ปันเจ (@PanJ) header
ปันเจ (@PanJ) profile picture
Bangkok, Thailand
Joined October 2008
Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)Photo by ปันเจ (@PanJ)
เข้าชื่อร่าง พ.ร.บ.บัตรคอนเสิร์ตกันครับ 😀 3 เดือนที่แล้ว ช่วยประสานกลุ่มผู้เสียหายถูกหลอกบัตรคอนเสิร์ต แม้จับกุมผู้หลอกลวงได้แล้ว แต่ปัจจุบันผู้เสียหายก็ไม่ได้เงินคืนเสียที ทำให้รู้ว่า ปัญหานี้มันหนักหน่วงจริง ๆ เลยชวนภาคประชาชนกลุ่มผู้เสียหาย ทำกฎหมาย พ.ร.บ.บัตรคอนเสิร์ต ปัจจุบัน ประธานสภาได้อนุญาตให้ภาคประชาชนเข้าชื่อ ร่าง พรบ.บัตรคอนเสิร์ตแล้วครับ : ) fairticket.org ต้องการ 10,000 รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อยื่นเข้าสู่สภา ลองอ่านรายละเอียดก่อนได้ครับ #fairticket #พรบบัตรคอนเสิร์ต
7
9,105
160
2,869
113,984
🚨 [ คลายปมน้ำท่วมโซนตะวันออก: รัฐบาลต้องเป็น ‘เจ้าภาพ’ บริหารจัดการข้ามจังหวัด โดยใช้หลัก ‘Flow Through’ ] . สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่โซนตะวันออกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล (ปทุมธานี, สายไหม, คลองสามวา, หนองจอก, มีนบุรี, ประเวศ, ลาดกระบัง และสมุทรปราการ) กำลังเผชิญกับ ‘คอขวด’ ในการระบายน้ำอย่างหนัก . จากภาพที่เห็น จะพบว่าพื้นที่โซนนี้มีช่องทางระบายน้ำหลัก 4 ทิศทาง ซึ่งในสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักสูง จะต้องพึ่งพา ‘เครื่องสูบน้ำ’ ในการสูบออกเป็นหลัก แต่ในขณะนี้ แต่ละช่องทางกลับเผชิญอุปสรรคที่แตกต่างกัน ดังนี้ . (1) ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา (ทิศตะวันตก) > ปัจจุบันสูบได้เพียง 109 จาก 218 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (50%) เพราะติดปัญหาข้อจำกัดของเครื่องสูบน้ำที่ชำรุด และระดับน้ำเจ้าพระยาหนุนสูง . (2) ระบายลงแม่น้ำนครนายก (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ) > ปัจจุบันสูบได้เพียง 33 จาก 135 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (25%) เพราะระดับน้ำในแม่น้ำนครนายกสูงมาก รับน้ำเพิ่มได้ยาก . (3) ระบายลงแม่น้ำบางปะกง (ทิศตะวันออก) > ปัจจุบันสูบได้เพียง 108 จาก 268 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (40%) . (4) ระบายลงอ่าวไทย (ทิศใต้) > นี่คือช่องทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด ปัจจุบันสูบได้ 437 จาก 549 ลูกบาศก์เมตร/วินาที (80%) โดยเครื่องสูบน้ำเดินเครื่องได้เต็มที่ แต่น้ำจากตอนบนกลับเดินทางมาไม่ถึง . เมื่อรวมทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ทำให้ปัจจุบันเราใช้ศักยภาพการสูบน้ำในภาพรวมทุกทิศทางได้เพียงประมาณ 60% เท่านั้น (สูบได้รวม 687 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จากศักยภาพจริง 1,170 ลูกบาศก์เมตร/วินาที) . ซึ่งสาเหตุไม่ได้มาจากศักยภาพการสูบน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก ‘ความตึงเครียด’ ระหว่างพื้นที่รอยต่อด้วย . 🚧 [ เมื่อข้อตกลงเดิมใช้ไม่ได้ และต่างฝ่ายต่างรับน้ำไม่ไหว ] . การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยทางทิศใต้ คือเส้นทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในตอนนี้ แต่น้ำกลับเดินทางไปไม่ถึง เพราะติดปัญหาความกังวลใจของพื้นที่รอยต่อ . > ปทุมธานี จะระบายน้ำผ่าน กทม. ➔ กทม. กังวลว่าน้ำในพื้นที่ตัวเองจะสูงขึ้น > กทม. จะระบายน้ำผ่านสมุทรปราการลงอ่าวไทย ➔ สมุทรปราการ กังวลว่าน้ำจะท่วมหนักขึ้น > กทม. จะระบายน้ำไปทางตะวันออกผ่านคลองแสนแสบ ➔ ฉะเชิงเทรา รับน้ำเต็มพิกัดแล้ว . ที่ผ่านมา กทม. มีข้อตกลง (MOU) กับกรมชลประทานในการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ โดยดูจากระดับน้ำ ‘ด้านใน’ และ ‘ด้านนอก’ ประตู แต่สถานการณ์ตอนนี้น้ำสูงเกินเกณฑ์ทั้งสองฝั่ง ทำให้ข้อตกลงเดิมไม่มีสภาพบังคับใช้ ฝั่งนอกประตูก็ร้องขอให้เปิด ฝั่งในประตูก็เปิดให้ไม่ได้เพราะน้ำล้นแล้ว . 