☁️ (@pcys04) header
☁️ (@pcys04) profile picture

🏗 ᐧ༚̮ᐧ ☁️ ✶ ⁺ ᶜᴸᴼᵁᴰᴬᴮᴸᴱ ¨̮ ☁︎ ʏᴇsᴜɴɢ ᴢʜᴀɴɢʟɪʏɪɴ ʜᴀɴɢᴇɴɢ || Follows/RTs≠endorsement 🕊️ #YESUNG_Unfading_Sense_inBKK 🫵🏻

Bangkok, Thailand
Joined February 2010
Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)Photo by ☁️ (@pcys04)
슈주 & 엘프 ♡ 𝑤𝑒’𝑟𝑒 𝑒𝑎𝑐ℎ 𝑜𝑡ℎ𝑒𝑟𝑠’ ℎ𝑎𝑝𝑝𝑖𝑛𝑒𝑠𝑠 ❤︎ꔛ #SS9inBKK_DAY2 #SS9inBKK #SUPERJUNIOR @SJofficial
4
810
10
764
#Halloween 🎃👻
393
29
1,156
49,599
☁️ retweeted
เธรดแรกของฮาโลวีน พาไปดูภูตผีและวิญญาณฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง เวลาพูดถึงงานศิลปะญป หลายคนน่าจะเคยเห็นพวกภาพพิมพ์ไม้แกะญปที่เรียกว่า Ukiyo-e (อุกิโยะเอะ) ที่ไม่ได้ถ่ายทอดแค่ภาพทิวทัศน์ วิถีชีวิต แต่ยังเป็นสื่อที่ซุกซ่อนเงามืดของวิญญาณ/ความอาฆาตแค้น/ภูตผีปีศาจเอาไว้เช่นกัน
1
10
19
983
Getting ready for my annual Halloween ritual 🎃📖
21
ฟินมาก มาทั้งหลัก อ่านสนุกโคตร
ถ้าถามว่าคนไทยสามารถอ่านหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงได้หรือไม่ คนไทยส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค อีกทั้งยังมีแหล่งรวบรวมข้อความที่อ่านจากหลักศิลาจารึก และเรายังมีการศึกษาการเทียบเคียงอังษรและคำในปัจจุบันซึ่งไม่ทราบว่ากัมพูชามีการเรียนการสอนในเรื่องนี้หรือไม่เชื่อว่าคนไทยหลายคนถ้าพูดขึ้นประโยคด้วยคำว่า พ่อกูชื่อ….ทุกคนจะตอบได้ว่าศรีอินทราทิตย์ แน่นอนแต่ถ้าให้คนกัมพูชาวงคำว่าสไบจากจารึกจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่าคำไหนคือสไบ
4
2,859
30
4,495
110,722
☁️ retweeted
🎃 🧵🪡 #예냥이 #예성 #Yesung
2
19
76
965
☁️ retweeted
ในรายการ unseen นักพยากรณ์ชาวจีนคนนี้ทำอึ้งหลายรอบมาก แม่นจนปรัศนีร้องไห้เพราะเคยคิดฆตตมา 4-5 รอบ จากการให้ใจคนง่ายเกินไป แล้วศาสตร์การทำนายไม่เหมือนใคร จับชีพจรคือรู้ได้เลย และเป็นคนแรกที่ได้คะแนนเต็ม เก่งอ่ะ
10
2,051
7
2,850
142,820
☁️ retweeted
ᯅ̈
163
1
441
6,611
ทำไมแค่ “ทาสีผิว” ถึงกลายเป็นเรื่องใหญ่? ย้อนรอย Blackface ตราบาปที่สังคมตะวันตกไม่มีวันลืม สำหรับสังคมไทย หลายคนอาจมองด้วยเจตนาบริสุทธิ์ว่านี่คือความพยายามแต่งให้เหมือนที่สุดเพื่อแสดงความชื่นชมศิลปินในดวงใจ ทว่าในสายตาของชาวอเมริกันและโลกตะวันตก การกระทำลักษณะนี้กลับไปสะกิดบาดแผลทางประวัติศาสตร์การเหยียดเชื้อชาติที่เลวร้ายที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือวัฒนธรรม Blackface หากย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1830 