ปราย (@prayers2324) header
ปราย (@prayers2324) profile picture

ชีวิตที่ดี คือการมี สุขภาพที่ดี ความสัมพันธ์ที่ดี ความมั่งคั่ง อิสรภาพ และการสร้างคุณค่า Viaggiatore della crescita, appassionato di filosofia e psicologia.

Joined April 2021
Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)Photo by ปราย (@prayers2324)
youtube.com/shorts/SZn0DK0pb… ทำไมเศรษฐีพันล้านอย่าง Toto Wolff ต้องลงไปเช็ดกระจกส้วมเอง? จิตวิทยาเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความสะอาด แต่มันคือ "ปมเสพติดความเนี๊ยบ" ที่ถูกขับเคลื่อนจากความกลัวในวัยเด็ก ถอดรหัสเปลี่ยนปมเป็นพลังพันล้าน คลิปหน้าเจอกัน กดติดตามไว้เลยค่ะ
1
1
238
กินข้าววัด #โรงทาน
1
1
9
193
ปราย retweeted
“เบื่อการเมือง” ต้องแยก ระหว่างความรู้ กับ ความรู้สึก “ รู้ ” นี่ ! สำคัญมาก ถึงแม้ว่าเราจะไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับการเมือง เราก็ต้องรู้ หรือควรจะรู้มัน เราเอาแต่ความรู้ ความรู้สึกเราไม่ยุ่ง ถ้าเกิดความรู้สึกขึ้นมา เราก็รู้ว่าเรามี“ความรู้สึก”นั้น แค่นั้นพอ
2
2
7
393
ฉันเคยเข้าใจว่า "การวางเฉย ปล่อยวาง ทำจิตให้ว่าง" คือคำตอบ แต่พอนานไปถึงรู้ว่ามันคือการหลอกตัวเอง ใช่.. มันสงบ แต่มันเป็นความสุดโต่งที่ตัดขาดจากโลก มันคือ มิจฉาทิฐิ| "อัญญาโณเบกขา"
2
2
9
1,152
ใช่.. มันสงบ แต่มันเป็นความสุดโต่งที่ตัดขาดจากโลก เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกใบนี้ การเฉยต่อทุกสิ่งรอบตัว ไม่ใช่การปล่อยวางที่แท้จริง แต่มันคือการเอาธรรมะมาเป็นโล่กำบังเพื่อหนีความจริง อย่าปล่อยให้ความสงบจอมปลอม ขังจิตวิญญาณของเราไว้ในหอคอยงาช้างเลยว่ะ จิตมันตื่นโพล่งขึ้นมาตอนนั้น
1
104
คนฉลาด (Smart): ใช้สมอง เล่นเกมสังคม สวมหน้ากากหา ผลประโยชน์และเอาตัวรอด เพื่อให้คนรักและประทับใจ คนมีปัญญา (Wise): ใช้หัวใจและจิตวิญญาณ ซื่อสัตย์ต่อความจริงข้างใน เพราะรู้ว่าต่อให้ชนะคนทั้งโลก แต่แพ้ใจตัวเองก็ไร้ค่า
2
5
17
519
ทางเลือก พูดในสิ่งที่คนอยากฟัง หรือ พูดจากข้างในจิตวิญญาณ
5
467
เลือกตามใจคนอื่น: ชีวิตง่าย สังคมยอมรับ แต่ข้างในร้องไห้และเจ็บปวดตลอดเวลา เลือกฟังเสียงจิตวิญญาณตัวเอง: ชีวิตยาก ต้องออกแรงพายเรือทวนน้ำจนเหนื่อยล้า โดดเดี่ยว แต่ข้างในมันสงบและปลอดภัย เพราะเราไม่ได้ทรยศตัวเอง
2
9
356
หน้าที่ของเราคือ "การสะกิด" การบอกว่า “เอ๊ย เธอ ของเธอหล่นนะ” หน้าที่ของเขาคือ "การเก็บ" จิตสำนึก ปมในใจ หรือการตื่นรู้ มันเป็น "ของส่วนตัว" ของเขา ถ้าเขาเลือกที่จะเพิกเฉย ไม่เก็บ และเดินผ่านมันไป นั่นคือวิถีและกรรมของเขาที่เรา ไม่มีวันและไม่มีหน้าที่ จะต้องไปแบกรับแทน
4
257
สิ่งที่มนุษย์ทำกับ “คนดี” และทำกับ “ธรรมชาติ” มันเกิดจาก รากเหง้าของสันดานเดียวกัน คือ ความเพิกเฉย การตักตวงอย่างหยาบคาย และการไม่เห็นคุณค่าในวันที่เขายังอยู่
