น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
คนไข้คณะเคยลุกมาด่าอาจารย์คืน อจก็จะชอตไมค์เลย ล่ก เพราะคนไข้ไม่ได้แรงค์ต่ำกว่า เป็นคนไข้ เป็น priority สู้บ่ได้ โดนร้องเรียน
แนะนำว่าสามารถสอบถามชื่ออาจารย์ แล้วร้องเรียนได้เลยคับ ทุกที่น่าจะมีฟอร์มร้องเรียน
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
ตอนรีวิวหนมปังหมีเนยจำได้ว่าฮีบอกมันอร่อยไม่เหมือนเดิม หนมปังไม่นุ่ม เนยไม่ฉ่ำแล้วคลิปแมสมากจนทางร้านรับเรื่องโดยการขอส่งมาให้ลองใหม่ บอกว่าปรับปรุงแล้ว ฮีก็รับมาแต่.. สั่งอันที่ไม่ใช่ทางร้านส่งมาให้ด้วย เทียบกันว่าปรับปรุงจริงไหม สรุปว่าอร่อยเหมือนเดิมแล้ว จริงใจเว่อ55555
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
ใดๆๆคือฝน ทำไมพูดแบบนี้กับแขกทุกคนเลยเหรอ ต่อให้สนิทก็พูดแบบนี้เหรอ ทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่มีคำหยาบสักคำ
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
คนในครอบครัวไม่รู้เงินเดือน และโบนัสเราค่ะ
ลูกชายทำงานหนักมาตลอดปี ได้โบนัส 150,000 ตั้งใจเอาไปปิดหนี้บ้านตัวเอง
แม่โทรมาขอยืม 100,000 เพราะน้องชายทำธุรกิจเจ๊ง กำลังจะถูกยึดรถ
ลูกชายปฏิเสธ บอกว่าน้องเลือกเสี่ยงเอง แล้วทำไมเขาต้องรับผิดชอบ
แม่บอกว่า "น้องมีลูกเล็กอีกสองคน ถ้าไม่ช่วยตอนนี้หลานจะอยู่ยังไง"
ลูกชายตอบว่า "แม่สงสารน้องที่ล้ม แต่เคยสงสารผมที่ต้องพยายามไม่ให้ตัวเองล้มบ้างไหม"
ถ้าเป็นคุณ จะให้เงินแม่ไหม?
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
มนุษย์ต้องเลิกเอามาตรฐานของตัวเองไปตัดสินความเป็นอยู่ของสัตว์ก่อน ส่วนตัวเลี้ยงกระต่าย ต่อให้ทำความสะอาดคอกนางดีแค่ไหน นางก็จะอึจะฉี่ไว้ทั่วคอกเหมือนเดิม เพราะมันคือการสร้างเขตของเขา พอทำความสะอาดใหม่ นางก็ไม่พอใจ มาอึใส่อีก คือสัตว์มันเป็นแบบนี้อะ
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
เหมือนหมูเด้งโดนเรื่องบ่อมีขี้ ซี่งมันเปนพฤติกรรมฮิปโป ก็จะให้น้ำสีฟ้าเทอร์ควอยซ์มั้ง
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
นี่เริ่มจะคิดจริง ๆ แล้วนะว่าแมวมีภาษาของตัวเอง 😆🤣
เจ้าของก็เป็นห่วง กลัวน้องเหงาตอนออกไปทำงาน เลยเปิดกล้องดู ที่ไหนได้…น้องใช้ชีวิตมีความสุขมาก 😂 แถมยังลากที่นอนไปหามุมแดดเองอีกต่างหาก
ดูท่าทางแล้วเหมือนกำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีด้วยนะ 5555 🐱💕
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
มากอะ รักประเทศมอท่อ😭❤️
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
นอกเรื่อง แต่เซียนหรั่งบางคลิป แขกรับเชิญบางคนนี่ดูออกว่าไม่ได้อยากมา ไม่อยากแตะดินแตะโคลน โดนแดด ไม่อยากเปื้อนไม่อยากเลอะ ไม่อยากลงน้ำ ก็มี จนนี่ยัง งงว่า อ้าว แล้วมาทำไม? ในเมื่อคอนเซ็ปมันต้องเปื้อนลุยโคลน ขณะศลป.ระดับเอเชียมาเค้ายังจอยๆ ยังลุยสนุกๆฟูลฟิลกว่าเลย
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
น้ำใสนะนั่น มองเห็นตัวน้องกับโขดหิน
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
ตำรวจเชียงใหม่ จับ นทท.ฮ่องกงเสพยาเสพติด(ยาไอซ์)
ฉันสะดุดตาที่ผิวอะ รอยโรคอะไรปะ?
น้องเมียเช่า 🤍 retweeted
สวัสดีค่ะยุ้ยเจ้าของ Hotpot Man นะคะ กรุณาลบ Account และงดขายคิว หากยังทำต่อไป ทางเราจะดำเนินการตามกฎหมาย คุณใช้ชื่อแอคเคานต์แอบอ้าง เป็นทาง Hotpot Man ขายคิวโดยไม่ได้รับอนุญาต เลิกทำเถอะค่ะเราเบื่อแล้ว ที่ต้องมาตามตรวจสอบ คนอย่างพวกคุณ เราไม่อยากมีปัญหากับใคร @Hotpotman_DQ
กุคงด่ากราด
แม่เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วโทรมาบอกให้ลูกสาวลาออกจากงาน กลับเชียงใหม่มาดูแล
ลูกสาวถามกลับแค่ประโยคเดียว
“แม่ ตอนแบ่งบ้าน แม่บอกว่าหนูเป็นคนที่แต่งออกไปแล้ว พอตอนนี้ต้องการคนดูแล หนูกลับมาเป็นลูกสาวแม่อีกแล้วเหรอ”
แม่ร้องไห้อยู่ปลายสาย
แม่ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่วัน ลูกสาวจะไปเจอจดหมายจากธนาคาร ในลิ้นชักข้างเตียงของแม่
พาริน อายุ 38 เป็นนักบัญชีอยู่กรุงเทพฯ
ณัฐ น้องชาย อายุ 35 เปิดอู่ซ่อมรถอยู่เชียงใหม่
พ่อเสียไปตั้งแต่ลูกๆ ยังเด็ก แม่ขายกับข้าวในตลาด เลี้ยงลูกสองคนมาคนเดียว
พารินเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเงินกู้ กยศ. เสาร์อาทิตย์ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ
ณัฐเรียนไม่จบ ม.ปลาย แม่เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเปิดอู่ให้
พารินไม่เคยค้านสักคำ
ทำงานปีแรก เงินเดือน 15,000 เธอส่งให้แม่เดือนละ 3,000
พอเงินเดือนขึ้นเป็น 38,000 เธอส่ง 5,000
แม่ป่วย เธอจ่าย ตู้เย็นเสีย เธอซื้อใหม่ น้องแต่งงาน เธอใส่ซอง 50,000
ปีนั้นเธอเพิ่งซื้อคอนโดเล็กๆ ต้องผ่อนทุกเดือน
หกปีก่อน แม่เรียกเธอกลับเชียงใหม่
บนโต๊ะมีเอกสารโอนบ้านวางอยู่
บ้านสองชั้นที่พ่อกับแม่ซื้อที่ดินปลูกไว้ตั้งแต่หนุ่มสาว รวมที่ดินแล้วมูลค่า 2.8 ล้านบาท
“บ้านนี้ยกให้ณัฐ เขาเป็นลูกผู้ชาย ต้องเลี้ยงครอบครัว ต้องมีหลักประกัน”
พารินถามว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ บอกหนูล่วงหน้าสักคำไม่ได้เหรอ”
แม่ขมวดคิ้ว “จะบอกทำไม แกแต่งออกไปแล้ว ยังจะกลับมาแย่งกับน้องอีกเหรอ”
ณัฐที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา
“พี่ไม่ต้องห่วง บ้านให้ผม ต่อไปเรื่องดูแลแม่ ผมรับเองทั้งหมด”
คืนนั้น พารินร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวนานมาก
ไม่ใช่เพราะบ้าน
แต่เพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่า เงินทุกบาทที่ให้มาตลอดหลายปี ในสายตาแม่มันคือ “หน้าที่”
แต่พอพูดถึงสมบัติในบ้าน เธอกลายเป็นคนนอกทันที
วันรุ่งขึ้น เธอกลับกรุงเทพฯ
หกปีหลังจากนั้น เงิน 5,000 ไม่เคยขาดสักเดือน
ปีที่แล้ว แม่เส้นเลือดในสมองตีบ