💡 [ เสนอทางออก: ต้องมี ‘เจ้าภาพ’ และบริหารจัดการแบบ Flow Through ] . ในภาวะที่ต่างฝ่ายต่างมีน้ำเต็มพื้นที่ เราไม่สามารถปล่อยให้ท้องถิ่น หรือ กทม. เผชิญหน้าเจรจากันเองได้อีกต่อไป พรรคประชาชนขอเสนอทางออกเร่งด่วน ดังนี้ . (1) รัฐบาลอย่าลอยตัวเหนือปัญหา ต้องเร่งใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการโดยด่วน ถึงเวลาที่ต้องใช้กลไกของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญและมีกรมชลประทานเป็นองค์ประกอบ เข้ามาเป็นคนกลางในการตัดสินใจและบริหารจัดการน้ำข้ามเขตจังหวัดทันที เพื่อยุติข้อขัดแย้งระหว่างพื้นที่ อย่าปล่อยให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดต้องมาทะเลาะกันเอง . (2) บริหารจัดการน้ำด้วยหลักการ ‘Flow Through’ (น้ำไหลเข้าพื้นที่ ต้องน้อยกว่าน้ำระบายออกจากพื้นที่) เพื่อลดความกังวลของพื้นที่ทางผ่านน้ำ (เช่น กทม. หรือ สมุทรปราการ) การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยต้องทำภายใต้เงื่อนไขที่รัดกุม คือ ปริมาณน้ำที่สูบเข้ามาในพื้นที่ (Flow in) จะต้อง ‘น้อยกว่า’ ปริมาณน้ำที่สูบออกไปได้ (Flow out) เสมอ วิธีนี้จะทำให้น้ำไม่ตกค้างและไม่สร้างภาระให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งมากเกินไป . (3) เร่งซ่อมแซมและเพิ่มศักยภาพเครื่องสูบน้ำที่ชำรุด ควบคู่ไปกับการเร่งระบายน้ำทางทิศใต้ รัฐบาลต้องซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำในทิศทางอื่นๆ (เจ้าพระยา, นครนายก, บางปะกง) เพื่อแบ่งเบาภาระและคืนศักยภาพการสูบน้ำให้กลับมาเต็ม 100% โดยเร็วที่สุด . พี่น้องประชาชนไม่ควรต้องมารับเคราะห์จากคอขวดของการบริหารจัดการ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบูรณาการสั่งการ เพื่อให้น้ำที่ท่วมขังอยู่ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วที่สุด . #น้ำท่วม69 #PPLEFLOOD69
414
7
283
37,053
ด่วน! ‘มติ กกต.ประกันสังคม’ มีข้อสรุป “เลื่อน“ การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ‘ทั่วประเทศ’ ออกไป เป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่
33
14,904
145
4,028
323,426
ปันเจ retweeted
#กกต.เนถีบ
1
29
3
68
2,740
ปันเจ retweeted
ปี63 ทุกคนต่อสู้เพื่อตัวเองกันทั้งนั้นอ่ะสู้ที่แปลว่าสู้จนชิบหายกันไปข้างของจริง ทั้งระดมทุนสนับสนุนม็อบ ทั้งช่วยกันหาของส่งไปให้พี่ๆป้าๆน้องๆที่สู้กันในม็อบ ช่วยกันสู้กับฝั่งอีรัฐบาลที่แดกภาษีประชาชน #สั่งฟ้องสว #สั่งฟ้องสว299 #โกงสว
31
26,041
96
13,676
685,423
ปันเจ retweeted
[ รัตนา บ่อถ้ำ เป็นใคร ? ] ทำไม สส. #พรรคภูมิใจไทย ถึงต้องลุกขึ้นประท้วงกันว่อนเมื่อผมเอ่ยถึงชื่อบุคคลนี้ในสภา รัตนา บ่อถ้ำ ปรากฎรายชื่อเป็นลำดับที่ 223 ของผู้ถูกกล่าวหาในคดี “โกงเลือกสว.” ที่ กกต. เพิ่งมีมติให้ส่งฟ้องไปแค่ 77 คนจาก 229 คน ทั้งนี้ เพื่อน สส. ของผม พริษฐ์ วัชรสินธุ @paritw92 #พรรคประชาชน ได้เคยเปิดหลักฐานประวัติการโทรศัพท์ของ “รัตนา บ่อถ้ำ” ว่ามีการโทรหา สว. อย่างน้อย 19 คน รวมกว่า 62 ครั้ง ในช่วงมิถุนายน - กรกฎาคม 2567 ที่คาบเกี่ยวกับการเลือกและการเริ่มปฏิบัติหน้าที่ของ สว. โดย สส.