Noom (@chuthaphong) header
Noom (@chuthaphong) profile picture
Joined August 2010
Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)Photo by Noom (@chuthaphong)
จู๋อมชมพูของต้าวเด็กน้อยหอมจังครับ โดนเด็กขี้เงี่ยนจับ ยสตน เสียววว 🍑💦 Sweet pink dick 🍌
657
2,533
39,003
เหล็กแค่นี้กันรถที่วิ่งมาเป็นร้อยไม่ได้นะ เขาทำไว้กันส่งของเข้าไป ส่วนวิธีการมีมากมายไม่ใช่แค่ขว้างของเข้าไป
เรือนจำคลองไผ่ คุกสำหรับนักโทษคดีร้ายแรง ไม่ได้ป้องกันนักโทษปีนขึ้นมอเตอร์เวย์ M6 แต่ป้องกันไม่ให้รถพุ่งชนกำแพงกั้นแล้วตกลงไปบนคุก ทำให้นักโทษแหกคุกออกมาได้ระหว่างชุลมุน
119
ของจริงก็มีทำไมใช้ภาพ AI
ชื่อเรือพระที่นั่งเรียงจากซ้ายไปขวา📷📷 1.เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 2.เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ 3.เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช 4.เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์
1
1
236
Noom retweeted
มีคลิปวีดิทัศน์อธิบายภูมิศาสตร์ของเมืองว่าด้วยการระบายน้ำ (แปะด้านล่าง) ทำดีมากเลย ได้ 4,000 วิว ในขณะที่ทวีตแบบนี้ได้ 260,000 วิว 😮‍💨
ผลของการให้ชานเมืองรับน้ำ ก็อัมพาตกันไปแบบนี้อ่ะค่ะมึง คนชานเมืองออกไปทำงานกลางเมืองไม่ได้ rider คนงานก่อสร้าง พนักงาน office พนักงานในสนามบิน ก็ไม่ต้องมีใครมาทำงาน ให้ถนนมันโล่งไปแบบนั้นแหละ ให้มึงวิดน้ำหมดโซนแพงๆ ด้วย แต่ถ้ามึงเอาน้ำมาถมชานเมืองที่มี feed คนเข้าไปทำงานในตัวเมืองไม่รู้ต่อกี่คนๆ ต่อวัน ก็รับสภาพไปงี้แหละ rider ไม่ต้องมีวิ่ง ขนส่งก็ขาดคน สนามบินก็กระเป๋ากอง ไฟลท์ดีเลย์ รักกลางเมืองมากนักมึงก็รักไป แต่ชานเมืองไม่รอด กลางเมืองก็พิการตามไปติดๆ อ่ะค่ะ คลองก็คลองเดียวกันแต่ชานเมืองท่วมเอาๆ ไม่มีลด อีกลางเมืองอวดเอาๆ แห้งแร๊ววว แห้งแร๊ววว อ่อ จ้า น้ำมาอยู่แม่งชานเมืองหมดนี่แหละ
2
194
4
121
48,773
กรุงเทพมีคลองหลัก ๆ ที่รับน้ำจากตะวันออกไปลงแม่น้ำเจ้าพระยา แค่ 2 คลอง คือคลองแสนแสบ และคลองพระโขนง(ช่วงนอกเมืองชื่อคลองประเวศบุรีรมย์) แม้ทั้งสองคลองจะสามารถไหลไปฉะเชิงเทราลงแม่น้ำบางปะกงได้ในยามวิกฤติ แต่ในช่วงนี้ฉะเชิงเทราก็หนักไม่แพ้กัน น้ำทั้งหมดเลยต้องมาออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่คลองพระโขนงที่เดียว มีสถานีสูบน้ำออก เป็นปลายทางของอุโมงค์ระบายน้ำด้วย ในช่วงฝนตกที่ผ่านมาในเมืองหลายจุดมันไม่ได้ท่วมตั้งแต่แรก เพราะใกล้แม่น้ำ สูบน้ำออกตลอด แต่ชานเมืองมักเป็นแอ่ง ที่ต่ำกว่า น้ำเลยขังและไหลออกช้า ทางออกของทั้งสองคลองมีจุดเดียวคือคลองพระโขนง ถ้าไม่ให้ปลายทางซึ่งอยู่ในเมืองสูบน้ำออก แล้วน้ำต้นทางที่อยู่ชานเมืองจะไหลมาได้ยังไง มันไม่มีทางระบายไปทางอื่น เพราะหนักด้วยกันทุกพื้นที่ มันต้องออกไปตามคลองแล้วสูบออกที่คลองพระโขนงเท่านั้นในสถานการณ์ตอนนี้ ที่บอกว่าปิดประตูน้ำให้น้ำขังในโชนตะวันออก บอกมาเลยว่าประตูไหนปิด ดูตลอดตั้งแต่ช่วงฝนตกไม่มีประตูไหนปิดนะ แล้วถ้าจะหมายถึงประตูกั้นระหว่างคลองกับแม่น้ำเจ้าพระยา จะให้เปิดจริง ๆ หรอ น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าน้ำในคลอง สูงกว่าหลายพื้นที่เลยนะ
