สอง.. พูดเรื่องเงินในครอบครัวให้เร็ว.. ดีกว่ารอพูดตอนที่รู้สึกสบายใจ ครอบครัวใน Asia ส่วนใหญ่เก็บเรื่องความมั่งคั่งเป็นความลับจากลูกหลาน.. เจตนาดี.. กลัวลูกเสีย.. กลัวลูกไม่ตั้งใจเรียน.. กลัวลูกรู้สึกว่าไม่ต้องพยายาม.. แต่ผลที่เกิดขึ้นจริงคือลูกหลานได้รับเงินโดยไม่มี context ไม่รู้ว่าเงินมาจากไหน.. ไม่รู้ว่ามันใช้เวลากี่ปี ไม่รู้ว่ามีภาระอะไรติดมาด้วย และไม่มีเวลาเตรียมตัวรับมัน.. การพูดถึงความมั่งคั่งของครอบครัวอย่างตรงไปตรงมา รวมถึงที่มา มูลค่าโดยประมาณ structure และ expectation คือสิ่งที่ทำให้ทายาทกลายเป็น steward ไม่ใช่แค่ผู้รับมรดก.. - สาม.. แยกให้ออกระหว่าง ownership, management และ benefit ปัญหาใหญ่ที่สุดของ family business คือการที่สามอย่างนี้ปนกันผสมกันมั่วไปหมด.. ทุกคนที่เป็นเจ้าของรู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์จัดการ.. ทุกคนที่จัดการรู้สึกว่าตัวเองควรได้รับผลประโยชน์มากกว่า.. ทุกคนที่ได้รับผลประโยชน์รู้สึกว่าตัวเองควรมีสิทธิ์ออกเสียงในการจัดการ.. สามอย่างนี้ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น และต้องทำตั้งแต่ผู้ก่อตั้งยังอยู่ เพราะหลังจากไม่อยู่แล้ว ไม่มีใครที่ทุกคนเคารพพอที่จะ enforce ได้ - สี่.. Trust ที่ดีไม่ใช่แค่ภาษีและมรดก... มันคือ governance tool คนส่วนใหญ่ set up trust เพื่อประหยัดภาษีหรือเพื่อส่งต่อมรดก แต่ trust ที่ทำหน้าที่ได้จริงในระยะยาวคือ trust ที่มี clear mandate ว่าจะบริหาร wealth เพื่ออะไร เพื่อรักษา lifestyle ของทายาท? เพื่อสนับสนุน education เท่านั้น? เพื่อการกุศล philanthropic purpose? เพื่อรักษา business ให้อยู่ในครอบครัว? trust โดยไม่มี mandate ที่ชัดเจนคือแค่ภาชนะที่ใส่ความขัดแย้งไว้ข้างใน.. และปล่อยให้ลูกหลานแม่งถกเถียงทะเลาะกันในรุ่นต่อไป - ห้า.. Family Office และความเชื่อที่ว่า「เราทำเองได้」 family office ที่ run ได้ดีต้องการงบดำเนินการปีละ 30~50 ล้านบาทขึ้นไป (ผมประเมินคร่าวๆ สำหรับขั้นต่ำ สุดๆ นะครับ..) เพราะต้องการ CIO, legal, tax, accounting, reporting และ compliance จริงๆ ไม่ใช่แค่คนช่วย admin ถ้า AUM ต่ำกว่า 500-700 ล้าน cost อาจกิน return ไปมากกว่าที่ประหยัดได้ ทางเลือกที่ดีกว่าคือ multi-family office ที่ share ต้นทุนกับครอบครัวอื่น.. แต่ปัญหาที่พบบ่อยกว่าคือ... คนที่ลงทุนเก่ง มักคิดว่าตัวเองไม่ต้องการ structure อะไรเลย logic ฟังดูสมเหตุสมผล ..「กูสร้างความมั่งคั่งนี้ขึ้นมาเองได้ แสดงว่ากูรู้เรื่องการลงทุนดีกว่าคนที่จะมา manage ให้」(ผมเองก็มี logic นี้) และ logic นั้น... ถูกบางส่วน แต่มีสิ่งที่ logic นั้นมองข้ามไปสามเรื่อง เรื่องแรก… ทักษะในการสร้างความมั่งคั่ง ≠ ทักษะในการรักษามัน การสร้างความมั่งคั่งต้องการ concentrated bet, high conviction, risk tolerance สูง… การรักษาความมั่งคั่งต้องการ diversification, governance, downside protection… สองอย่างนี้ไม่ใช่แค่ต่างกัน... มันขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ คนที่รวยจากการ concentrate ใน position เดียวหรือไม่ก่ตัว.. มักเจ็บสุดตอนที่ต้อง diversify ออก.. เพราะสมองมันบอกว่านี่คือสิ่งที่ทำให้รวย ทำไมต้องขาย.. แต่ position ที่สร้างความมั่งคั่งได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น position ที่รักษาความมั่งคั่งได้.. เรื่องสอง… ไม่มีใคร check bias ของเราเลย.. ทุก fund manager ระดับโลกมีคนที่บอกว่า「คิดผิดแล้ว」ได้ investment committee, board, LP ที่ถามคำถามยากๆ.. คนที่ run เองมักไม่มีสิ่งนี้.. และยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ คนรอบข้างยิ่ง push back น้อยลงเท่านั้น.. นั่นไม่ใช่สัญญาณว่าเราถูกเสมอ มันคือสัญญาณว่าคนรอบข้างเลิกพยายามบอกเราแล้ว (ผมเองก็เจอปัญหานี้) solution จริงๆ คือสร้าง investment committee ที่มีคนนอกครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งคน