ก่อนสงครามกลางเมืองอเมริกัน สังคมสหรัฐฯ ยังตกอยู่ภายใต้ระบบค้าทาสอย่างถูกกฎหมาย คนผิวดำในเวลานั้นไม่ได้ถูกนับว่าเป็นมนุษย์ แต่มีสถานะทางกฎหมายเป็นเพียงทรัพย์สินชิ้นหนึ่งเท่านั้น ความทารุณโหดร้าย การบังคับใช้แรงงานเยี่ยงสัตว์ในไร่ฝ้าย คือความจริงอันเจ็บปวดที่ปรากฏให้เห็นในภาพยนตร์อย่าง 12 Years a Slave (2013) และ Django Unchained (2012) ทว่าท่ามกลางความทุกข์ทรมานเหล่านั้น โลกบันเทิงของคนผิวขาวกลับให้กำเนิดมหรสพยอดนิยมที่เรียกว่า Minstrel Shows ที่นักแสดงผิวขาวจะนำเขม่าถ่านมาทาหน้าจนดำมืด วาดริมฝีปากหนาใหญ่เกินจริง แล้วออกไปเต้นแร้งเต้นกาด้วยสำเนียงแปร่งหู ตัวละครอย่าง Jim Crow ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อล้อเลียนว่าคนผิวดำเป็นคนโง่เขลา เกียจคร้าน และรักความสนุกสนานแบบไร้สาระ ละครเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือชวนเชื่อชั้นดีของกลุ่มเจ้าของทาสที่ตระเวนแสดงไปทั่ว เพื่อบอกสังคมว่าคนผิวดำมีความสุขดีกับการถูกกดขี่และไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการเป็นทาส ความอยุติธรรมไม่ได้ยุติลงหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองและการเลิกทาส แต่สหรัฐฯ กลับก้าวเข้าสู่ยุคกฎหมายแบ่งแยกสีผิว หรือ Jim Crow Laws ภายใต้คำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์ Plessy v. Ferguson (1896) ที่ใช้คำสวยหรูบังหน้าว่า “Separate but Equal” หรือแยกกันแต่เท่าเทียม แต่แท้จริงแล้วคือระบบที่สร้างขึ้นเพื่อแบ่งแยกคนสองสีผิวออกจากกันอย่างเด็ดขาด ภาพยนตร์เรื่อง The Help (2011) สะท้อนภาพแม่บ้านผิวดำที่เลี้ยงดูลูกและดูแลบ้านให้คนขาว แต่กลับถูกสั่งห้ามใช้ห้องน้ำร่วมกันในบ้านจนต้องสร้างห้องน้ำแยกไว้ด้านนอกเพราะความรังเกียจ เช่นเดียวกับใน Hidden Figures (2016) ที่นักคณิตศาสตร์หญิงผิวดำของ NASA ต้องวิ่งตากฝนข้ามตึกเป็นระยะทางไกลเพื่อไปเข้าห้องน้ำเฉพาะคนผิวสี และถูกแยกกระติกกาแฟต่างหาก ยังไม่รวมถึงการแบ่งโซนที่นั่งบนรถเมล์ การแยกห้องสมุด และการแยกก๊อกน้ำดื่มสาธารณะ ในยุคนี้เองที่นักแสดงผิวขาวผูกขาดบทบาทคนผิวดำบนเวทีบันเทิงทั้งหมด จนคนผิวดำตัวจริงที่อยากได้งานแสดง ต้องยอมทาสีหน้าตนเองให้ดำหนักขึ้นไปอีกเพื่อเล่นเป็นตัวตลกตามกรอบที่คนผิวขาววางบทบาทไว้ให้ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงประวัติศาสตร์โบราณที่จบไปนานแล้ว แต่ความจริงไม่ใช่เลย เพราะวัฒนธรรมนี้ดันแพร่ข้ามไปยังเกาะอังกฤษ ผ่านรายการโทรทัศน์ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของสถานี BBC ชื่อ The Black and White Minstrel Show ซึ่งนำนักร้องผิวขาวมาทาหน้าดำ ปากขาว ร้องเพลงประสานเสียง รายการนี้ออกอากาศยาวนานถึง 20 ปี ตั้งแต่ปี 1958 ถึง 1978 ท่ามกลางยอดชมสัปดาห์ละหลายสิบล้านคน นั่นหมายความว่าคนรุ่นพ่อแม่ของชาวตะวันตกในปัจจุบันเติบโตมากับการเห็นภาพล้อเลียนสีผิวนี้บนหน้าจอทีวีที่บ้าน บาดแผลนี้จึงยังสดใหม่ และเมื่อบวกกับการต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองในสหรัฐฯ ยุค 1960 ที่ต้องแลกมาด้วยการปราบปรามอย่างโหดร้ายและการลอบสังหารผู้นำคนผิวสี สังคมตะวันตกในยุคหลังจึงเห็นพ้องต้องกันว่า Blackface คือสัญลักษณ์ของความเกลียดชังที่ห้ามแตะต้องเด็ดขาด ทว่าในอีกมุมหนึ่ง แม้โลกตะวันตกจะเคร่งครัดเรื่องการต่อต้านการเหยียดสีผิวและชอบพร่ำสอนสังคมอื่นเรื่องความเท่าเทียม แต่ในหลายครั้ง สื่อและแวดวงบันเทิงตะวันตกกลับตกหลุมพรางแนวคิด “ชาติตะวันตกเป็นศูนย์กลาง” เสียเอง ไม่ว่าจะเป็นการนำประเพณีการหมอบกราบของไทยไปล้อเลียนสร้างเสียงหัวเราะ หรือการที่แบรนด์แฟชั่นอิตาลีชื่อดังทำโฆษณาเหยียดการใช้ตะเกียบของคนเอเชียว่าเงอะงะเมื่อต้องกินอาหารตะวันตก ตลอดจนประวัติศาสตร์ Yellowface ในฮอลลีวูดที่นักแสดงผิวขาวมักแต่งหน้าล้อเลียนดวงตาและสรีระของคนเอเชียเป็นตัวตลก เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนสะท้อนภาพมาตรฐานสองชั้นอย่างชัดเจน เพราะพวกเขากลับนำขนบธรรมเนียม ประเพณี และอัตลักษณ์ที่มีรากเหง้าความหมายลึกซึ้งของคนเอเชีย มาเหยียดหยามเพื่อสร้างความบันเทิงอย่างตื้นเขิน บทเรียนจากเรื่องนี้ขีดเส้นเตือนไว้อย่างชัดเจนว่า ทั้งสีผิวและวัฒนธรรมประเพณี ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาล้อเลียนเพื่อความตลกขบขันได้ตามสโลแกน “My Culture/Skin Is Not a Costume” ซึ่งเป็นหลักการที่ชาติตะวันตกชอบย้ำเตือนผู้อื่นเสมอว่า อัตลักษณ์เหล่านี้ติดตัวผู้คนมาพร้อมประวัติศาสตร์ การนำมาสวมเล่นชั่วคราวแล้วล้างออกคือการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ในระดับสากลจึงยึดหลักว่าผลกระทบทางสายตาย่อมสำคัญกว่าเจตนา แม้ผู้ทำจะไม่ได้ตั้งใจล้อเลียนหรือทำไปด้วยความชื่นชม แต่ภาพที่ออกมามันไปสะกิดรอยแผลภาพจำของการกดขี่ในอดีตทันที และโลกตะวันตกเองก็จำเป็นต้องเตือนสติตนเองให้เคารพสิ่งที่ตนเองพยามพร่ำสอนและมองวัฒนธรรมของผู้อื่นด้วยมาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะเป็นคนเชื้อชาติใดก็ตาม เพราะไม่มีอัตลักษณ์ วัฒนธรรม หรือสีผิวของชนชาติใด