โสโซ่ retweeted
นี่ร้านเราแมสแล้วหรือนี่ 5555555555555
ฝากร้านนะครับ Priscilla ice cream พนักงานยังอยู่ดีครับ ไม่ได้โดนไล่ออกไปไหน (ตอนตื่นไม่มีคน ตอนหลับลูกค้าเข้ามาเต็มเลยครับ 🤣)
สาขาสองในคลิปมีโปรซื้อ 5 แถม 1 ด้วยนะ
พรุ่งนี้จะอัพเดตรสชาติใหม่แล้ว มาเร็วครับพี่
#Priscillaicecream
โสโซ่ retweeted
สรุป ยูโรไปแย่งกันแคสต์บทก้านกล้วยกับพี่มายด์
Replying to @ch_model
ดีใจที่ได้เจอมากๆเหมือนกันค่ะ ยูโรตัวจิงน่ารักสุดๆๆ ฝากยุยงให้รับบททีได้มั้ยน้า555555
โสโซ่ retweeted
อยากให้ชีเป็นเจ้าพี่เพราะขาว กลัวไม่ตรงปก แต่อำดงที่แคสๆกันมาตัวเล็กกว่ามันอีกค่ะ สรุปแล้วปัญหาอยู่ตรงไหนหรอ
โสโซ่ retweeted
จริงๆนี่มองว่าถ้าทีมงานทำถึงทำได้นักแสดงระดับสนตีบทแตกอยู่แล้ว เรื่องสีผิวไม่ใช่ปัญหาอะ #อโยธยาเอยาวดี
โสโซ่ retweeted
เป็นไงล่ะลูกเจี้ยบมึง บรีฟสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอดราม่าน้ำตาแตก เมะธงแดง เคะเจ้าน้ำตา เรทติ้ง 80 ได้ทุกอย่างและลืมบอกว่าไม่เอาจบขม สิ่งศักสิทบอกตามบรีฟจ้าๆๆๆๆ
โสโซ่ retweeted
อ่านจากทวิตนี้น่าจะเคาะว่าพี่สนอำดงแล้วมั้ย....
Replying to @kaikaizt
อำดงตอนอ่านเรซูเม่แคสอาจจะแบบ :
เอาคนที่เคยเล่นเป็นคาร์ที่ชื่อไก่ มีด้อมเป็นลูกไก่ ขายเวย์โปรตีนที่เป็นไข่---
โสโซ่ retweeted
เคยมีญาติเป็นลุกครึ่งผิวสีมาจากแคนาดา แล้วทีนี้ชีจะซื้อโลชั่นในท็อปนี่ก็แนะนำยี่ห้อนึงไป ชีไม่เอาละด่ากลับมาเพราะมันเป็นสูตร whitening แล้วชีบอกว่านี่เหยียด เลยอธิบายไปว่าไม่ได้เหยียด แค่ปกติใช้อันนี้แล้วมันแห้งไว
ไม่ตามดาราไทยเลยเลยไม่รู้จักใครซักคน แต่เห็นคนนี้ละแบบ นี่แหละ ถูกมาก โคตรอำดง เหลือแค่ตาสีทองอะ แต่โอ้ย ขนลุก
โสโซ่ retweeted
คนรวยสอนคนจนให้ประหยัด
“คนจนไม่มีเงินเก็บ เพราะชอบซื้อกาแฟแก้วละ 120 บาท”
นักธุรกิจชื่อดังพูดบนเวทีต่อหน้าผู้ฟังกว่า 300 คน
“ถ้าเลิกซื้อกาแฟแพง ๆ วันละแก้ว ปีหนึ่งก็เก็บเงินได้กว่า 40,000 บาทแล้ว”
เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วห้อง
มีเพียงแม่บ้านวัย 46 ปี ที่ยืนอยู่หลังห้อง ก้มมองกาแฟซองละ 5 บาทในมือตัวเอง
เธอกินกาแฟแบบนี้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเงินเก็บสักบาท
อร อายุ 46 ปี ทำงานเป็นแม่บ้านในอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มาเกือบแปดปี
เงินเดือน 11,000 บาท สามีเสียไปหกปีก่อน มีลูกสาวอายุ 16 ปี และแม่วัย 72 ปี ที่ต้องส่งเงินไปให้ทุกเดือน
ทุกเช้าเธอตื่นตีห้า นั่งรถเมล์ต่อรถสองแถวไปทำงาน
เงินเดือนออกวันแรกก็ต้องแบ่งจ่ายทันที
ค่าเช่าห้อง 3,500 บาท ค่าเดินทาง 1,200 บาท ส่งให้แม่ 2,000 บาท
ที่เหลือต้องใช้กินอยู่ จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเรียนของลูกสาว
บางเดือนเหลือไม่ถึง 500 บาท บางเดือนก็ไม่เหลือเลย
วันนั้นบริษัทแห่งหนึ่งจัดสัมมนาเรื่องการวางแผนการเงิน
วิทยากรคือภาคิน อายุ 48 ปี เจ้าของธุรกิจหลายแห่ง มีทรัพย์สินหลายร้อยล้านบาท
เขาเล่าว่าสมัยเริ่มทำธุรกิจ ตัวเองเคยลำบาก ต้องประหยัดทุกอย่าง
“ผมเห็นคนบ่นว่าเงินเดือนไม่พอ แต่ยังซื้อโทรศัพท์แพง ๆ กินกาแฟแก้วละร้อย”
“ถ้าอยากมีเงินเก็บ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองก่อน”
เขายกตัวอย่างว่า หากเก็บเงินวันละ 100 บาท เดือนหนึ่งก็ได้ 3,000 บาท
“ไม่ต้องรวยก่อนถึงจะออมเงินได้ ทุกคนเริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ครับ”
อรยืนฟังอยู่หลังห้อง
เธอลองคิดตาม วันละ 100 บาท เดือนละ 3,000 บาท
เกือบหนึ่งในสามของเงินเดือนเธอ
ถ้าเก็บเงินจำนวนนี้จริง ๆ เธอคงต้องหยุดส่งเงินให้แม่ หรือไม่ก็ลดค่าอาหารของตัวเองกับลูกสาวลงอีก
หลังจบงาน ภาคินเดินผ่านจุดที่อรกำลังเก็บแก้วน้ำ
เขาเห็นกาแฟในมือเธอจึงถามอย่างเป็นกันเอง
“ป้าดื่มกาแฟอะไรครับ?”