พริษฐ์ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รัตนา ดำรงตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของ นายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และมีรายละเอียดการติดต่อกันดังต่อไปนี้: - จำลอง อนันตสุข | กลุ่ม 18 | สุพรรณบุรี - 9 ครั้ง - อัครวินท์ ขำขุด | กลุ่ม 11 | ชัยนาท - 9 ครั้ง - โชคชัย กิตติธเนศวร | กลุ่ม 19 | นครนายก - 5 ครั้ง - อลงกต วรกี | กลุ่ม 20 | อุทัยธานี - 4 ครั้ง - สุมิตรา จารุกำเนิดกนก | กลุ่ม 9 | บึงกาฬ - 4 ครั้ง - สวัสดิ์ ทัศนา | กลุ่ม 1 | สุโขทัย - 4 ครั้ง - กฤษณุ เหลืองพิบูลกิจ | กลุ่ม 15 | สุรินทร์ - 3 ครั้ง - วุฒิชาติ กัลยาณมิตร | กลุ่ม 11 | หนองบัวลำภู - 3 ครั้ง - สุเทพ สังข์วิเศษ | กลุ่ม 3 | อ่างทอง - 3 ครั้ง - ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล | กลุ่ม 4 | บุรีรัมย์ - 3 ครั้ง - มาเรีย เผ่าประทาน | กลุ่ม 6 | ประจวบคีรีขันธ์ - 3 ครั้ง - วิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล | กลุ่ม 16 | เชียงใหม่ - 2 ครั้ง - วิรัตน์ รักษ์พันธ์ | กลุ่ม 20 | พัทลุง - 2 ครั้ง - ยุทธนา ไทยภักดี | กลุ่ม 20 | สมุทรสงคราม - 2 ครั้ง - สุทนต์ กล้าการขาย | กลุ่ม 18 | อุทัยธานี - 2 ครั้ง - พิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ | กลุ่ม 16 | สงขลา - 1 ครั้ง - ปราณีต เกรัมย์ | กลุ่ม 16 | บุรีรัมย์ - 1 ครั้ง - สิทธิกร ธงยศ | กลุ่ม 19 | นครพนม - 1 ครั้ง - พละวัต ตันศิริ | กลุ่ม 12 | เชียงราย - 1 ครั้ง ซึ่งมี 6 คนใน 19 คนนี้ที่ กกต.มีมติให้ส่งฟ้องไปแล้ว แต่คนอื่นที่เหลือหละ ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเดียวกันเลยหรือ จึงไม่ทำการส่งฟ้อง ผู้เชี่ยวชาญ สส. เพียงคนเดียว จะไปรู้จักกับ สว. ทั่วทั้งประเทศได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนอื่นในพรรคแนะนำให้รู้จัก ผมเองก็สงสัยในประเด็นนี้ครับ จึงไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม ได้มาว่า รัตนา บ่อถ้ำ ที่จริงแล้วเป็น “เจ้าหน้าที่ส่วนกลางของพรรคภูมิใจไทย ทำงานประจำสำนักงานใหญ่” นั่นเอง เดี๋ยวเรามาดูหลักฐานที่ผมได้มากันครับ #ฮั้วสว #กกต #สสกู๊ดดี้ชยพล #พรรคประชาชน #ชยพลชนไม่ยั้ง
6
3,123
48
1,443
189,562
ปันเจ retweeted
ส.ก.ประชาชน หนุนเปลี่ยนผ่าน EV แต่ค้านเช่ารถขยะ 6,038 ล้าน ชี้ 10 โครงการที่ผ่านงบตั้งแต่ปี 66 ล่มหมด เหตุ TOR ล็อกสเปก-ถูกร้องเรียน วันนี้ (16 กันยายน) ส.ก.พรรคประชาชน และคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 ในสัดส่วนพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงในสภากรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้ ถึงโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า หรือ ‘รถขยะ EV’ ที่ขอรับงบประมาณ 3 โครงการ ผูกพันต่อเนื่อง 7-8 ปี รวมเป็นเงิน 6,038 ล้านบาท โดยผู้ว่าฯ ย้ำว่ารถขยะ EV จำเป็นต่อเมืองเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด พร้อมยืนยันว่าโครงการมีความโปร่งใส คุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ส.ก.พรรคประชาชน และคณะกรรมการวิสามัญฯ สัดส่วนพรรคประชาชน ยืนยันว่า เราทราบถึงประโยชน์ของรถพลังงานสะอาด (EV) เป็นอย่างดี และเป็นผู้ผลักดันข้อบัญญัติรถเมล์อนาคตที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครมีรถเมล์พลังงานสะอาด มี Wi-Fi และระบบติดตามตัวรถอัปเดตพิกัดแบบ Real-time ซึ่งแม้ข้อบัญญัตินี้จะผ่านสภา กทม. ไปแล้ว แต่กลับยังไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้จริง เพราะผู้ว่าฯ เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ จึงทำให้กรุงเทพมหานครเสียโอกาสในรถเมล์ EV มาจนถึงปัจจุบัน และไร้แนวทางในการดำเนินการประสานความร่วมมือเพื่อรถเมล์ EV ตามสาระสำคัญของกฎหมาย ปล่อยให้เป็นการดำเนินการของฝ่ายเอกชน อย่างไรก็ตาม กรณีการนำรถ EV มาใช้ในการเก็บขนขยะมูลฝอย ซึ่งมีบริบทหน้างานแตกต่างจากการวิ่งรถเมล์ตามสายประจำอย่างสิ้นเชิง โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 4 ประการ ได้แก่ 1.คุณภาพและความแข็งแรงของตัวรถ รวมถึงความหนาของตัวถัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการใช้งานจริง ทั้งที่กำหนดความหนาตัวถังมาตลอดในโครงการรถสันดาป 2.