ที่ได้รับอนุญาตให้ไม่เห็นด้วยกับเรา และไม่กลัวที่จะทำ.. เรื่องสาม… Key Person Risk.. ถ้าเราคือคนที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ portfolio... รู้ว่าเงินอยู่ที่ไหน structure เป็นยังไง relationship กับใครบ้าง.. แล้ววันนึงเราไม่อยู่หรือไม่สามารถสื่อสารได้กะทันหัน.. ครอบครัวจะรู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไร? นี่คือ single point of failure ที่โหดกว่าการลงทุนผิดพลาด.. solution คือมี documented investment policy statement ที่ละเอียดพอที่คนอื่นจะ run ต่อได้ และ update ทุกปี ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วลืม.. แต่ไม่ว่าเนาจะเลือก structure ไหน... สิ่งที่สำคัญกว่า structure เสมอคือ คนที่นั่งอยู่ในนั้น มี incentive ตรงกับคุณไหม รวมถึงตัวเราเองด้วย... เพราะบางทีคนที่ incentive ไม่ตรงกับ long-term wealth preservation มากที่สุด คือคนที่สร้างมันขึ้นมา และยังอยากเล่นเกม offensive ต่อไป . . 📖 10,000,000,000 บาทขึ้นไป ที่ bracket นี้มีปัญหาที่ไม่เหมือน bracket ไหน... คือไม่มีใคร push back เรา.. ไม่ใช่เพราะทุกคนเห็นด้วยจริงๆ แต่เพราะทุกคนที่เข้าถึงเราได้มักกลัวว่าจะมีบางอย่างที่จะเสียถ้าเราไม่พอใจ ที่ปรึกษาเห็นด้วยเพราะ retainer.. ลูกน้องเห็นด้วยเพราะ bonus.. ครอบครัวเห็นด้วยเพราะมรดกที่รอรับ.. ผลคือข่าวร้ายมาถึงเราช้าลงเรื่อยๆ good news วิ่งมาหาเราเร็วขึ้นเรื่อยๆ และเราตัดสินใจจากข้อมูลที่ถูก filter มาหลายชั้นแล้ว โดยที่รู้สึกว่ากำลัง well-informed อยู่ นี่คือ echo chamber ที่สร้างขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และมันอันตรายกว่า market crash และยังมีอีกเรื่อง... ความแตกต่างระหว่าง 10,000 ล้านกับ 13,000 ล้าน เปลี่ยนชีวิตได้จริงๆ อีกเท่าไหร่? แต่ความแตกต่างระหว่าง 10,000 ล้านกับ 3,000 ล้าน เปลี่ยนได้มาก ไม่ใช่แค่ตัวเลข asymmetry นี้หมายความว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่ maximize return อีกต่อไป มันคือ minimize catastrophic downside แต่คนส่วนใหญ่ยัง play offensive เพราะนั่นคือสิ่งที่พาพวกเขามาถึงตรงนี้ สมองมันจำไม่ได้ว่าเกมเปลี่ยนแล้ว.. นั่นคือ sunk cost fallacy version ที่รวยที่สุด . . 📚คำเตือนพวกนี้.. ส่วนหนึ่งมาจากหนังสือ.. งานวิจัย.. data.. จากการทำพลาดเองด้วยตัวเองในบาง bracket ที่พูดถึง.. และจากประสบการณ์ของคนบางคนที่รู้จัก.. ไม่มีใครเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากการอ่านอย่างเดียว บางทีมันต้องเจ็บก่อน.. เจอก่อนถึงจะรู้.. แต่ให้ดีสุด พยายามเรียนรู้ให้ได้จากประสบการณ์ของคนอื่น ดีกว่าเจอเองเจ็บเอง.. เงิน 500,000 พังเพราะ stock picking ผิด เงิน 5,000,000 พังเพราะ sizing ผิด เงิน 50,000,000 พังเพราะ sequence ผิด เงิน 500,000,000 พังเพราะ structure ผิด เงิน 5,000,000,000 พังเพราะ governance ผิด เงิน 50,000,000,000 พังเพราะ... ลืมว่าตัวเองกำลังเล่นคนละเกมแล้ว แต่สิ่งที่เหมือนกันทุก bracket.. ความผิดพลาดที่แพงในชีวิตนักลงทุนทุกคน คือไม่เคยรู้สึกว่ากำลังทำความผิดพลาดตอนที่กำลังทำมัน.. มันรู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดด้วยข้อมูลที่มีอยู่ตอนนั้น.. ด้วยความมั่นใจที่สุด นั่นแหละคือ「สิ่งที่ไม่รู้ว่าไม่รู้」😅 P.S. คำเตือนสุดท้ายคือ..『อย่าติดหี…』 facebook.com/funxmanager/pos…
27
2,046
40
3,024
647,506
DeVinE LovE retweeted
Replying to @pizad_sura
PTT รับน้ำมันจาก โรงกลั่น Thai Oil, PTTGC, IRPC Bangchak รับน้ำมันจาก บางจาก พระโขนง, บางจาก ศรีราชา PT รับน้ำมันจาก โรงกลั่น Thai Oil Caltex รับน้ำมันจาก โรงกลั่น SPRC Shell รับน้ำมันจาก โรงกลั่น Thai Oil SUSCO รับน้ำมันจาก โรงกลั่น Thai Oil, IRPC, SPRC เลือกได้ตามชอบครับ
2
1,169
12
797
158,529