1
4
333
กฎสะท้อนกลับแบบเดียวกัน ตอนธรรมชาติให้คุณประโยชน์ เราตักตวงอย่างไร้ค่า พอธรรมชาติหมดเกราะป้องกันและเอาคืน มนุษย์ก็เดือดร้อน เช่นเดียวกับคนทำดี ตอนเขาช่วยสังคมเรามองข้าม พอเราไปแซะไปแขวะจนเขาถอดใจแล้ววางเฉย หนีไปอยู่เงียบๆ สังคมก็กลายเป็นสังคมแย่ๆที่ไม่มีใครยอมช่วยใครอีกต่อไป
1
1
169
ความสูญเสียในวันที่สายเกินไป ทั้งคนดีและธรรมชาติ จุดร่วมเดียวกันคือ "เขามีขีดจำกัดในการรองรับความหยาบคาย" วันใดที่ความอดทนนั้นสิ้นสุดลง สิ่งดีๆ เหล่านั้นจะนิ่ง วางเฉย และหายไป ทิ้งให้มนุษย์อวดฉลาดต้องจมอยู่กับความฉิบหายที่ตัวเองเป็นคนก่อ
1
48
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดจริงๆ ว่าการมีสติคือการทำตัวเป็นพระอิฐพระปูน ปล่อยวาง ปล่อยจอย ไม่รับรู้อะไรเลย แต่ในความเป็นจริง การฝึกสติไม่ใช่การ "วางเฉยแบบนิ่งดูดาย" แต่มันคือการ "ติดเบรกให้ความคิด" เพื่อไม่ให้เรากระโจนลงไปเล่นกับสิ่งที่สมองมันปรุงแต่งขึ้นมาทันที
1
2
249
โลกนี้จะน่ากลัวที่สุด ไม่ใช่เพราะคนชั่วเยอะขึ้น แต่เพราะคนดีโดนแรงกระแทกจนถอดใจแล้วหนีไปอยู่เงียบๆ ถ้าวันไหนคนตั้งใจทำดีเลิกสนใจโลก สังคมนี้จะเหลือแต่คนเหี้ยที่เสียงดัง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสังคมที่เราทุกคนต้องทนอยู่กับความฉิบหายร่วมกัน
1
10
387
youtu.be/ntMV6MdOqBE?si=Co7u… เพลงขึ้นหิ้งที่สอนให้ยอมรับความจริงของชีวิต และทำดีต่อไปแม้ในวันที่โลกไม่ได้เป็นดั่งใจ
1
181
ฉันคิดว่า..การทำดีในโลกยุคนี้ สิ่งที่ยากไม่ใช่ "ตัวแอ็กชัน" หรือการลงมือทำ แต่คือ "การต้านทานกระแสลม" จากภายนอก ในสังคมที่พร้อมจะตัดสิน แซะ นินทา หรือมองคนทำดีว่า "สร้างภาพ" มันมีแรงเสียดทานเยอะมาก จนคนทำดีหลายคนต้องเคว้งและเกิดคำถามในใจว่า "กูทำไปเพื่ออะไรวะ?"
1
5
295
คนที่ยังมุ่งมั่นทำดีต่อได้ท่ามกลางเสียงด่าเสียงวิจารณ์ คือคนที่มีพลังใจมหาศาลมาก พลังนี้ไม่ได้มาจากอีโก้ แต่มันมาจากจิตสำนึกข้างในที่หนักแน่น เหมือนมี "หิริโอตตัปปะ" คอยค้ำจุนอยู่จนลมภายนอกทำอะไรไม่ได้
1
2
124
และสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด มันก็ก่อให้เกิดปัญญาในการเลือก (ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา) นี่คือบทเรียนขั้นสูงของชีวิต ความเห็นแก่ตัว แต่คือ "ความฉลาดในการรักษาพลังงานชีวิต" เพื่อให้ความดีของเราไปถึงคนที่เห็นคุณค่าจริงๆ และไม่ย้อนกลับมาทำลายความสงบ ในใจเรา
1
27
ในยุคที่สังคมวุ่นวาย ลองหยุดคิดอะไรที่มันซับซ้อน แล้วใช้ชีวิต โดยมี "หิริโอตตัปปะ" เป็นเข็มทิศอันเดียวในใจดู เมื่อเราละอายใจที่จะทำผิดและกลัวผลของกรรม เราจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร และใจเราก็จะได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริง คำเดียวสั้นๆ แต่พลังคุ้มครองโลก
6
217