ประสิทธิภาพในการเก็บและการบดอัดขยะ เช่น กระบอกสูบการบดบีบอัดขยะที่ไม่มีแรงบีบเท่ารถปัจจุบัน ส่งผลให้ใช้เวลาต่อครั้งในการบีบอัดมากขึ้น และทำให้แรงในการบีบอัดน้อยลง ผลรวมคือการทำงานเก็บขยะจะใช้เวลามากขึ้น และกินพื้นที่ถังบรรจุขยะเนื่องจากขาดแรงบีบอัด 3.ระยะทางในการวิ่งให้บริการที่ต้องวิ่งได้ไม่น้อยกว่า 200 กิโลเมตรขณะบรรทุกขยะ เพื่อให้จำนวนรอบการเก็บขยะไม่ลดลงจากเดิม แต่กลับไม่มีการกำหนด 4.การบริหารจัดการสถานีชาร์จไฟฟ้า ซึ่งโครงการนี้ กทม. กลับรับเป็นผู้บริหารจัดการเอง แทนที่จะให้เอกชนรับผิดชอบทั้งหมดทั้งตัวรถและสถานีชาร์จ เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต เช่น แบตเตอรี่เสื่อมจากการชาร์จ เกิดเหตุไฟไหม้ระหว่างชาร์จ สถานีชาร์จไม่เพียงพอ หรือสถานีชาร์จชำรุด โดยควรถ่ายโอนความเสี่ยงทั้งหมดไปให้เอกชน ซึ่งย้อนแย้งกับโครงการเช่ารถบรรทุกน้ำ EV ที่ กทม. ให้เอกชนรับความเสี่ยงเรื่องสถานีชาร์จในพื้นที่ กทม. เอง แต่โครงการรถขยะ EV นี้ กทม. กลับเลือกแบกรับความเสี่ยงไว้เอง โดยอ้างว่าที่ชาร์จลงทุนสูง เอกชนลงทุนไม่คุ้มค่า กทม. ต้องรับผิดชอบเอง รายละเอียดประเด็นเหล่านี้ คณะกรรมการวิสามัญฯ ในสัดส่วนพรรคประชาชนพยายามซักถามถึงแนวทาง นโยบาย และข้อมูลของการเดินหน้าโครงการอยู่หลายครั้ง แต่ฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานครกลับไม่สามารถชี้แจงได้อย่างละเอียด ไม่เพียงแค่นั้น เรามีการสอบถามถึงข้อท้วงติงจาก ป.ป.ช. ที่มีหนังสือไปยังคณะรัฐมนตรีต่อความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตจัดเช่ารถขยะ EV ตั้งแต่ปี 2567 รวมถึงจาก ส.ก. หลายท่านที่เรียกร้องให้ กทม. ดำเนินการทดลองวิ่งใช้รถจริง (Pilot) อย่างน้อย 1-2 เดือน เพื่อพิสูจน์ข้อจำกัดของรถขยะ EV และเข้าใจบริบทการบริหารจัดการ ก่อนที่จะไปออก TOR จัดเช่ารถขยะกว่า 6,038 ล้านบาท แต่ กทม. กลับปฏิเสธที่จะทดลองวิ่งรถจริงก่อน โดยยืนกรานที่จะออก TOR และลงนามในสัญญาก่อน แล้วจึงค่อยให้เอกชนที่ชนะประมูลนำรถมาให้ทดสอบก่อนรับมอบ ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการเลี่ยงที่จะไม่ยอมทดลองเดินรถจริง จนสร้างความแคลงใจและข้อร้องเรียนต่อประสิทธิภาพของตัวรถมาโดยตลอด ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสภากรุงเทพมหานครจะอนุมัติงบเช่ารถขยะ EV ให้ตามที่ฝ่ายบริหารขอไปแล้วหลายโครงการ แต่สุดท้ายฝ่ายบริหารกลับไม่สามารถนำไปสู่การเช่ารถขยะได้จริง เพราะมีสารพัดเรื่องร้องเรียน ทั้งปัญหาการล็อกสเปก การกีดกันการแข่งขัน การคัดเลือกผู้มีสิทธิเสนอราคา และการจัดทำราคากลางที่ไม่โปร่งใส การเขียน TOR ที่ไม่รอบคอบ ทำให้ กทม. เสียเปรียบ จนมีการร้องเรียนจำนวนมาก และทำให้ฝ่ายบริหารไม่สามารถผลักดันโครงการได้สำเร็จเสียที เราจึงเห็นว่า ทางออกของปัญหานี้คือการทดลองใช้รถจริงก่อนออก TOR และลงนามสัญญา ซึ่งจะช่วยจบปัญหาความกังวลและข้อทักท้วงต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องสเปกรถ การบริหารจัดการได้ทั้งหมด และทำให้ กทม. มีความรู้มากพอที่จะไปออกแบบ TOR และสัญญาที่ป้องกันไม่ให้ กทม. เสียเปรียบ และไม่เสี่ยงที่จะเสียค่าโง่กว่า 6,038 ล้านบาทจากการทำสัญญาในสิ่งที่ตนเองไม่ได้มีความรู้และประสบการณ์มาก่อน ไม่เพียงแค่นั้น สิ่งหนึ่งที่มีการชี้แจงจากฝ่ายบริหารแบบคลาดเคลื่อน คือการสื่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ก็มีการเช่ารถขยะ EV เช่นนี้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ใช่การเช่ารถขยะ EV มาบริหารเอง แต่เป็นการ outsource จ้างเหมาเก็บขนขยะด้วยรถ EV ซึ่งมีเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการความเสี่ยงเองทั้งหมด ดังนั้น หลักใหญ่ใจความสำคัญคือ การเช่ารถ EV กับการจ้างเหมาให้เอกชนเก็บขนขยะด้วยรถ EV ของเอกชนนั้นไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ นโยบายสำคัญที่ ส.ก.