พารินบินกลับเชียงใหม่ทันที ลางานสิบวันเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล
ณัฐกลางวันเปิดอู่ กลางคืนแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว
ตอนออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน และต้องมีคนดูแลตลอด
พารินเสนอให้จ้างผู้ดูแล เดือนละ 15,000
ประโยคแรกที่ณัฐพูดคือ “แพงขนาดนั้น? ผมจะเอาเงินที่ไหน”
พารินบอกว่า “พี่ออกให้ก่อน”
สองเดือน ค่าผู้ดูแลกับค่ากายภาพ เธอจ่ายไปเกือบ 40,000
พอเดือนที่สาม ณัฐโทรมา
“ไม่จ้างแล้วนะผู้ดูแล แพงเกิน พี่กลับมาดูแลเองไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงพี่เขยก็มีรายได้อยู่แล้ว”
แม่รับสายต่อ
“แกเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น ขาดเงินเดือนแกไปคนเดียว บ้านก็ไม่อดตายหรอก แกเป็นลูกสาว ดูแลแม่มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ”
พารินถาม “ตอนยกบ้านให้ณัฐ เขาบอกว่าจะดูแลแม่เองทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”
แม่ตอบ “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้น้องเขาก็ลำบาก”
“แล้วหนูล่ะ หนูไม่ลำบากเหรอ”
แม่ไม่ตอบ
แล้วพารินก็ถามประโยคนั้นออกไป
ปลายสายเงียบไปนาน แล้วแม่ก็ร้องไห้
“แม่เลี้ยงแกมาจนโต ขอให้กลับมาดูแลแค่ไม่กี่เดือน แกมานั่งคิดบัญชีกับแม่เหรอ”
ไม่กี่วันต่อมา ณัฐโพสต์ในไลน์กลุ่มครอบครัว
“พี่ผมอยู่กรุงเทพฯ สบายดี แม่ป่วยขนาดนี้ ยังไม่ยอมกลับมาดูแล”
แนบรูปแม่นั่งรถเข็นอยู่คนเดียว
ป้าทักแชตส่วนตัวมา “เงินหาใหม่ได้ แต่แม่มีคนเดียวนะ”
น้าบอกว่า “น้องเขาต้องเลี้ยงทั้งครอบครัว เป็นพี่ก็ช่วยแบกหน่อย”
พารินไม่ตอบใคร
สุดสัปดาห์นั้น เธอกลับเชียงใหม่ไปช่วยแม่จัดเอกสารสิทธิ์การรักษา
แล้วในลิ้นชักข้างเตียงของแม่ เธอก็เจอจดหมายฉบับนั้น
ใบแจ้งชำระหนี้สินเชื่อจำนองจากธนาคาร
ผู้กู้: ณัฐ
ทรัพย์ที่จำนอง: บ้านหลังนั้น
วันที่กู้: แปดเดือนหลังโอนบ้าน
ในลิ้นชักยังมีสมุดบัญชีของแม่
หกปีที่ผ่านมา ทุกเดือนที่เงิน 5,000 ของเธอเข้า วันรุ่งขึ้นจะมีเงิน 3,000 โอนออกไปบัญชีของณัฐ
หมายเหตุเขียนว่า: ค่าเทอมหลาน
พารินนั่งอยู่ข้างเตียง มือสั่นไม่หยุด
“หลักประกัน” ที่แม่ยกให้ลูกชาย ถูกจำนองให้ธนาคารไปนานแล้ว
เงินที่เธออดออมส่งมาทุกเดือน เอาไปเลี้ยงลูกของน้อง
และแม่ รู้ทุกอย่าง
คืนนั้น พารินส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว
ไม่ด่าใคร ไม่อธิบายอะไรสักคำ
มีแต่รูป
สลิปโอนเงินหกปี 72 ใบ ส่งทีละใบ
ใบเสร็จค่าผู้ดูแล
ใบเสร็จโรงพยาบาล
สองรูปสุดท้าย
วันที่โอนบ้าน
กับใบแจ้งหนี้จำนองจากธนาคาร