“99% ของคนติดดอยทอง เพราะไม่เคยดูสิ่งนี้” 🔥 “อย่าดูแค่กราฟ…ถ้าคุณยังไม่เข้าใจ 5 อย่างนี้ คุณกำลัง ‘เดาทอง’ ไม่ใช่ ‘เทรดทอง’” คนส่วนใหญ่ที่ “ติดดอยทอง” ไม่ได้แพ้ตลาด… แต่แพ้ “ความเข้าใจผิดของตัวเอง” ทองไม่ใช่แค่เส้นขึ้นลง แต่มันคือ “สมรภูมิของเงินโลก” ⚔️ 5 สิ่งที่ “ตัวจริง” ใช้ดูทอง (XAUUSD) 1. 🧠 Real Yield = ตัวคุมเกมตัวจริง Real Yield 👉 สูตรสั้น ๆ Real Yield = Bond Yield – Inflation หลักจำให้แม่น: Real Yield ↑ → เงินไหลเข้าพันธบัตร → ทองลง Real Yield ↓ → เงินหนีออกพันธบัตร → ทองขึ้น 📌 คนส่วนใหญ่ดูแค่ “ข่าวสงคราม” แต่ตัวจริงดู “Real Yield” 2. 💵 Dollar Index = แรงโน้มถ่วงของทอง US Dollar Index 👉 ความสัมพันธ์: Dollar แข็ง → ทองอ่อน Dollar อ่อน → ทองแข็ง 📌 เพราะทอง “ราคาเป็น USD” USD แข็ง = ทองแพงสำหรับคนทั้งโลก = demand ลด 3. 📊 Liquidity & Futures (ตลาด COMEX) COMEX 👉 ตลาดทอง “ไม่ได้ขยับเพราะร้านทอง” แต่มันขยับเพราะ “เงินก้อนใหญ่ใน Futures” Stop Hunt Liquidation Hedge Fund Position 📌 ถ้าคุณไม่เข้าใจ Futures คุณจะไม่เข้าใจ “ทำไมกราฟหลอก” 4. 📐 Technical = แผนที่ (ไม่ใช่คำตอบ) 👉 ตัวที่ต้องใช้จริง: Fibonacci → บอก “ราคาเป้าหมาย” TD Sequential → บอก “จังหวะหมดแรง” 🎯 สูตรของสายโปร: Fibonacci = WHERE TD Sequential = WHEN 📌 คนส่วนใหญ่ใช้ indicator เยอะ แต่ “ไม่เข้าใจหน้าที่มัน” 5. 🔥 Sentiment = จุดตายของมือใหม่ 👉 สังเกตง่าย ๆ: ข่าวทองมาเต็ม TikTok → ใกล้ “ยอด” คนแห่ซื้อ → Smart Money เริ่มขาย 📌 ตลาด “ไม่เคยแจกเงินฟรี” มันให้คุณเชื่อก่อน…แล้วค่อยเอาคืนทีหลัง 🧨 สรุปแบบโคตรสั้น ทองจะขึ้นหรือลง ไม่ได้ดูแค่กราฟ แต่ต้องดู: Real Yield → เงินไหล Dollar → ค่าเงิน Futures → แรงจริงของตลาด Technical → จุดเข้าออก Sentiment → กับดัก 🚨 ประโยคที่คนส่วนใหญ่ “ไม่อยากยอมรับ” “ทองไม่ได้ขึ้นเพราะมันมีค่า… แต่มันขึ้นเพราะ ‘เงินกำลังหนีบางอย่าง’” 🎯 ปิดด้วยของจริง ถ้าคุณยัง: ดูแต่แนวรับแนวต้าน ไม่ดู Real Yield ไม่เข้าใจ Futures คุณไม่ได้ “เทรดทอง” คุณแค่ “พนันกับกราฟ” #XAUUSD #ราคาทอง #GOLD
🤖 Made with AI
2
108
212
12,071
DeVinE LovE retweeted
ผมให้ลูกสาวเพื่อนที่ฝึกงานกับผม (ไอ้แสบ) ดู.. โดยผมแปลภาษาให้มัน.. มันบอกประมาณว่า… - Non-rated bond ไม่มีใครประเมิณความเสี่ยงให้เรา ถือว่าเป็นสัญญาณไม่ดี.. บริษัทที่แข็งแกร่งมักอยากได้ rating เพราะ rating ดีก็ออก bond ดอกถูกลงได้.. การที่บริษัทเลือก non-rated แปลว่า ต้นทุนการขอ rating อาจไม่คุ้ม.. หรือกลัวผลที่ออกมา.. - Debt โตไวกว่า assets มาก.. กลายเป็น assets โตด้วย debt ไม่ใช่กำไร.. จริงอยู่ บางธุรกิจ debt โตเร็วกว่า asset เป็น โครงสร้างปกติ แต่บริษัทนี้มีจุดอื่นๆ ที่ไม่ ok เลยเดาว่าไม่เข้าข่ายบริษัทพวกนั้น - งบ 9 เดือน กำไร 141 ล้าน.. ปีก่อนหน้ากำไร 608 ล้าน.. ถ้าตีเป็น annualize ก็ราวๆ 188 ล้าน~ กำไรหดไปร่วม~60% - asset เพิ่มจาก 10,727 ไป~ 12,437 ล้าน แต่กำไรหด 60% มันขัดกัน ถ้า asset ดีจริงก็ควรสร้างรายได้ ได้.. - ถ้าบริษัทดี.. ทำไมต้องออก bond ดอกแพงขนาดนี้? ธนาคารไม่ปล่อยกู้ 🤔 ปกติ cost of debt ของ bank ถูกกว่านี้มาก.. แต่นี่ต้องมาขายคนทั่วไปแทน… - หุ้นกู้ไม่มีประกัน… ผู้ออกมีสิทธิได้ก่อนผู้ถือหุ้นกู้.. ถ้าล้มขึ้นมาเราอยู่หางแถว 😅 - เทียบ risk-free rate กับพันธบัตรไทย.. Spread 4~5% กับ credit risk แบบนี้ ไม่ค่อยน่าสน - งบกำไรขาดทุนโกหกได้ งบ cash flow โกหกยากกว่า… operating cash flow บวกมั๊ย? บริษัทเก็บเงินสดจริงได้มั้ย หรือกำไรอยู่แค่ในบัญชี?? ทำไมต้องออก bond ถ้า operating cash flow ดี??? - ถ้า operating cash flow ติดลบ หรือต่ำกว่า net income มาก..กำไรเป็นแค่ accrual ไม่ใช่เงินจริง และการออก bond ครั้งนี้อาจแค่ปิด gap ตรงนั้น
บริษัทสินทรัพย์เติบโตหมื่นล้าน รายได้เติบโตอยู่ที่ 2670 ล้าน แถมมีกำไรเติบโตดี 608 ล้าน 📍 บริษัทนี้ออกหุ้นกู้ (ยืมเงินประชาชน) ดอก 7% ต่อปี อายุแค่ 2 ปี จ่ายดอกทุก 3 เดือน ซื้อไหม?