พรรคประชาชนเรียกร้อง คือการนำ กทม. เปลี่ยนจากการเช่ารถขยะ ไปเป็นการ outsource จ้างเหมาให้เอกชนดำเนินการจัดหารถขยะ EV และเก็บขนขยะแทน กทม. ซึ่งการ outsource นอกจากจะช่วยลดข้อครหาเรื่องการล็อกสเปกรถเช่า การบริหารจัดการ และการผูกขาดต่าง ๆ ได้แล้ว เป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาขยะตกค้างตามซอยย่อยต่าง ๆ จนประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก เนื่องจาก กทม. ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรเก็บขนขยะมูลฝอย และด้วยระเบียบต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถหาบุคลากรมาได้เพียงพอ และถึงแม้นี่คือนโยบายภาพใหญ่ที่ฝ่ายบริหารเองได้ประกาศว่าต้องการจะผลักดัน แต่เรากลับไม่เห็นแผนงานที่เป็นรูปธรรมในการ outsource แต่กลับยังคงยึดติดกับการเช่ารถขยะแบบเดิมๆ ที่ไม่ได้แก้ปัญหาขยะตกค้างแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในช่วงของการพิจารณางบประมาณแปรญัตติ มีการเสนอโครงการ outsource จ้างเก็บขนขยะเพียงแค่ 1 โครงการเท่านั้น ซึ่งเกิดจากข้อเสนอแนะของ ส.ก.พรรคประชาชน ที่มีการทักท้วงต่อความจริงใจในการผลักดันโครงการจ้างเหมาของฝ่ายบริหาร จนในที่สุดก็มีการเสนอโครงการเข้ามาในช่วงงบประมาณแปรญัตติ แต่ก็เป็นเพียงโครงการเล็กๆ 1 โครงการ และ ส.ก.พรรคประชาชนก็ได้ร่วมโหวตผ่านงบโครงการนี้ให้ ตลอดการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการวิสามัญฯ ที่สำนักสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาชี้แจงทั้ง 2 รอบ ไม่พบข้อมูล เอกสาร แนวทาง นโยบายที่ชัดเจน หรือเป็นหลักประกันได้ว่าการของบประมาณกว่า 6,038 ล้านบาทในครั้งนี้จะโปร่งใสเหมือนกับโครงการอื่น ๆ ที่เรายกมือผ่านโครงการให้ การพิจารณางบประมาณคือหัวใจสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องสร้างความโปร่งใส และป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหล เมื่อฝ่ายบริหารยกเลิกโครงการเช่ารถขยะ EV เดิมที่มีปัญหาร้องเรียน แล้วเสนอโครงการใหม่ผูกพัน 7-8 ปี มูลค่ารวม 6,038 ล้านบาท มาให้สภาฯ พิจารณา แต่ถ้าหากยังมีความไม่สมบูรณ์ใด ๆ ระหว่างการเสนอโครงการของฝ่ายบริหาร หน้าที่สำคัญของสภาฯ คือต้องตรวจสอบ และเสนอแนะการใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนอย่างเข้มข้น ถ้าหากผู้ตรวจสอบทำหน้าที่เป็นเพียงตรายางให้กับฝ่ายบริหาร โดยละเลยการตรวจสอบต่อโครงการที่มีปัญหา สุดท้ายความเสียหายนั้นจะตกเป็นของประชาชน ดังนั้น การพิจารณางบประมาณจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ รัดกุม และโปร่งใส เพื่อไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตอย่างที่เป็นมาก่อน ทั้งนี้ ส.ก.พรรคประชาชนเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารทบทวนข้อท้วงติงและข้อเสนอของ ส.ก.พรรคประชาชน และเร่งปรับปรุงรายละเอียด เพื่อความโปร่งใส และความคุ้มค่าภาษีประชาชน #TheStandardNews
32
175
28
149
71,875
ปันเจ retweeted
"..เราหยิบเล็กหยิบน้อย มาประกอบให้เห็นว่าช้างทั้งตัวเป็นอย่างไร ไม่ใช่จับแค่งวงแล้วบอกนี่้ไม่ใช่ช้าง ก็ถูก มันไม่ใช่ช้างมันแค่งวง เมื่อไหร่เราจับทุกอย่างมาผสมกัน นั่นแหละคือช้าง..." สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อยคดีฮั้ว ส.ว. 15/9/2569
1
159
3
188
8,070
ข้อกล่าวหาที่ 1 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ผู้มีตำแหน่งพรรคการเมือง ช่วยผู้สมัคร สว. ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นคนในพรรคการเมือง รอด! ไม่ส่งศาลฎีกา มีผู้ถูกกล่าวหา 1 คนที่เป็นบุคคลอื่น ที่จะส่งศาลฎีกา กกต. จะชี้แจงต่อไป ข้อกล่าวหาที่ 2 มาตรา 76 วรรคสอง ผู้สมัคร สว. รับความช่วยเหลือ ไม่มีส่งศาล
4
1,654
30
585
182,875
สำนักงานสถิติแห่งชาติเกือบได้ซื้อ ‘ซอฟต์แวร์ผี’ ที่ไม่มีอยู่จริง มูลค่ากว่า 30 ล้าน!