ควรตกเป็นเหยื่อของการล้อเลียนเพื่อความบันเทิงอีกต่อไปในยุคสมัยนี้ การเทคแอคชั่นด้วยการลบภาพและโพสต์ขอโทษของเจษอย่างรวดเร็วเมื่อทราบถึงปัญหา ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่มีวุฒิภาวะและทำได้ดีมาก เพราะยอมรับความผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่โยนบาปให้ทีมงาน แม้จะเกิดจากความเร่งรีบและเจษเองก็ไม่ได้มีเจตนาล้อเลียนแต่ประการใด การยอมรับว่าคอนเทนต์ที่ลงไปกระทบจิตใจผู้อื่น และพร้อมเรียนรู้เป็นบทเรียน แสดงถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง เป็นตัวอย่างที่ดีของคนดังเมื่อเกิดความผิดพลาดข้ามวัฒนธรรม
185
4
191
22,730
เจษอาจจะนึกไม่ถึง สไตร์ลิสและทีมงานน่าจะพลาดและไม่ศึกษาให้ดีก่อนเพราะในวัฒนธรรมการเฉลิมฉลองฮาโลวีนในสหรัฐฯ การแต่งคอสเพลยเป็น MJ ไม่ผิด เช่นทำทรงผมแบบเดียวกัน ใส่ถุงมือเพชร เสื้อหนังสีแดง กางเกงรองเท้า แต่สิ่งที่ต้องห้ามทำเด็ดขาดคือ ห้ามเปลี่ยนสีผิวเป็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีผิวตนเองในกรณีนี้คือเปลี่ยนสีผิวเป็นสีคล้ำดำเพื่อให้เหมือน MJ เห็นรูปของเจษ ผมก็ตกใจครับว่า คนไทยยังไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้อีกเยอะจริงๆ สังคมอเมริกันที่ผมเติบโตมา เรื่องนี้ถูกสอนในวิชาประวัติศาสตร์สหรัฐฯอเมริกาในโรงเรียนแบบเจ้มจ้นมาก การเปลี่ยนสีผิวตนเองให้เข้มขึ้นเพื่อเลียนแบบคนเชื้อชาติอื่น ยิ่งถ้าทำเป็นสีผิวดำคือการข้ามเส้นแดงที่ห้ามข้ามเด็ดขาดทันที เพราะภาพที่ปรากฏไม่ว่าจะทำขึ้นด้วยเหตุผลใด ไม่ว่าจะชื่นชมMJ หรือบริสุทธิ์ใจอย่างไรแต่มันจะถูกนำไปซ้อนทับกับบาดแผลของสังคมอเมริกันและตะวันตกเกี่ยวกับภาพจำของ Blackface minstrel shows ในอดีตทันทีครับ ไว้เดี๋ยวจะมาเขียนเล่าเรื่องนี้แบบยาวๆละกัน ว่าทำไมเรื่องนี้ถึงห้ามทำเด็ดขาด และดีแล้วที่ลบออกแล้วควรออกแถลงการณ์ขอโทษ
พี่เจษโดนทัวร์ต่างชาติลง หลังจากลงรูปนี้ มีการแต่งสีผิวให้ดูคล้ำ เค้าบอกว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติ 🥲 หลังจากทัวร์ลง ก็ได้ลบรูปออกหมด ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น #เจษฎ์พิพัฒ #jesjpp
19
1,897
42
1,775
192,643
☁️ retweeted
เป็นการเต้นออกกำลังกายที่เริ่ดที่สุดใน 3 โลก เต้นจอยๆไม่เหนื่อยเลยแต่ได้ไปเกือบ 250 kcal คลิปยาว 38 นาที แล้วคนสอนปั่นมาก ท่านี้ชีบอกว่าเป็นท่าที่ถอดรองเท้าแล้วโยนไปที่ grandma สักพักฮีบอก grandma โยนรองเท้ากลับมาแล้ว แล้วก็เป็นท่าหลบ5555555
13
5,284
41
7,656
249,005