2
310
458
56,206
DeVinE LovE retweeted
สร้างเอไอ ไปหาเงินจาก Shopee โดยไม่ต้องซื้อสินค้ามารีวิวเลยแม้แต่ชิ้นเดียว 🔥 สรุปแบบจัดเต็ม จัดเต็มแบบไม่พัก 3 ชั่วโมงเต็ม ทำลายสถิติมีผู้เข้าร่วมทะลุ 1,039 คน ผมฟังจบแล้วรู้สึกว่า โอ มาย 😱 พระเจ้าช่วย ทำไมโลกเปลี่ยนไปเร็วมาก ผู้บรรยายหลักคือ พี่หลาม @blackshark0x ที่ทำได้ผลจริงมาแล้ว ลุยแบบไม่กั๊ก ไม่พักเบรค แบบคนทำจริงได้ผลมาแล้ว ไม่ต้องถ่ายคลิป ไม่ต้องซื้อของมารีวิว ไม่ต้องยิงแอด พี่หลามออกตัวว่า ""หลักๆ 99%ของผมคือทำคริปโต อันนี้มาทำเล่นๆแต่มันกลับปัง" นี่คือผลงานแบบทำเล่นๆของพี่หลาม - โพสต์เดียว 2 วัน ยอดวิวทะลุ 600,000+ - โพสต์เดือนก่อน ได้ค่าคอมรวมราว 5,000 บาท - ยอดขายสะสมจากแอฟฟิลิเอตหลักแสนบาท พี่หลามสอนตั้งแต่ความรู้พื้นฐาน เช่น Shopee เก็บ cookie 7 วัน แปลว่าแค่คนกดลิงก์เรา ไม่ว่าเขาจะซื้ออะไรก็ตามภายใน 7 วัน ไม่จำเป็นต้องเป็นสินค้าที่เราแนะนำ เราก็ได้ค่าคอมหมด แม้แต่ของที่เขาดองไว้ในตะกร้า วิธีการหลัก คือ "หาโพสต์คนอื่นที่มียอดวิวหลักล้านบน X แล้ว Quote เติมความเห็นที่มีประโยชน์ลงไป ในฟอร์แมตที่ AI ของแพลตฟอร์มชอบ (หัวข้อสั้น + bullet สาระ + สรุปท้าย)" นี่คือหัวใจการทำเงิน 💰 ขั้นตอนที่พี่หลามทำ จดไว้เลย! ✅หาโพสต์ที่กำลังเป็นกระแสบน X (ใช้ Creator Studio > Inspiration) ✅Quote โพสต์นั้น + เติมความเห็นที่มีสาระจริงๆ ✅ปล่อยให้โพสต์วิ่ง 1-2 วัน เพื่อดูสัญญาณว่าโพสต์เกิดแค่ไหน ✅ถ้ายอดวิวทะลุหลักหมื่น + มีคนมาคอมเมนต์ถาม = สัญญาณว่ากำลังแมส ✅ค่อยแปะลิงก์ Shopee Affiliate ในคอมเมนต์ตอบ (สุดยอด ใจเย็นมาก ไม่รีบแปะทันทีตั้งแต่แรก) ผมฟังแล้วขนลุก รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่งตัวจริง 😎 แบบนี้คือโพสต์น้อยแต่ได้ผลแน่นอน ไม่โพสต์สาด เคล็ดลับที่ได้จากช่วงนี้: 🚀 อัลกอริทึม AI ของ X ชอบโพสต์ที่มีคนแปลกหน้าที่ไม่ได้ Follow กัน มาคอมเมนต์ 🚀 ยิ่งมีคนถามจริงจัง ยิ่งถูกดันให้คนอื่นเห็นเลยทำให้แม้จะมีจำนวนผู้ติดตามน้อย ก็สร้างรายได้ได้ 🚀 "สินค้าเดียวกัน แต่ค่าคอมต่างกัน" ต้องเลือกร้านที่ให้ค่าคอมมาก แล้ว AI มาช่วยตรงไหน? พี่หลามใช้ OpenClaw (น้องกุ้ง) ซึ่งเป็น AI Agent ที่ควบคุมเบราว์เซอร์ได้เหมือนคนจริง! 🦞 ใช้น้องกุ้งไปหาโพสต์ที่กำลังอินเทรนด์บน X 🦞 อ่านแล้ววิเคราะห์ว่าควรเขียนอะไร (ใช้ Kimi model เป็นสมอง) 🦞 เขียนคอนเทนต์ในโทนที่เราตั้งไว้ 🦞 จัดการ memory ให้บอทจำบริบทได้ 🦞 รันบน VPS ราคาถูก เปิด 24/7 ไม่ต้องเปิดคอมตัวเองทิ้งไว้ ต้นทุน: 💸 ค่า X Premium Basic (ราวๆเดือนละร้อย) 💸 ค่า AI + VPS 🤫 เทคนิคที่แชร์ ใช้ main agent (model แพง) สั่งงาน sub-agent (model ถูก) เพื่อประหยัดต้นทุน 🤑 กำไร = passive income จากค่าคอม Shopee ที่วิ่งตลอด 7 วันหลังคนกดลิงก์ สิ่งที่ได้จากการฟังมาสามชั่วโมงคือ "เราไม่ต้องซื้อของมารีวิว แค่ใช้ความรู้ที่มีอยู่แล้ว ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงๆกับคนอื่น แล้วรายได้จะตามมาเอง" หลายคนอาจบอกว่า ทำไมกำไรได้น้อย "ได้วันละร้อยสองร้อย ก็เงินนะพี่" - นี่คือเสียงสะท้อนจากน้องๆ แล้วเราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนจะถูกหวย เจอตัวขายดีถล่มทลายขึ้นมา ช่วงท้ายสนุกกว่านั้น เมื่อเจอผู้ประกอบการตัวจริง ที่ใช้ AI เหมือนกัน กดไมค์แชร์ข้อมูลกันรัวๆ งานนี้แน่นอนว่ายังไม่จบง่ายๆแน่นอนครับ กดติดตามได้ตามโพสต์ในคอมเมนต์เลยครับ 👇👇👇
11
1,762
30
2,686
222,086
DeVinE LovE retweeted
อาจารย์ทวีสุข พูด 4 ปีที่แล้ว จดสถิติชัด: - ยูเครน-RU +1 - อิสราเอล-ฮามาส +1 - สหรัฐ-เวเนซุเอลา +1 (จบไว) - เมื่อวาน อิสราเอล-อิหร่าน +1 จริง อาจารย์ 'ครบ' มาก 😱 จุดเดือดเหลือ = แนวรบจีน 1. จีน-ญี่ปุ่น: rare earth ห้ามส่งออก + ขีปนาวุธใกล้ไต้หวัน tensions พุ่ง 2. จีน-อินเดีย: ชายแดนคลาย แต่ trade deficit กว้าง + แข่ง critical minerals ทะเลลึก 3. จีน-ฟิลิปปินส์: SCS รุนแรงสุด US ส่ง missiles ช่วย ใกล้ gray-zone → ศึกเต็มรูปแบบ สไตล์อาจารย์ → 2026 คือจุดเดือดจริง WW3 ไม่ใช่สงครามโลกยิงใหญ่ แต่เป็น domino effect หลายจุด เชื่อม US-China rivalry + ทรัพยากร (น้ำมัน, rare earth, ลิเธียม)