1
297
3
319
6,237
ปันเจ retweeted
ยื่นสภาแล้ว ร่างกม.คุมบัตรคอนเสิร์ต ปิดช่องบอท-บัตรผี ป้องกันรีเซล ชี้ 5 ปีเสียหาย 8 พันเคส กว่า 33 ล. อ่านข่าว - matichon.co.th/politics/news… . #มติชนออนไลน์
1
132
5
129
7,560
[ อย่าบิดกฎหมาย ไม่ต้องครบ 3 องค์ประกอบ ก็ส่งฟ้อง สว. ได้ ] . จากที่แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้ออกมาชี้แจงว่า การที่ กกต. จะสามารถสั่งฟ้องเพื่อส่งเรื่องโกง สว. ไปยังศาลฎีกานั้น จะต้องมีองค์ประกอบความผิด ‘ครบ’ ทั้ง 3 ประการ ได้แก่ . 1) ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครรับเลือก ‘เท่านั้น’ ที่กระทำการทุจริต 2) มีการกระทำที่ทุจริต เช่น จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอม แลกคะแนน หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น 3) มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม . หากไปพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา ในมาตรา 62 วรรค 1 ที่ระบุว่า . “เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการเลือกแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น” . 1) กฎหมายระบุอย่างชัดเจนว่า “ผู้สมัครหรือผู้ใด” ที่ทุจริต ไม่ได้จำกัดเพียงผู้สมัครเท่านั้น แต่รวมถึงผู้เกี่ยวข้องคนอื่นๆ ด้วย 2) กฎหมายยังครอบคลุม “การกระทำอันเป็นทุจริต … หรือ รู้เห็น” ไม่ใช่เพียงคนที่กระทำการเท่านั้น แต่รวมถึงคนที่รู้เห็นอยู่ในขบวนการด้วย 3) กฎหมายกำหนดหน้าที่ของ กกต. ชัดเจนว่า ให้ยื่นคำร้องต่อศาล “ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้” ไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน . นอกจากนี้ เมื่อดูตัวบทมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ ที่เลขาธิการ กกต. อ้างถึง ก็จะเห็นว่า กกต. ตีความกฎหมายแคบเกินไป และยังเป็นการกำหนดหลักการเอาเอง นอกจากจะมาตรา 226 จะ ไม่ได้เขียนแยกเป็น 3 องค์ประกอบ แต่กำหนดถึงกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการทุจริต หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น . “หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทำการทุจริตในการเลือกตั้งหรือการเลือก หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น” . ความพยายามของเลขาธิการ กกต. อาจถูกมองว่า มีท่าทีที่จะ ‘ตัดตอน’ ไม่ให้ความผิดสามารถสาวขึ้นไปถึงคนที่ไม่ใช่ผู้สมัคร สว. ใครที่ไม่ได้ลงมือทุจริตเองก็อาจจะรอด เป็นการ ‘สั่งฟ้องบางคน และไม่สั่งฟ้องบางคน’ สังเวยกลุ่มน้ำเงินอ่อนซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในระดับปฏิบัติการหรือ สว. ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับศูนย์อำนาจ และปกป้องกลุ่มน้ำเงินเข้ม ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจที่อยู่ในรัฐบาลและฝ่ายบริหารพรรคการเมืองบางพรรค ณ ขณะนี้
6
1,019
1
849
13,647
ปันเจ retweeted
เป๋าโคตรตึง
8
3,970
26
2,807
709,438
🔵 เปิด 229 รายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในคดี “โกงเลือกสว.” พบ 138 สว. 13 รัฐมนตรี 17 สส.พรรคภูมิใจไทย #สั่งฟ้องสว
14
2,980
20
1,208
306,862
ปันเจ retweeted
ยกมือขึ้น 2026 อหกุให้เลย โคตรจะเน - เอไอแย่งงาน - ภาษี สวัสดิการ - เบี้ยประกันสังคม - รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ - อำนาจ สว บอยแบนด์คนแรกที่กล้าพูดขนาดนี้ ทั้งที่รู้ว่าจากนี้ฟีดแบคจะมี 2 ฝั่ง แต่พูดมาตลอด ไม่เคยหยุด #ยกมือขึ้น_NAY  #NAY_PERSES  #PERSES_UNCENSORED #PERSES_TH #GNEST
50
71,262
776
51,572
4,861,404
สมาคมทนายความ ออกแถลงการณ์ ชี้ คดีฮั้ว สว. มีพยาน/หลักฐานมากเพียงพอ กกต. ต้องส่งศาลฎีกาเท่านั้น #UDDnews #ยูดีดีนิวส์ #สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย #คดีฮั้วสว #กกต #ศาลฎีกา อ่านข่าว udd-news.blogspot.com/2026/0…
9
310
7
373
5,826
พี่ไหมอย่าร้อง นุจะร้องตาม 🥺🫂 ฟังถึงตรงนี้ก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน คลิปนี้มันทำงานกับความรู้สึกมากๆ พูดไม่ออกแต่เข้าใจทุกอย่างเลย ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ 62-69 นานแล้วเหมือนกัน แต่บางครั้งก็เหมือนเพิ่งผ่านไป ต้องใช้พลังงานกันขนาดไหนนะ แล้วตอนที่พี่ไหมบอกว่า "ไม่อย่างนั้นมันก็จะรู้สึกว่าสู้ยังไง มันก็สู้กับกำแพง เอายังไงก็เอามันไม่ลง แล้วก็ตอบกับประชาชนก็ไม่ได้ว่าทำไม ถึงไม่สำเร็จ มันก็เลยต้องหาอะไรที่รู้สึกว่าเป็นความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ ให้มันได้ชุบชูใจว่าอย่างน้อยมันก็มีเรื่องให้เราได้รู้สึกว่าความพยายามของเรามันไม่ได้สูญเปล่า" พอฟังจบประโยคนี้ ในหัวไม่มีอะไรที่เป็นคำพูดเลย มันมีแต่ความรู้สึก... เพราะงั้นถ้าจะพูดอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด รักษาพลังเอาไว้ให้เยอะๆนะพี่ไหม มันคงเป็นสิ่งเดียวที่อยากให้พี่มีมันมากที่สุดในทุกช่วงเวลา ไม่ใช่แค่ในตอนนี้ อยากให้มีมากพอและเหลือเผื่อสำรองไว้ระหว่างทาง ถ้าหมดก็อยากให้พี่ชาร์จมันได้เลย และถ้าจะพูดในสิ่งที่รู้สึกมากที่สุด ขอบคุณที่เข้ามาทำการเมือง ขอบคุณที่ยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ขอบคุณจริงๆนะคะ "พี่ไหม" 🫶