กลุ่มเงียบไปทั้งคืน
ป้าที่บอกว่า “แม่มีคนเดียว” ไม่โผล่มาพูดอีกเลย
วันรุ่งขึ้น ณัฐบุกมาหาเธอ
“พี่หมายความว่าไง พูดไปพูดมา ก็ยังติดใจเรื่องบ้านอยู่ใช่ไหม”
พารินมองหน้าเขา
“ติดใจ? บ้านหลังนั้นตอนนี้เป็นของแกเหรอ”
“มันเป็นของธนาคาร”
หน้าณัฐซีดลงทันที
พารินวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ
“จ้างผู้ดูแลต่อ ทุกเดือนพี่ออกครึ่งหนึ่ง โอนตรงให้ผู้ดูแล ไม่ผ่านมือใครทั้งนั้น”
“แกอยู่ใกล้ กลางคืนกับเรื่องฉุกเฉินแกรับผิดชอบ”
“เรื่องให้พี่ลาออก ไม่ต้องพูดถึงอีก”
น้องสะใภ้ทำท่าจะพูด พารินหันไปมอง
“ชีวิตครอบครัวพวกเธอหยุดไม่ได้ แล้วชีวิตฉันหยุดได้ตามใจงั้นเหรอ”
ไม่มีใครพูดอะไรอีก
สามเดือนต่อมา แม่เริ่มถือไม้เท้าเดินได้ช้าๆ
พารินพาแม่ไปทำกายภาพเสร็จ สองแม่ลูกนั่งรอรถอยู่หน้าโรงพยาบาล
จู่ๆ แม่ก็จับมือเธอไว้
พารินคิดว่า ในที่สุดแม่คงจะพูดอะไรสักอย่าง
แม่พูดว่า
“หนี้บ้านของน้อง ช่วงนี้เขาผ่อนไม่ค่อยไหว…แกช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
พารินนิ่งไปหลายวินาที
แล้วก็ดึงมือกลับ
รถมาถึง เธอพยุงแม่ขึ้นรถ ปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับกรุงเทพฯ คนเดียว
ตั้งแต่เดือนถัดมา เงิน 5,000 เธอไม่โอนให้แม่อีก
ค่าผู้ดูแลยังจ่ายครบทุกบาท โอนตรงให้ผู้ดูแล
แม่โทรมาด่าว่าเธอใจดำ
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?
ดัดแปลงจากประสบการณ์จริงของเพื่อน
แม่เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วโทรมาบอกให้ลูกสาวลาออกจากงาน กลับเชียงใหม่มาดูแล
ลูกสาวถามกลับแค่ประโยคเดียว
“แม่ ตอนแบ่งบ้าน แม่บอกว่าหนูเป็นคนที่แต่งออกไปแล้ว พอตอนนี้ต้องการคนดูแล หนูกลับมาเป็นลูกสาวแม่อีกแล้วเหรอ”
แม่ร้องไห้อยู่ปลายสาย
แม่ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่วัน ลูกสาวจะไปเจอจดหมายจากธนาคาร ในลิ้นชักข้างเตียงของแม่
พาริน อายุ 38 เป็นนักบัญชีอยู่กรุงเทพฯ
ณัฐ น้องชาย อายุ 35 เปิดอู่ซ่อมรถอยู่เชียงใหม่
พ่อเสียไปตั้งแต่ลูกๆ ยังเด็ก แม่ขายกับข้าวในตลาด เลี้ยงลูกสองคนมาคนเดียว
พารินเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเงินกู้ กยศ. เสาร์อาทิตย์ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ
ณัฐเรียนไม่จบ ม.ปลาย แม่เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเปิดอู่ให้
พารินไม่เคยค้านสักคำ
ทำงานปีแรก เงินเดือน 15,000 เธอส่งให้แม่เดือนละ 3,000
พอเงินเดือนขึ้นเป็น 38,000 เธอส่ง 5,000
แม่ป่วย เธอจ่าย ตู้เย็นเสีย เธอซื้อใหม่ น้องแต่งงาน เธอใส่ซอง 50,000