วง Super Junior (ซูเปอร์จูเนียร์) พิสูจน์สถานะอันมั่นคงในวงการ ด้วยการคว้ารางวัลเชิดชูเกียรติประธานาธิบดี (Presidential Commendation) หลังเดบิวต์มานานถึง 21 ปี เมื่อวันที่ 29 ที่ผ่านมา Super Junior ได้เข้าร่วมงานประกาศรางวัล ‘Korean Popular Culture and Arts Awards ครั้งที่ 17’ และได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประธานาธิบดี โดยรางวัลศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแห่งชาตินี้ เป็นรางวัลรัฐบาลที่มอบให้แก่บุคคลที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาวัฒนธรรมร่วมสมัยและการเผยแพร่กระแสฮันรยู (Korean Wave) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นรางวัลที่มีทรงเกียรติอย่างมากในสาขานี้ การได้รับรางวัลในครั้งนี้มีความหมายพิเศษอย่างยิ่งสำหรับ Super Junior เพราะหลังจากที่พวกเขาเคยได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ในงานประกาศรางวัลครั้งที่ 1 เมื่อปี 2010 ในที่สุดพวกเขาก็ได้ก้าวขึ้นมารับ "รางวัลเชิดชูเกียรติประธานาธิบดี" ในรอบ 16 ปี ในช่วงกล่าวรับรางวัล Super Junior ได้ตะโกนสโลแกนประจำวงที่เป็นเอกลักษณ์ว่า “พวกเราคือ ซูเปอร์จูเนียร์ครับ!” พร้อมแสดงความปีติยินดีอย่างเต็มที่ สมาชิกในวงเปิดเผยว่า:"ตลอด 21 ปีนับตั้งแต่เดบิวต์ พวกเราได้รับรางวัลมามากมาย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติประธานาธิบดี จึงยิ่งมีความหมายลึกซึ้งมากครับ ความฝันเล็กๆ ที่อยากดังเพราะชอบร้องและเต้น แต่ในวันนี้กลับได้รับการยอมรับจากทั่วโลก รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งครับ" นอกจากนี้ยังกล่าวเสริมอีกว่า:"ขอขอบคุณแฟนคลับ E.L.F. (เอลฟ์) ทั่วโลก ที่คอยสนับสนุนให้พวกเราไม่เคยต้องท้อแท้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ หลังจากนี้พวกเราก็จะตั้งใจทำงานด้วยพลังงานที่ดีอย่างที่เป็นมาตลอด ในแบบฉบับของ Super Junior ต่อไปครับ" ประวัติและสถิติความสำเร็จ Super Junior เดบิวต์ในปี 2005 และสร้างกระแสฮันรยู K-Pop ให้แพร่กระจายไปทั่วโลกด้วยเพลงฮิตมากมาย รวมถึงเพลงยอดฮิตตลอดกาลอย่าง ‘SORRY, SORRY’ โดยเฉพาะในปี 2025 ที่ผ่านมา พวกเขาเพิ่งฉลองครบรอบ 21 ปีการเดบิวต์ พร้อมโชว์มิตรภาพและความเป็นทีมเวิร์กที่เหนียวแน่น พิสูจน์ขีดความสามารถของวงไอดอลระดับตำนานที่ยืนระยะได้อย่างยาวนาน นอกจากนี้ ผ่านแบรนด์เวิลด์ทัวร์ ‘SUPER SHOW’ ที่เริ่มขึ้นในปี 2008 จนถึงปัจจุบัน พวกเขาจัดคอนเสิร์ตไปแล้วทั้งหมด 10 ทัวร์ โดยเปิดแสดงในมากกว่า 30 