🇮🇱🇮🇷 Israel reportedly launches attack on Iran
9
5,639
18
2,857
565,113
อ่านแผน รับมือชัดๆ ถ้ามีข่าวสงครามมา ทองคำ รอย่อบีอย่างเดียว คริปโตเด้งมาเอสลงไปรับสำคัญ ดอลจะเด้ง บาทจะอ่อน เยนจะดีด พิจารณาอ่านดีๆ xau 5320/5350/5380-5420 รับสำคัญ 5360-65/5350-55/5340-45*** แนวรับ น่าจับตาเปิดตลาด รอดูอาการในสามแนวนี้ ถ้ากลับตัวได้ จะพุ่งทะลุทุกต้าน ถ้าเจอต้าน 5420 ค่อยเอส กรณีย่อลึก จะหลุดแนว 5340 ลงมาเจอ 5220/5200/5190** ค่อยรอบีอีกทีก็ไหว ถือกลับไป 5400-5600 btc ถ้าไม่ยืน 64900-65200 เอสก่อน มีแนวรับกำลังลงไป 61800/60800/59800-60200** แนวนี้ถ้ารีบาวติด 65000 ถ้ากลับตัวไม่แรง จะลงต่อ มองไปที่ 55200รีบาว/50000 เก็บเทรดรีบาว มีต้านตอนลงเจอ 60000 มองกลับไป 65000/67200 ถ้าไม่เลยสองแนวนี้ เอสต่อลงไป 55000ได้เลย eth 1880-1920 ถ้าไม่ยืน มองเอส จุดลงต่อ 1750/1700/1650 ถ้าลงเจอ 1700 รีบาวมาไม่ยืน 1900 เอสต่อลงไป 1650/1600/1560 คริปโตระวังข่าวทุบเก็บของ ถ้าลงมาเจอรับสำคัญ ถือกลับไป วีคสองมีนา ก็พอ เดวีคเดือนยังแดงมีแผนมองจะลงรุนแรงอย่างเดียวเลย dxy 97.8/98/98.2 97.4/97.2/96.8 usdthb 31.2/31.4 30.8/30.8 usdjpy 157.8/157.4/157.8 155.5/154.8/154.5 ukoil 73.5/74/75 72/71/70 usoil 67.8/68.2/69 66.8/66/65.8 น้ำมันตามข่าวปิดช่องแคปฮอร์มุซ xag 95/97/99-105 92/90/88 ทองแท่ง 78000/80000/82000/84000-85000 74000/72000/70000 28กพ-3มีนา มีข่าว ปรากฏการณ์บนท้องฟ้า ทองย่อบีไปก่อนจะดี เฝ้าสังเกตุการณ์ ข่าว การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC ในเดือนมีนาคม 2026 มีกำหนดการดังนี้: วันที่ประชุม: 17 - 18 มีนาคม 2026 (ตามเวลาสหรัฐฯ) ประกาศผลการประชุม: คืนวันพุธที่ 18 มีนาคม 2026 (ตรงกับช่วงเช้ามืดเวลาไทยของวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม) ความสำคัญของการประชุมรอบนี้: 1. Summary of Economic Projections (SEP): การประชุมรอบนี้จะมีการเปิดเผยประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจและ Dot Plot (การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของกรรมการเฟด) ครั้งแรกของปี 2026 2. ทิศทางท่ามกลางสงคราม: ตลาดจะจับตาเป็นพิเศษว่าเฟดจะให้น้ำหนักกับ "เงินเฟ้อ" ที่พุ่งขึ้นจากราคาน้ำมัน หรือจะเน้น "การประคองเศรษฐกิจ" จากผลกระทบของสงครามอิหร่าน-อิสราเอล ล่าแม่มด สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 มีนาคม 2026 ความผันผวนสูงผิดปกติ (Volatility) ในช่วงชั่วโมงสุดท้ายก่อนตลาดปิด (Witching Hour) สถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่จะเร่งปิดสถานะเดิมหรือต่ออายุสัญญา (Roll over) ทำให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรุนแรงโดยไม่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ปริมาณการซื้อขายมหาศาล (Volume): จะมีการส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมากในเวลาอันสั้น ทำให้สภาพคล่องสูงแต่ราคาสวิงแรงมาก จังหวะทับซ้อนกับ "สงคราม" เนื่องจากปี 2026 มีสถานการณ์ความตึงเครียดอิหร่าน-อิสราเอลอยู่ด้วย วันที่ 20 มีนาคมนี้จึงอาจกลายเป็นวันที่ "อันตรายเป็นพิเศษ" เพราะความผันผวนจากสัญญาอนุพันธ์จะไปผสมกับข่าวสงคราม
1
410
2
544
52,773
ในสถานกรณ์สงครามเกิด ปกติ ทองคำ แร่โลหะมีค่า แร่เงิน ทองแดง จะเด้งสะพัดพุ่งกันไม่มีแนวต้านไหนทัดทานอยู่ ดอลจะกลับแข็งค่า บาทอ่อน บิทคอยน์และสินทรัพย์เสี่ยง หุ้นจะโดนเทขายทิ้ง เงินจะไหลไปเข้าทองคำ ในไทยเริ่มมีประกาศเตือนพลเรือนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉิน ล่าสุดร้านทองบางที่ปิดทำการชั่วคราว ประชาชนทั่วไป มีแผนรับมือดีๆ ภายใน2-5ปีนี้ ภัยพิบัติทุกประเภท รวมถึงโรคระบาด ความขัดแย้งทางการเมือง นับวันมาคุรุนแรงต่อเนื่อง ใครยังไม่เตรียมก็ทยอยเริ่มเตรียมตัวกันเองดีๆ ไม่ต้องรอให้เหตุมันเกิด แต่จงรับรู้ตระหนักทราบกล้าคิดไตร่ตรองนำมาวางแผนรับมือเอง เวลาเกิดจริงจะได้มองเป็นสัจธรรมดา เมื่อสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้ย่อมเกิดขึ้น