117
4,563
200
4,921
1,093,408
[ ครบจบใน thread เดียว: เจาะลึกหลักฐาน ขบวนการโกง สว. ทั้ง 5 ฉาก - (เส้นทางการเงิน / ผังศูนย์ทำโพย / คำถามถึงนายกฯ-รัฐมนตรี) ] . วันนี้ ในเวทีของวิปฝ่ายค้าน ผมได้พยายามสรุปเนื้อหาทั้งหมด ด้วยการนำเสนอข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจากหลายภาคส่วน เพื่อให้สังคมได้เห็นการทำงานของ “ขบวนการโกง สว.”อย่างเป็นระบบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ฉากหรือขั้นตอนสำคัญ: . 1 “วางแผน” แบ่งทีม ยึดวุฒิสภา (ก่อน พ.ค. 2567) 2. “จัดตั้ง-จ้างคน” มาสมัคร เพื่อให้ผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด (พ.ค.-มิ.ย. 2567) 3. รวมพลตาม “ศูนย์ทำโพย” ก่อนการเลือกระดับประเทศ (24-25 มิ.ย. 2567) 4. เลือกตาม “โพยใบสั่ง” ในการเลือกระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567) 5. “ปฐมนิเทศ” สว. ใหม่ ก่อนเริ่มงาน & เลือกประธาน (ก.ค. 2567) . ข้อมูลทั้งหมดนี้ มาจากทั้งพยานบุคคลที่เปิดตัวบนเวทีวิปฝ่ายค้านทั้ง 2 ครั้ง พยานบุคคลที่ส่งข้อมูลมาส่วนตัว ข้อมูลจาก iLaw และข้อมูลจากภาคประชาชนหลายกลุ่มที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่อย่างต่อเนื่อง
18
8,302
49
3,137
454,207
[ไม่ใช่เพียงตรวจสอบเท่านั้น แต่เรากำลังศึกษาปัญหาและจัดทำข้อเสนอเพื่อแก้ระเบียบ/กฎหมาย ไม่ให้เกิดการ “โกงเลือก สว.” อีกในอนาคต] ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ดิฉันและเพื่อนสมาชิกคณะอนุกรรมาธิการ ไม่ได้ทำเพียงตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 เท่านั้น แต่ยังศึกษาปัญหาและจัดทำข้อเสนอเชิงกฎหมาย เพื่อปิดช่องโหว่ของระบบเลือกตั้ง ไม่ให้เกิดการทุจริตหรือ “โกงเลือก สว.” ซ้ำอีกในอนาคต แต่เมื่อมีการกล่าวหาจากคุณศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ว่า พรรคประชาชนนำกลไกกรรมาธิการมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง รับเรื่องและรับลูกกับ iLaw ในประเด็นฮั้ว สว. เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ดิฉันจึงเห็นว่าควรชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันค่ะ ดิฉันขอยืนยันว่า สิ่งที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกพรรคประชาชนกำลังทำ ไม่ใช่เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมืองให้กับพรรคใด หรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลใด แต่เป็นการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้การเลือกตั้งของประเทศนี้กลับมาบริสุทธิ์ ยุติธรรม และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอีกครั้ง หากมีข้อสงสัยว่ากระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอาจไม่โปร่งใส หรือมีการทุจริตเกิดขึ้น เรื่องนี้ไม่ควรเป็นภารกิจของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่มันเป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่จะร่วมกันใช้กลไกของรัฐสภาตรวจสอบ เพื่อค้นหาความจริง และป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก และหากเป็นเช่นนั้น ดิฉันก็อยากชวนให้ประชาชนร่วมกันตั้งคำถามว่า เหตุใดการตรวจสอบเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงกลับทำให้บางบุคคลหรือบางพรรคการเมืองออกมาแสดงความกังวลหรือคัดค้านอย่างมาก 📌พรรคประชาชนทำงานเรื่องนี้อยู่ 2 ส่วนที่เดินหน้าควบคู่กัน ส่วนที่ 1 : การตรวจสอบข้อเท็จจริง นำโดยคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ใช้กลไกของวิปฝ่ายค้านรวบรวมข้อมูล หลักฐาน และรับฟังพยาน เพื่อเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสังคมว่ากระบวนการฮั้ว สว. เกิดขึ้นได้อย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง และผลักดันให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนที่ 2 : การศึกษาปัญหาและจัดทำข้อเสนอแก้ไขกฎหมาย เป็นส่วนที่ดิฉันรับผิดชอบ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 และการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2569 ในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ซึ่งหน้าที่ของคณะอนุกรรมาธิการ ไม่ใช่การชี้ว่าผู้ใดผิดหรือถูก แต่คือการศึกษาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากช่องโหว่ของกฎหมายหรือกระบวนการใดบ้าง และควรแก้ไขกฎหมายระดับใด อย่างไร