Pinned Tweet
ต้องซ้ำล่ะ
ช่วงนี้มีนักอ่านสนใจนวนิยายเรื่อง “ยัญพิธีเชือดแพะ” และมาถามไถ่ที่บูธบทจรในงานหนังสือกันไม่น้อย
งานเล่มนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่นักเขียน มาริโอ บาร์กัส โยซา บอกว่าเขาต้องทำงานหนักที่สุด ทั้งการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ เก็บข้อมูล สัมภาษณ์ผู้คนมากมาย จนออกมาเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่มีทั้งตัวละครที่เขาจินตนาการขึ้นและทั้งผู้คนซึ่งมีตัวตนอยู่จริงเป็นตัวละครในเล่ม
บทจรเคยแนะนำตัวละครเด่นๆ ในหนังสือเล่มนี้อย่างสั้นๆ จากเกร็ดที่นักเขียนมาริโอ บาร์กัส โยซาเคยพูดถึง หรือเขียนถึงไว้ตอนหนังสือออกใหม่ๆ เมื่่อหลายปีก่อน จึงขอนำมาเสนอนักอ่านที่สนใจอีกครั้ง
ใครเป็นใคร ใน “ยัญพิธีเชือดแพะ” (1/9)
มาริโอ บาร์กัส โยซา ได้ไปสาธารณรัฐโดมินิกันครั้งแรกราวปี 1974 เพื่อถ่ายทำหนังสารคดีเรื่องหนึ่ง ระหว่างนั้นเขาได้ฟังเรื่องที่ดูราวกับเป็นตำนานเล่าขานเกินจริงจนเขาเองก็ไม่สู้จะเชื่อนักจากผู้คนที่เขาพบ
เรื่องราวที่ว่าคือ สมัยที่เผด็จการตรูฆิโยยังมีชีวิตอยู่ เมื่อผู้นำเผด็จการเดินทางไปในแถบชนบท มีครอบครัวจำนวนไม่น้อยยกลูกสาวของตนเป็นบรรณาการแด่ตรูฆิโย
เมื่อบาร์กัส โยซามีโอกาสพบกับผู้เคยเป็นทหารใต้บังคับบัญชาตรูฆิโย เขาได้สอบถามถึงเรื่องราวนี้ ทหารผู้นั้นยืนยันว่าเป็นจริง และเรื่องนี้สร้างปัญหาให้ “ท่านผู้นำ” ด้วยไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดีกับเด็กสาวเหล่านี้ และท่านผู้นำไม่อยากปฏิเสธครอบครัวให้เสียน้ำใจ บางที “ท่านจอมทัพ” ตบแต่งเด็กสาวเหล่านี้ให้นายทหารไปก็มี
บาร์กัส โยซาถือตัวว่าเขาพอรู้เรื่องราวของเผด็จการในลาตินอเมริกามาบ้าง และเขาเองก็เคยใช้ชีวิตวัยเด็กภายใต้เผด็จการทหารที่เปรูมาก่อน ทั้งยังเคยนำประสบการณ์นี้มาเขียนเป็นนวนิยาย Conversation in the Cathedral และเขาก็ติดตามเรื่องราวเผด็จการละตินอเมริกาที่อื่นๆ มาก็ไม่น้อย แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ เขาเริ่มตระหนักว่าเรื่องราวสมัยเผด็จการของตรูฆิโยและสาธารณรัฐโดมินิกันต่างไปจากสถานการณ์ภายใต้เผด็จการที่อื่น
เมื่อเขาเริ่มค้นคว้าเรื่องราวเกี่ยวกับยุคสมัยตรูฆิโยมากขึ้น เขาพบว่านอกจากความโหดเหี้ยมอำมหิตที่เกินระดับผู้นำเผด็จการที่อื่นๆ แล้ว ความแตกต่างอย่างสำคัญอีกประการคือ ดูราวกับตรูฆิโยจะสามารถควบคุมความรู้สึกนึกคิดจิตใจของทั้งสังคมสาธารณรัฐโดมินิกันได้
เขาอยู่ในสถานะพระเจ้า