ไม่มีใครหลีกหนีความจริงได้ แต่เรามีสติ มองหา แนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตการณ์และภาวะสงคราม การวางแผนอย่างมีสติและเป็นระบบถือเป็นหัวใจสำคัญในการเอาตัวรอดท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยสามารถแบ่งมาตรการเตรียมพร้อมออกเป็น 5 ด้านหลัก ดังนี้: 1. การบริหารจัดการทางการเงิน (Financial Preparedness) ในสภาวะวิกฤต ระบบธนาคารหรือเครือข่ายสื่อสารอาจขัดข้อง การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลอาจทำได้ยากลำบาก • การถือเงินสด (Cash is King): สำรองเงินสดให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายพื้นฐานอย่างน้อย 1-3 เดือน โดยควรเน้นธนบัตรย่อยเพื่อความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสินค้า • ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ: พิจารณานำทองคำออกจากตู้นิรภัยมาเก็บรักษาในที่ปลอดภัยด้วยตนเอง ควรแบ่งบางส่วนเป็นทองขนาดเล็ก (1-2 สลึง) เพื่อใช้แทนเงินตราหากสกุลเงินปกติขาดความเชื่อถือ • เงินตราต่างประเทศ: การถือครองสกุลเงินสำรองหลัก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อาจช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการทำธุรกรรมฉุกเฉินได้ดีกว่าเงินสกุลท้องถิ่น 2. เสบียงอาหารและน้ำดื่ม (Food & Water) ยึดหลักการบริหารคลังสินค้าแบบ "หมุนเวียน" (First-in, First-out) เพื่อป้องกันสินค้าหมดอายุ • น้ำดื่มสะอาด: สำรองน้ำอย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวัน (สำหรับดื่มและปรุงอาหาร) ควรมีสำรองขั้นต่ำ 2 สัปดาห์ พร้อมอุปกรณ์กรองน้ำพกพา • อาหารแห้งพลังงานสูง: เน้นอาหารที่เก็บได้นานและปรุงง่ายโดยไม่ต้องใช้ตู้เย็น เช่น ข้าวสาร, อาหารกระป๋อง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ถั่ว และน้ำมันพืช เกลือ น้ำผึ้ง อาหารเทผสมน้ำทานได้เลยทันที ช็อคโกแลต เป็นต้น • แหล่งพลังงานสำรอง: จัดเตรียมแก๊สปิคนิคหรือเตาถ่าน สำรองไว้ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าหรือแก๊สหุงต้มหลักถูกตัดขาด 3. เวชภัณฑ์และอุปกรณ์สุขอนามัย (Medical Supplies) • ยาประจำตัว: สำรองยาสำหรับโรคประจำตัวให้เพียงพอต่อการใช้งานอย่างน้อย 3-6 เดือน • ชุดปฐมพยาบาล: ยาล้างแผล, ผ้าพันแผล, ยาแก้ปวดลดไข้, ยาแก้ท้องเสีย, ผงเกลือแร่ และยาปฏิชีวนะพื้นฐาน • สุขอนามัย: หน้ากากอนามัย, แอลกอฮอล์เจล, กระดาษชำระ และอุปกรณ์สุขอนามัยส่วนตัวที่จำเป็น 4. อุปกรณ์ฉุกเฉินและการสื่อสาร (Emergency Gear) • กระเป๋าฉุกเฉิน (Bug-out Bag): จัดวางในตำแหน่งที่หยิบฉวยได้ทันที ภายในบรรจุเอกสารสำคัญ (ใส่ซองกันน้ำ), เงินสดสำรอง, ไฟฉาย และถ่านไฟฉาย • ระบบพลังงานสำรอง: Power Bank ความจุสูง หรือแผงโซลาร์เซลล์พกพาสำหรับอุปกรณ์สื่อสาร • การรับฟังข่าวสาร: วิทยุพกพาแบบใช้ถ่าน (AM/FM) สำหรับติดตามประกาศจากภาครัฐกรณีระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง • เครื่องมืออเนกประสงค์: นกหวีดขอความช่วยเหลือ, มีดพก, และอุปกรณ์จุดไฟ 5. การเตรียมพร้อมด้านที่พักอาศัยและข้อมูล • จุดปลอดภัย: สำรวจพื้นที่ปลอดภัยภายในบ้าน (ห่างจากกระจกและโครงสร้างที่เสี่ยงถล่ม) หรือระบุตำแหน่งสถานสงเคราะห์และที่หลบภัยสาธารณะใกล้เคียง • เชื้อเพลิง: รักษาปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในยานพาหนะให้เต็มถังอยู่เสมอ • แผนนัดแนะ: ตกลงจุดรวมตัวและวิธีการติดต่อสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัวกรณีไม่สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ การเตรียมพร้อมไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการสร้างหลักประกันความปลอดภัยเพื่อเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจที่ถูกต้องและลดความสูญเสียเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ความเตรียมพร้อมคือความสงบ การที่เราเตรียมตัวอย่างดี ไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการให้เกียรติชีวิตตนเองและคนที่เรารัก สติคือที่พึ่ง ท่ามกลางข่าวสารที่ถาโถม การหยุดพักหายใจและมองความจริงตรงหน้า จะช่วยให้เราตัดสินใจได้แม่นยำที่สุด น้ำใจในยามยาก แม้โลกจะดูวุ่นวาย แต่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ที่มีให้กันในวันนี้ จะเป็นแรงใจสำคัญที่ทำให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปได้ด้วยกัน