ปีนั้นเธอเพิ่งซื้อคอนโดเล็กๆ ต้องผ่อนทุกเดือน
หกปีก่อน แม่เรียกเธอกลับเชียงใหม่
บนโต๊ะมีเอกสารโอนบ้านวางอยู่
บ้านสองชั้นที่พ่อกับแม่ซื้อที่ดินปลูกไว้ตั้งแต่หนุ่มสาว รวมที่ดินแล้วมูลค่า 2.8 ล้านบาท
“บ้านนี้ยกให้ณัฐ เขาเป็นลูกผู้ชาย ต้องเลี้ยงครอบครัว ต้องมีหลักประกัน”
พารินถามว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ บอกหนูล่วงหน้าสักคำไม่ได้เหรอ”
แม่ขมวดคิ้ว “จะบอกทำไม แกแต่งออกไปแล้ว ยังจะกลับมาแย่งกับน้องอีกเหรอ”
ณัฐที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา
“พี่ไม่ต้องห่วง บ้านให้ผม ต่อไปเรื่องดูแลแม่ ผมรับเองทั้งหมด”
คืนนั้น พารินร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวนานมาก
ไม่ใช่เพราะบ้าน
แต่เพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่า เงินทุกบาทที่ให้มาตลอดหลายปี ในสายตาแม่มันคือ “หน้าที่”
แต่พอพูดถึงสมบัติในบ้าน เธอกลายเป็นคนนอกทันที
วันรุ่งขึ้น เธอกลับกรุงเทพฯ
หกปีหลังจากนั้น เงิน 5,000 ไม่เคยขาดสักเดือน
ปีที่แล้ว แม่เส้นเลือดในสมองตีบ
พารินบินกลับเชียงใหม่ทันที ลางานสิบวันเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล
ณัฐกลางวันเปิดอู่ กลางคืนแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว
ตอนออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน และต้องมีคนดูแลตลอด
พารินเสนอให้จ้างผู้ดูแล เดือนละ 15,000
ประโยคแรกที่ณัฐพูดคือ “แพงขนาดนั้น? ผมจะเอาเงินที่ไหน”
พารินบอกว่า “พี่ออกให้ก่อน”
สองเดือน ค่าผู้ดูแลกับค่ากายภาพ เธอจ่ายไปเกือบ 40,000
พอเดือนที่สาม ณัฐโทรมา
“ไม่จ้างแล้วนะผู้ดูแล แพงเกิน พี่กลับมาดูแลเองไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงพี่เขยก็มีรายได้อยู่แล้ว”
แม่รับสายต่อ
“แกเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น ขาดเงินเดือนแกไปคนเดียว บ้านก็ไม่อดตายหรอก แกเป็นลูกสาว ดูแลแม่มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ”
พารินถาม “ตอนยกบ้านให้ณัฐ เขาบอกว่าจะดูแลแม่เองทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”
แม่ตอบ “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้น้องเขาก็ลำบาก”
“แล้วหนูล่ะ หนูไม่ลำบากเหรอ”
แม่ไม่ตอบ
แล้วพารินก็ถามประโยคนั้นออกไป
ปลายสายเงียบไปนาน แล้วแม่ก็ร้องไห้
“แม่เลี้ยงแกมาจนโต ขอให้กลับมาดูแลแค่ไม่กี่เดือน แกมานั่งคิดบัญชีกับแม่เหรอ”
ไม่กี่วันต่อมา ณัฐโพสต์ในไลน์กลุ่มครอบครัว
“พี่ผมอยู่กรุงเทพฯ สบายดี แม่ป่วยขนาดนี้ ยังไม่ยอมกลับมาดูแล”
แนบรูปแม่นั่งรถเข็นอยู่คนเดียว