เมื่อโอกาสประจวบเหมาะ เขาเริ่มเขียน “ยัญพิธีเชือดแพะ” ด้วยความท้าทายสองอย่าง อย่างแรก เขาอยากเขียนนวนิยายที่มีผู้เผด็จการเป็นตัวละครหลัก ซึ่งเขายังไม่เคยทำมาก่อน (ใน Conversation in the Cathedral ตัวผู้นำเผด็จการไม่ได้ปรากฏในเรื่อง) และอย่างที่สอง เขาอยากเขียนถึงความสาหัสสากรรจ์ที่ผู้หญิงได้รับในยุคเผด็จการ
นี่ขาย DARK ให้ทุกคนที่รู้จักหมดอะ อยากให้ทุกคนได้ดูซีรีส์ที่ดีที่สุดที่คนบนโลกนี้เคยทำมา ไปดูกันเถอะ แล้วมาอ่านทวิตนี้ใหม่…จะรู้เลยว่าที่อวยไปไม่ได้เว่อสักนิด เปนซีรีส์ที่ควรดูสักครั้งในชีวิตก่อนตายอ่ะ แนะนำให้เปิดดูแบบหัวโล่งๆไม่รู้อะไรไปก่อนเลย รู้แค่ว่าจะไม่ผิดหวังจากมันก็พอ
To Color Me BLUE 🦋 retweeted
เคยพยายามดูรอบแรก ตามไม่ทันสักอย่าง เกือบถอดใจ เลยตัดสินใจลองสักตั้ง นั่งเอากระดาษมาจดชื่อคน วาดผังเอง วาดจุดเด่นใบหน้าตลคแต่ละอายุแล้วท่องชื่อทุกคนไว้
พอจำได้เท่านั้นแหละ เกทเลย EPกลางๆดูได้ยาวๆ ขอบคุณตัวเองที่ทำได้และได้เจอซีรีส์ที่ชอบมากที่สุดอันดับหนึ่งในโลก(เรา)จนทุกวันนี้
To Color Me BLUE 🦋 retweeted
ชอบ bookerprice ปีนี้นะ หรือเพราะเราอ่านหลายเล่ม // perfection เล่มที่ชวนdiscuss ความ perfectในยุค digital โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ทีพยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีผ่านสิ่งของ งาน activity เราพยายามมีไปเพื่ออะไร? บางที imperfection รึเปล่าที่ทำให้เรารู้สึกเป็นมนุษย์จริงๆ
ในภาพถ่าย ชีวิตของอันนากับทอมดูสมบูรณ์แบบ
อันนากับทอมเป็นคู่รักที่ย้ายไปปักหลักในเบอร์ลิน
ชีวิตของพวกเขาคือคำนิยามของความสมบูรณ์แบบ
อะพาร์ตเมนต์สว่างไสว เต็มไปด้วยต้นไม้
งานฟรีแลนซ์ด้านกราฟิกและสื่อดิจิทัล
ที่สร้างรายได้สนองรสนิยมอันประณีต
ไลฟ์สไตล์แบบรักษ์โลก
พวกเขาสร้างชีวิตที่น่าปรารถนา
และแบ่งปันภาพชีวิตนั้นให้โลกได้เห็นทางสื่อสังคมออนไลน์
แต่เมื่อเวลาผ่านไป งานเริ่มซ้ำซาก เพื่อนๆ ทยอยแยกย้าย
ความตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ค่อยๆ จางลง
อันนากับทอมเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
นี่คือนวนิยายว่าด้วยคนรุ่นหนึ่ง
กับ “ภาพลักษณ์” ที่ตัวเองสร้างขึ้น
เข้ารอบสุดท้าย International Booker Prize 2025
📖
ชีวิตสมบูรณ์แบบ
แปลจาก Le perfezioni
Vincenzo Latronico เขียน
นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล
เสกข์ศิลป์ ศรีสุขสันต์ พิสูจน์อักษร
antizeptic ออกแบบปก
ราคาปก 250 บาท
หนังสือจะเริ่มวางจำหน่ายที่บูธอ่านอิตาลี I-29 วันที่ 31 ต.ค. นี้
หนังสือเล่มนี้ได้รับเงินสนับสนุนการแปลจากกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของอิตาลี
Questo libro è stato tradotto grazie a un contributo del Ministero degli Affari Esteri e della Cooperazione Internazionale italiano.