7,166
24
5,106
400,248
ไม่คิดว่าจะมีคนสนใจขนาดนี้ ผมขอสรุปข้อดีของวิธีนี้ให้อีกรอบว่ามีอะไรบ้าง - เหมาะสำหรับลดรายจ่าย ทำให้รายเดือนเหลือแค่ร้อยกว่าบาท - ไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ เพราะเบอร์เก่าเราผูกไว้กับบริการหลายอย่างเช่น ธนาคาร แอพซื้อของต่างๆ - ลดปัญหาเรื่องเบอร์หลุด เพราะใช้มานาน ทริคลดเพิ่มจากเม้นต์ - ใช้ mymo เติมเงิน ais เดือนละ 5 บาท เติมยาว 12 เดือน = 60 บาท สรุปถ้ามี mymo + ais ต่อเดือน ซิมเทพเหมายจ่าย 125 บาท + เติมเงินเบอร์เดิม 5 บาท = 130 บาทต่อเดือน ประหยัดสุดๆ ฝากไว้หน่อย สำหรับคนหาซิมเทพ (กดใส่ตระกร้าไว้ก่อน แล้วรอช่วง flash sale ลดได้อีกต่อ) s.shopee.co.th/1BFapU9WBe?sh…
นี่คือวิธีที่ต้นโพสต์ทำ - ซื้อซิมเน็ตเหมาจ่ายรายปี + ได้ค่าโทรฟรี - เปลี่ยนซิมเก่า(เบอร์เดิมเพื่อรับสาย) เป็น esim และใช้แบบเติมเงินแทน 30-40 บาทต่อเดือน - ไปเลือกใน setting เป็นซิมเหมาจ่าย เพื่อใช้เน็ตหรือโทรออก สรุปค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่าซิมเน็ต 125 บาท + ค่าเติมเงินซิมเดิม 30 บาท = 155 บาท น่าจะประหยัดไปเกินครึ่ง สำหรับคนที่จ่ายรายเดือนหลายร้อย เผื่อเป็นประโยชน์ครับ @RaylsLabs
13
2,381
9
2,898
490,905
อัพเดทพอร์ต #ออมหวยด้วยหุ้น งวดที่ผ่านมา ออก 63 = 630 บาท รอบนี้ใส่ลงในน้อง MELI : หุ้น e-commerce เป็นเหมือนอเมซอนของอเมริกาใต้ ร่วงลงมาพอดี ☺️ อีกตัวที่น่าสนใจเติมคือ ISRG หุ้นหุ่นยนต์ผ่าตัด ร่วงเช่นกัน ต้นทุนพอร์ต : 16,040 บาท กำไร : 70% (ประมาณ 10,000) เก็บต่อ รองวดหน้า ไม่อยากเชื่อว่าตั้งแต่เริ่มเก็บมา น้องเริ่มกลายเป็นเงินก้อนละจริงๆ
#ออมหวยด้วยหุ้น โครงการนี้ทำมาสักพัก เวลาโพสท์คนจะสนใจมาก เลยจะมาเล่ารายละเอียดทีเดียว อยากเชิญชวนทุกคนมาออมกันค่ะ 💰🤑 กติกาของเรา 1. ทุกงวดที่หวยออก ให้ออมเงินตามเลขท้าย เช่น งวดนี้ 91 เราจะออม 910 บาท ** อันนี้แล้วแต่คน เช่นบางงวดออก 02 เรารู้สึกว่าน้อยไป ก็ดูเลขท้าย 2 ตัวของรางวัลที่ 1 แทน 2. จะออมตามนี้เป็นเงินก้อนก็ได้ แต่เรานำเงินแต่ละงวดมาซื้อหุ้นแทน 3. โดยมีเป้าหมายว่าจะให้กำไรจากหุ้นมากกว่ารางวัลที่ 2 ของหวย (200,000 บาท) เอาจริงเพื่ออยากพิสูจน์ว่าทั้งชีวิตออมแบบนี้อาจจะรวยกว่าลุ้นหวยก็ได้ 😅 ปล. เริ่มออมจากแรงบันดาลใจคือแม่ ที่แม่ซื้อหวยมานานแล้วทุกวันนี้แม่ก็ยังไม่ถูก มาตั้งแต่ยุคอาม่า ส่วนตอนนี้เรามีเงินก้อนแล้ว 😓 4. เรานำเงินที่ออมมาลงทุนในหุ้นสาย Tech ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็แลกมากับการเติบโตที่สูงมาก โดยมองว่าพวกนี้เป็นเงินออมไว้ขำๆ อาจจะเสียเปล่าหรือกำไรสูงก็ได้ ** การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรตัดสินใจด้วยตัวเองทุกครั้ง ** นี่ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุนแต่อยากให้ทุกคนเก็บออม ลองทำดู หนูทำได้ 💪 เราซื้อหุ้นในแอป Dime ของธ.เกียรตินาคิน มีคนรีวิวไว้เยอะมาก ลองศึกษาดูนะคะ 50 บาท ก็ซื้อได้ 5. ปัจจุบัน เงินทุนที่ออมมา = 14,650 บาท พอร์ตออมหวย มูลค่า = 21,000 บาท กำไร 60%+ แต่พวกนี้ก็ถือว่าเป็นกำไรทิพย์เพราะว่าเป็นหุ้นที่พุ่งสูงมาก แต่เราเน้นเงินต้นที่งอกเงยมากขึ้นเรื่อยๆ ถือว่าเป็นเกมส์ขำๆ สักพักมีเงินหมื่นงงๆ เพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากทำตามเชิญได้เลยหรือมีวิธีการออมในแบบของตัวเองยังไงก็จัดไปค่ะ 🤓 **สามารถไปไล่ดูโครงการนี้ได้ผ่าน hashtag มีบันทึกทุกรอบไว้ทั้งหมด
9
1,255
3
1,939
388,273
DeVinE LovE retweeted