“กาแฟซองค่ะ ซองละห้าบาท”
ภาคินยิ้ม
“ดีแล้วครับ ประหยัดแบบนี้ อีกหน่อยก็มีเงินเก็บ”
อรยิ้มตอบ
“หนูกินแบบนี้มาหลายปีแล้วค่ะ แต่ยังไม่มีเงินเก็บเลย”
ภาคินชะงักเล็กน้อย
“แล้วได้ลองจดรายรับรายจ่ายดูหรือยังครับ?”
“จดค่ะ จดทุกเดือนเลย”
“งั้นลองตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกดูนะครับ”
อรเงียบไปครู่หนึ่ง
“หนูตัดจนไม่รู้จะตัดอะไรแล้วค่ะ”
ภาคินจึงถามถึงรายได้และภาระในบ้าน
อรเล่าเรื่องค่าเช่าห้อง ลูกสาวที่กำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย และแม่ที่ต้องกินยาประจำ
เขาฟังแล้วพยักหน้า
“เข้าใจครับ ภาระเยอะจริง ๆ แต่ผมยังเชื่อว่าถ้ามีวินัยทางการเงิน ชีวิตจะค่อย ๆ ดีขึ้นนะครับ”
อรยิ้ม
“หนูก็เชื่ออย่างนั้นค่ะ”
แล้วเธอก็ถามกลับเบา ๆ
“แต่ถ้าเดือนนี้หนูเหลือเงิน 300 บาท แล้วแม่หนูต้องซื้อยา 500 บาท หนูควรเริ่มเก็บเงินตรงไหนดีคะ?”
ภาคินนิ่งไป
ก่อนจะตอบว่า
“คงต้องค่อย ๆ หาทางเพิ่มรายได้ด้วยครับ”
ตอนนั้นผู้ช่วยเดินเข้ามาบอกว่ารถมารอแล้ว
ภาคินจึงยิ้มให้เธอ
“สู้ ๆ นะครับ อย่ายอมแพ้”
อรยกมือไหว้ขอบคุณ แล้วกลับไปทำงานต่อ
เย็นวันนั้น ระหว่างนั่งรถเมล์กลับบ้าน เธอเห็นคลิปสัมมนาของภาคินในโทรศัพท์
“ความจนไม่ใช่อุปสรรคของการออมเงิน แต่อุปสรรคคือวิธีคิดของเราเอง”
ใต้คลิปมีคนคอมเมนต์มากมาย
“จริงที่สุด คนจนส่วนใหญ่ไม่รู้จักวางแผนการเงิน”
“เงินเดือนน้อยก็ต้องยิ่งประหยัด”
“อย่าโทษสังคม ต้องเริ่มเปลี่ยนที่ตัวเองก่อน”
อรอ่านอยู่พักหนึ่ง แล้วปิดโทรศัพท์
เธอไม่ได้คิดว่าภาคินพูดผิดทั้งหมด
เพราะเธอเองก็เชื่อว่าการประหยัดเป็นเรื่องสำคัญ
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะประหยัดอะไรได้อีก
คืนนั้น ลูกสาวเดินมาหาขณะเธอกำลังนั่งจดรายจ่าย
“แม่ ครูบอกว่าถ้าจะสมัครสอบมหาวิทยาลัย ต้องเตรียมค่าสมัครด้วยนะ”
“เท่าไหร่ลูก?”
“ประมาณ 500 บาท”
อรพยักหน้า
“ได้ เดี๋ยวแม่เก็บไว้ให้”
“แม่มีเงินพอไหม?”
“พอสิ ไม่ต้องห่วง”
พอลูกสาวเดินเข้าห้อง อรก้มมองสมุดบัญชี
เงินที่เหลือสำหรับเดือนนี้ 780 บาท
เธอหยิบปากกามาจดเพิ่ม
ค่าสมัครสอบลูก 500 บาท
เหลือ 280 บาท
อรมองตัวเลขอยู่พักหนึ่ง ก่อนปิดสมุดแล้วเข้านอน
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นตีห้าตามปกติ
เดินเข้าครัว หยิบกาแฟซองละ 5 บาทขึ้นมา
ขณะที่กำลังจะฉีกซอง เธอนึกถึงคำพูดของภาคินเมื่อวาน
“ถ้าอยากมีเงินเก็บ ต้องเริ่มจากตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น”
อรมองกาแฟในมือ
ก่อนจะวางมันกลับลงในกล่อง
แล้วเทน้ำเปล่าใส่แก้วแทน
วันนี้เธอประหยัดได้อีก 5 บาท






