ป้าทักแชตส่วนตัวมา “เงินหาใหม่ได้ แต่แม่มีคนเดียวนะ”
น้าบอกว่า “น้องเขาต้องเลี้ยงทั้งครอบครัว เป็นพี่ก็ช่วยแบกหน่อย”
พารินไม่ตอบใคร
สุดสัปดาห์นั้น เธอกลับเชียงใหม่ไปช่วยแม่จัดเอกสารสิทธิ์การรักษา
แล้วในลิ้นชักข้างเตียงของแม่ เธอก็เจอจดหมายฉบับนั้น
ใบแจ้งชำระหนี้สินเชื่อจำนองจากธนาคาร
ผู้กู้: ณัฐ
ทรัพย์ที่จำนอง: บ้านหลังนั้น
วันที่กู้: แปดเดือนหลังโอนบ้าน
ในลิ้นชักยังมีสมุดบัญชีของแม่
หกปีที่ผ่านมา ทุกเดือนที่เงิน 5,000 ของเธอเข้า วันรุ่งขึ้นจะมีเงิน 3,000 โอนออกไปบัญชีของณัฐ
หมายเหตุเขียนว่า: ค่าเทอมหลาน
พารินนั่งอยู่ข้างเตียง มือสั่นไม่หยุด
“หลักประกัน” ที่แม่ยกให้ลูกชาย ถูกจำนองให้ธนาคารไปนานแล้ว
เงินที่เธออดออมส่งมาทุกเดือน เอาไปเลี้ยงลูกของน้อง
และแม่ รู้ทุกอย่าง
คืนนั้น พารินส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว
ไม่ด่าใคร ไม่อธิบายอะไรสักคำ
มีแต่รูป
สลิปโอนเงินหกปี 72 ใบ ส่งทีละใบ
ใบเสร็จค่าผู้ดูแล
ใบเสร็จโรงพยาบาล
สองรูปสุดท้าย
วันที่โอนบ้าน
กับใบแจ้งหนี้จำนองจากธนาคาร
กลุ่มเงียบไปทั้งคืน
ป้าที่บอกว่า “แม่มีคนเดียว” ไม่โผล่มาพูดอีกเลย
วันรุ่งขึ้น ณัฐบุกมาหาเธอ
“พี่หมายความว่าไง พูดไปพูดมา ก็ยังติดใจเรื่องบ้านอยู่ใช่ไหม”
พารินมองหน้าเขา
“ติดใจ? บ้านหลังนั้นตอนนี้เป็นของแกเหรอ”
“มันเป็นของธนาคาร”
หน้าณัฐซีดลงทันที
พารินวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ
“จ้างผู้ดูแลต่อ ทุกเดือนพี่ออกครึ่งหนึ่ง โอนตรงให้ผู้ดูแล ไม่ผ่านมือใครทั้งนั้น”
“แกอยู่ใกล้ กลางคืนกับเรื่องฉุกเฉินแกรับผิดชอบ”
“เรื่องให้พี่ลาออก ไม่ต้องพูดถึงอีก”
น้องสะใภ้ทำท่าจะพูด พารินหันไปมอง
“ชีวิตครอบครัวพวกเธอหยุดไม่ได้ แล้วชีวิตฉันหยุดได้ตามใจงั้นเหรอ”
ไม่มีใครพูดอะไรอีก
สามเดือนต่อมา แม่เริ่มถือไม้เท้าเดินได้ช้าๆ
พารินพาแม่ไปทำกายภาพเสร็จ สองแม่ลูกนั่งรอรถอยู่หน้าโรงพยาบาล
จู่ๆ แม่ก็จับมือเธอไว้
พารินคิดว่า ในที่สุดแม่คงจะพูดอะไรสักอย่าง
แม่พูดว่า
“หนี้บ้านของน้อง ช่วงนี้เขาผ่อนไม่ค่อยไหว…แกช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
พารินนิ่งไปหลายวินาที
แล้วก็ดึงมือกลับ
รถมาถึง เธอพยุงแม่ขึ้นรถ ปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับกรุงเทพฯ คนเดียว
ตั้งแต่เดือนถัดมา เงิน 5,000 เธอไม่โอนให้แม่อีก
ค่าผู้ดูแลยังจ่ายครบทุกบาท โอนตรงให้ผู้ดูแล
แม่โทรมาด่าว่าเธอใจดำ
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?
ดัดแปลงจากประสบการณ์จริงของเพื่อน








