80+ เครื่องมือ AI ช่วยทำงานเสร็จในไม่กี่นาที แทนที่จะใช้เวลาหลายเดือน 1. งานวิจัยและค้นคว้า ChatGPT - Copilot - Gemini - Abacus - Perplexity 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Perplexity (มีโหมด Incognito, ไม่เก็บประวัติการค้นหา) 2. สร้างและแต่งรูปภาพ Fotor - Dalle 3 - Stability AI - Midjourney - Microsoft Designer 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Stability AI (สามารถรันแบบ local ได้, open-source) 3. เขียนคอนเทนต์โฆษณา Rytr - Copy AI - Writesonic - Adcreative AI 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Rytr (มีนโยบายไม่นำข้อมูลไปฝึก AI) 4. เขียนบทความและเนื้อหา Jasper - HIX AI - Jenny AI - Textblaze - Quillbot 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Quillbot (ไม่เก็บข้อมูลผู้ใช้ระยะยาว) 5. สร้างเว็บไซต์ 10Web - Durable - Framer - Style AI 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Framer (เน้นการควบคุมข้อมูลเอง) 6. ตัดต่อและสร้างวิดีโอ Klap - Opus - Eightify - InVideo - HeyGen - Runway - ImgCreator AI - Morphstudio.xyz 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Runway (มีตัวเลือกประมวลผลแบบ private) 7. บันทึกการประชุม Tldv - Otter - Noty AI - Fireflies 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Otter (มีการเข้ารหัสข้อมูล end-to-end แบบ enterprise) 8. ปรับแต่ง SEO VidIQ - Seona AI - BlogSEO - Keywrds ai 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: BlogSEO (ประมวลผลแบบ minimal data collection) 9. แชทบอท Droxy - Chatbase - Mutual info - Chatsimple 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Chatbase (มีตัวเลือก self-hosted) 10. สร้างงานนำเสนอ Decktopus - Slides AI - Gamma AI - Designs AI - Beautiful AI 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Gamma AI (ไม่แชร์ข้อมูลกับบุคคลที่สาม) 11. ระบบอัตโนมัติ Make - Zapier - Xembly - Bardeen 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Make (มาตรฐาน GDPR และ SOC 2 compliance) 12. จัดการ Prompts FlowGPT - Alicent AI - PromptBox - Promptbase - Snack Prompt 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: PromptBox (เก็บข้อมูลแบบ local-first) 13. ออกแบบ UI/UX Figma - Uizard - UiMagic - Photoshop 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Figma (มี enterprise security features ที่แข็งแกร่ง) 14. งานดีไซน์ทั่วไป Canva - Flair AI - Designify - Clipdrop - Autodraw - Magician design 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Canva (มีโหมด enterprise กับการควบคุมข้อมูลสูง) 15. สร้างโลโก้ Looka - Designs AI - Brandmark - Stockimg AI - Namecheap 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Brandmark (ไม่เก็บข้อมูลการออกแบบหลังชำระเงิน) 16. สร้างและตัดต่อเสียง Lovo ai - Eleven labs - Songburst AI - Adobe Podcast 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Adobe Podcast (มาตรฐาน Adobe security) 17. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน Merlin - Tinywow - Notion AI - Adobe Sensei - Personal AI 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Notion AI (ข้อมูลถูกเข้ารหัสและไม่ใช้ฝึก AI) 18. จัดการโซเชียลมีเดีย Tapilo - Typefully - Hypefury - TweetHunter 🔒 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: Typefully (minimal data tracking) ⚠️ คำแนะนำด้านความปลอดภัย : - ตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวของแต่ละเครื่องมือก่อนใช้งาน - หากเป็นข้อมูลสำคัญ ควรเลือกแพลนที่รองรับ enterprise security - พิจารณาใช้เครื่องมือแบบ open-source หรือ self-hosted สำหรับข้อมูลที่เป็นความลับสูง หลาย AI ช่วยทำงานเร็วขึ้น แต่ Zama ช่วยปกป้องข้อมูลลับแม้ตอนประมวลผล ระดับความเป็นส่วนตัวที่ลึกกว่าแค่ไม่เก็บข้อมูล @zama #ZamaCreatorProgram
9
165
3
254
10,533
🏛️ ผู้หญิงวัย 68 คนหนึ่ง มีเงินก้อนหลายสิบล้าน แต่มีลูกชายที่ใช้เงินเก่งจนกลัวว่ามรดกจะหายหมด – ให้ตรงๆ ก็เสี่ยงหมดเร็ว – คุมเข้มเกินก็กลัวลูกไม่โอเค – ต้องหาวิธีที่ปกป้องทรัพย์ แต่ยังช่วยลูกได้ เธอเลยมองหาตัวเลือกใหม่ มาดูกันครับ..
3
485
4
674
172,616