พื้นที่ทั่วโลก ทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้ ในระหว่างเส้นทางนี้ Super Junior ได้สร้างสถิติประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เช่น: - วงบอยแบนด์เกาหลีวงแรก ที่จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศฝรั่งเศส - ศิลปินเกาหลีที่เปิดทัวร์คอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่สุด ในทวีปอเมริกาใต้ - ศิลปินเอเชียวงแรก ที่จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศซาอุดีอาระเบีย - ศิลปินต่างชาติวงแรก ที่ได้เข้าจัดคอนเสิร์ต ณ ไทเปโดม (Taipei Dome) ต่อเนื่องกันถึง 3 วันเต็ม credit : m.entertain.naver.com/home/a… #Superjunior
890
9
380
11,947
📖 ทุกคนไปซื้ออัลบั้มเยซองกันค่ะ มันดีมาก แค่กระดาษหน้าปกก็ปังแล้ว แถมการ์ดมาอีกปึก มีแผ่นหอมมาให้ด้วย (ตอนเขียนไดอารี่ลืมสิ่งนี้ไปเลย เพราะอัลบั้มมีดีเทลให้พูดถึงเยอะมาก) #YESUNG #WhereWeAre @shfly3424
2
49
3
90
2,521
개 고능한 폰트 발견... 고딕 아치랑 클로버 장식을 그냥 장식으로 붙인 게 아니라 글자 구조 안에 박아넣음 특히 O, H 이런 애들 확대해서 보면 거의 성당 창문 그 자체자나...🥵 이런폰트로 레이프 포스터 만들어도 멋질거같아
14
1,200
67
7,246
176,314
บั้มเยซอง 1 ชุด ได้การ์ดปึกเท่านี้
1
6
14
447
อันนี้จัดชุดเล็กมาก่อนนะคะ 1 Photobook ver. (5 ใบ) 1 QR ver. (10 ใบ) 1 SMini ver. (1 ใบ) การ์ดแถมจากเว็บ (4 ใบ)
65
สมุดเปล่าชั่งกิโลที่ซื้อมาจากงานหนังสือมันเริ่ดมากเลยอะ ขีดละ 10 บาท (2 เล่มนี้คือหนาอยู่ รวมกัน 40 บาท) คุณภาพกระดาษก็ดี อยู่ติดบูธ P.S. (L02) พี่คนขายบอกว่าเป็นโรงพิมพ์ที่พิมพ์ให้สนพนี่ละ สมุดจะคละๆ กันมาจากโรงงาน มีหลายสีหลายแบบ ถ้าสันมีสีคือฉีกได้ เสียดายน่าจะตำมาเยอะก่านิ 🥹
3
355
4
566
29,603
오마이갓 생일 아크릴박스에 키라키라버전 일본예냥이를 넣어보세요 제발
2
9
24
660
เพิ่งได้มีบั้ม QR ver. ครั้งแรก มันเริ่ดนะ ปกบั้มสวย คุณภาพเสียงชันแจ๋ว แต่ละเพลงมีเนื้อเพลง คำอ่าน คำแปลให้ด้วย แถมเลือกได้ 5 ภาษา (ภาษาจีนมีทั้งตัวย่อ+ตัวเต็ม) มีแจกรูป 36 รูป เซฟลงเครื่องได้เลย ได้รูปใหญ่ ๆ ชัด ๆ ✨ #YESUNG #WhereWeAre
14
9
599
ไปอ่านเค้าสปอยมาคร่าวๆมีกฏทั้งหมด 13 ข้อ แล้วค่าจ้างสูงมากคืนละหมื่นทำเสร็จจ่ายสดเลยและร้านก็เปิดขายผีนั่นแหละแต่มีกฏที่ใช้ร่วมกัน 13 ข้อถ้าทำตามนี้ผีจะทำอะไรเราไม่ได้พวกผีมันเลยต้องเหลี่ยมเพื่อเอาชีวิต เอาคนมาเป็นตัวตายตัวแทนประมาณนี้ฮ้ะ 😬👻
ปกติไม่ใช่สายผีแต่อันนี้น่าดูอะ ผีมันเหลี่ยมมากแบบคิดไม่ถึงเลย 🫣
29
12,984
80
9,219
1,020,965
오늘은 자주 쓰는 펜이 어떤게 있는지 정리했습니다(*´ ˘ `*)
4
89
28
483
24,276