ก็ว่าคุ้นๆ555 เล่มนี้ค้าบบ น้องติด International booker prize ปีที่แล้วด้วย
เป็นเรื่องอินฟูสองคนที่ย้ายมาอยู่เบอร์ลิน ใช้ชีวิตอยู่บน social media ทุกอย่างในชีวิตต้องเนี๊ยบต้องมู้ด pinterest ต้องถ่ายรูปแล้วโชว์คนอื่นได้/ พูดเรื่องตัวตนกับโลกโซเชียล ชนชั้น การย้ายถิ่นฐาน privilege
ในภาพถ่าย ชีวิตของอันนากับทอมดูสมบูรณ์แบบ
อันนากับทอมเป็นคู่รักที่ย้ายไปปักหลักในเบอร์ลิน
ชีวิตของพวกเขาคือคำนิยามของความสมบูรณ์แบบ
อะพาร์ตเมนต์สว่างไสว เต็มไปด้วยต้นไม้
งานฟรีแลนซ์ด้านกราฟิกและสื่อดิจิทัล
ที่สร้างรายได้สนองรสนิยมอันประณีต
ไลฟ์สไตล์แบบรักษ์โลก
พวกเขาสร้างชีวิตที่น่าปรารถนา
และแบ่งปันภาพชีวิตนั้นให้โลกได้เห็นทางสื่อสังคมออนไลน์
แต่เมื่อเวลาผ่านไป งานเริ่มซ้ำซาก เพื่อนๆ ทยอยแยกย้าย
ความตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ค่อยๆ จางลง
อันนากับทอมเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
นี่คือนวนิยายว่าด้วยคนรุ่นหนึ่ง
กับ “ภาพลักษณ์” ที่ตัวเองสร้างขึ้น
เข้ารอบสุดท้าย International Booker Prize 2025
📖
ชีวิตสมบูรณ์แบบ
แปลจาก Le perfezioni
Vincenzo Latronico เขียน
นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ แปล
เสกข์ศิลป์ ศรีสุขสันต์ พิสูจน์อักษร
antizeptic ออกแบบปก
ราคาปก 250 บาท
หนังสือจะเริ่มวางจำหน่ายที่บูธอ่านอิตาลี I-29 วันที่ 31 ต.ค. นี้
หนังสือเล่มนี้ได้รับเงินสนับสนุนการแปลจากกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของอิตาลี
Questo libro è stato tradotto grazie a un contributo del Ministero degli Affari Esteri e della Cooperazione Internazionale italiano.
To Color Me BLUE 🦋 retweeted
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง
วันที่เราสามารถเดินเข้าร้านอาหาร
และสั่งอาหารโดยไม่ต้องดูราคา
เพราะทั้งร้าน 50 บาททุกเมนู
2. เลือกเส้นทางอาชีพใหม่
3. เงินสด 99 ล้าน สาทุบุนโยเร
เสพงานหนังสืออยู่บ้านแอบฟินไปกับบรรดาบุ๊คฮอลของหลายๆ คน แค่ดูว่าเค้าซื้ออะไรกันบ้างกระผมก็สุขใจเกิ้น
To Color Me BLUE 🦋 retweeted
ในที่สุด ADÉLA ก็ tv debut ที่เมกา 🥺
จากเด็กสาวประเทศเล็ก ๆ ตกรอบแรกรายการเกิร์ลกรุ๊ป สู่ศิลปินเดี่ยวมาแรงแห่งยุค เพลงขึ้นชาร์ต world tour sold out หมด nicole kidman รู้จักและพูดถึง แล้วชีโคตร pop star quality อะ ร้อง เต้ต ทำได้หมด มีเสน่ห์มากก
นับถืออาต๋อย ไตรภพ สองอย่างสำหรับเราคือ แกไม่ทิ้งลูกน้อง และแกมีแพชชั่นที่จะเริ่มต้นใหม่เสมอ แล้วคือ การเริ่มต้นในอายุ 72 แม่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ตัวชั้นเองที่อายุเท่านี้ยังดำเนินชีวิตด้วยความท้อแท้แม่งทุกวัน 🥹



