เพื่อไม่ให้การเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไปต้องเผชิญปัญหาเดิมซ้ำอีก ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ดิฉันมีโอกาสพูดคุยกับพยานและภาคประชาชนจำนวนมากที่กล้าออกมาเปิดเผยข้อมูล ทั้งที่หลายคนต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งการถูกข่มขู่ การถูกฟ้องร้องเพื่อปิดปาก และในบางกรณีถึงขั้นถูกขู่เอาชีวิต ดิฉันขอขอบคุณทุกคนที่กล้ายืนหยัดเพื่อความจริง และขอยืนยันว่า ดิฉันและพรรคประชาชนจะยืนเคียงข้าง พร้อมให้กำลังใจ และผลักดันให้ความจริงปรากฏต่อสังคม เพราะการปกป้องความสุจริตของการเลือกตั้งไม่ใช่ภารกิจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นภารกิจร่วมกันของสังคมไทยทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ดิฉันขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมา เป็นอิสระ และยึดมั่นในพยานหลักฐาน เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการฮั้ว สว. ปรากฏต่อสาธารณะ และสามารถนำผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว ดิฉันได้รับทราบว่า กกต. อาจมีการพิจารณามติสำคัญเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดตามเรื่องนี้ไปด้วยกัน และสำหรับผู้ที่สนใจทำความเข้าใจข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ขอเชิญร่วมงาน “เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2” ในวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้อง B1-1 ชั้น B1 อาคารรัฐสภา ภายในงานจะมีดิฉัน คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ คุณเป๋า ยิ่งชีพ จาก iLaw อาจารย์สิริพรรณ รวมถึงพยานและผู้เกี่ยวข้องอีกหลายท่าน มาร่วมเปิดเผยข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ที่สังคมควรได้รับรู้ 🔔ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ docs.google.com/forms/d/e/1F… แล้วพบกันในวันอาทิตย์นี้นะคะ และหวังว่าจะได้ร่วมกันติดตามผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบเลือกตั้งที่โปร่งใส เป็นธรรม และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างแท้จริง #โกงเลือกสว #ฮั้วสว
4
63
3
153
4,736
[ คลิปใหม่ ยืนยันชัดเจน 100%: หนึ่งในผู้สมัคร สว. ที่ยื่นโพยให้ กกต. เก็บ คือ ประธานวุฒิสภา (มงคล สุระสัจจะ) ] . 1 เดือนที่แล้ว (15 มิ.ย.) ผมเคยตั้งข้อสังเกตจากหมายเลขและสรีระของผู้สมัครในคลิปการเลือก สว. ระดับประเทศ ว่าหนึ่งในผู้สมัครที่ยื่นโพยให้ กกต. (ในระหว่างที่ กกต. เดินเก็บโพยพร้อมตักเตือนผู้สมัครถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงจะไม่สุจริต) น่าจะคือนายมงคล สุระสัจจะ ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา . หลังจากนั้น ประธานมงคล ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชนถึง 2 ครั้ง (17 มิ.ย. / 7 ก.ค.) ว่าใช่บุคคลในคลิปหรือไม่ โดยบอกให้นักข่าวกลับมาถามผม . ความจริง ผมเห็นว่าการที่ประธานมงคลไม่ตอบคำถามตรงๆ ก็น่าจะเป็นการยืนยันไปแล้วแบบหนึ่ง . แต่วันนี้ ผมได้รับหลักฐานจากคลิปใหม่ ที่เห็นหน้าคุณมงคลชัดเจน และยืนยันว่าบุคคลในคลิปนั้นคือคุณมงคล สุระสัจจะ 100% แบบสิ้นข้อสงสัย (ดู 10 วินาทีสุดท้ายของคลิป) . . [ คำถามที่ไร้คำตอบ คือคำตอบแบบหนึ่ง? ] . ในการตรวจสอบคดีโกง สว. ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นการเผยแพร่ข้อมูลจากหลายภาคส่วน เช่น: - คลิป กกต. เดินเก็บโพย จากผู้สมัคร สว. (facebook.com/reel/1505699581…) - ข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการโกง สว. รายจังหวัด (facebook.com/reel/1700087621…) - ข้อมูลจากพยานบุคคล 4 คน บนเวทีพรรคฝ่ายค้าน 2 สัปดาห์ก่อน (youtube.com/watch?v=fo7_gd0Y…) - ข้อมูลที่รวบรวมโดย iLaw เมื่อต้นสัปดาห์นี้ (facebook.com/iLawClub/posts/…) . ข้อมูลเหล่านี้ ประกอบไปด้วยหลายข้อกล่าวหาที่เจาะจงและพุ่งตรงไปถึง สว. นักการเมือง หรือ กกต. ที่ถูกเอ่ยชื่ออย่างชัดเจน . แต่แทนที่บุคคลสาธารณะดังกล่าว จะใช้วิธีการตอบคำถามหรือชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสังคม หลายคนกลับเลือกใช้วิธีหนีการซักถาม โบ้ย เบี่ยงประเด็น ฟ้องผู้ตั้งคำถาม หรือปล่อยข่าวไม่เป็นทางการเพื่อข่มขู่ผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ . กรณีตัวอย่างของประธานมงคล ชี้ให้เห็นชัด ว่าการที่บุคคลที่ถูกตั้งคำถามเลือก “ไม่ตอบคำถาม” ก็เป็นคำตอบแบบหนึ่ง . และหากวันไหนที่หลักฐานต่างๆปรากฏเองต่อสาธารณะโดยไม่ต้องรอฟังคำตอบจากท่านอีกต่อไป วันนั้น ท่านจะตอบคำถามได้ยากขึ้นแน่นอน . . . ใครสนใจ มาร่วมงานเจาะลึกหลักฐานเพิ่มเติมในคดีโกง สว. (ภาค 2) ของพรรคฝ่ายค้านได้ในวันอาทิตย์นี้ - ลงทะเบียนร่วมงาน: forms.gle/EQ2i3r3o1ZJwcJg7A
76
8,681
59
5,181
261,491