ผลของการให้ชานเมืองรับน้ำ ก็อัมพาตกันไปแบบนี้อ่ะค่ะมึง คนชานเมืองออกไปทำงานกลางเมืองไม่ได้ rider คนงานก่อสร้าง พนักงาน office พนักงานในสนามบิน ก็ไม่ต้องมีใครมาทำงาน ให้ถนนมันโล่งไปแบบนั้นแหละ ให้มึงวิดน้ำหมดโซนแพงๆ ด้วย แต่ถ้ามึงเอาน้ำมาถมชานเมืองที่มี feed คนเข้าไปทำงานในตัวเมืองไม่รู้ต่อกี่คนๆ ต่อวัน ก็รับสภาพไปงี้แหละ rider ไม่ต้องมีวิ่ง ขนส่งก็ขาดคน สนามบินก็กระเป๋ากอง ไฟลท์ดีเลย์ รักกลางเมืองมากนักมึงก็รักไป แต่ชานเมืองไม่รอด กลางเมืองก็พิการตามไปติดๆ อ่ะค่ะ คลองก็คลองเดียวกันแต่ชานเมืองท่วมเอาๆ ไม่มีลด อีกลางเมืองอวดเอาๆ แห้งแร๊ววว แห้งแร๊ววว อ่อ จ้า น้ำมาอยู่แม่งชานเมืองหมดนี่แหละ
1
158
5
70
16,512
ก็ถ้าไม่เอาน้ำที่ใกล้แม่น้ำสูบทิ้งแม่น้ำไปก่อน น้ำที่อยู่ไกลออกไปจะเข้ามาถึงเครื่องสูบน้ำได้ยังไง
ตอนฝนตกใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ฝนหยุดแล้ว กทมเลยค่อย ๆ ระบายกลางเมืองออกก่อนค่ะ อย่างลาดกระบัง คือต้องรอพระขโนงพร่องน้ำ ถึงจะระบายออกได้ เลยกักไว้แบบนั้นรอระบายทีหลัง อย่างเราทางลำลูกกาสายไหม คลองเอาไว้ระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต้องรับน้ำเหนือ และปิดประตูกันเข้ากทมชั้นใน ก็จะระบายได้ช้า
1
229
หลายสนามบินที่มีการขยาย ปรับปรุงนู่นนี่ ช่วงที่ผ่าน มักจะเน้นสร้างภายนอก แต่ระบบภายในไม่ครบ ใช้งานได้ไม่เติมประสิทธิภาพ ค่อยมาซื้อเพิ่มทีหลัง เช่น Sat 1 ไม่มีสายพานกระเป๋าขาเข้า มีแต่ขาออก ขาออกกระเป๋ามาตามสายพานเป็นระบบอัตโนมัติจากอาคารผู้โดยสารมาที่ Sat1 ขาเข้าต้องขนใส่รถวิ่งไปที่อาคารผู้โดยสาร
รัฐบาลเร่งยกระดับสนามบินขอนแก่นสู่มาตรฐานสากล เดินหน้าติดตั้งระบบ ILS หลังล่าช้ากว่า 10 ปี เพิ่มความปลอดภัยการบิน–รองรับการเติบโตเศรษฐกิจและท่องเที่ยวอีสาน . วันนี้ (6 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัย เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการเดินทาง และส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของท่าอากาศยานขอนแก่น พร้อมหารือร่วมกับกรมท่าอากาศยาน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หน่วยงานในพื้นที่ และภาคเอกชน เพื่อเร่งผลักดันการพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่นให้เป็นประตูการเดินทางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองโฆษกฯ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดเป็นพิเศษ คือ การติดตั้งระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศ ILS/DME (Instrument Landing System/Distance Measuring Equipment) ซึ่งเป็นระบบสำคัญที่ช่วยให้อากาศยานสามารถขึ้น-ลงได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีหมอก ฝนตกหนัก หรือสภาพอากาศที่มีทัศนวิสัยต่ำ ช่วยลดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและการบินวนรอก่อนลงจอด “โครงการนี้ล่าช้ามานานกว่า 10 ปี ส่งผลให้จังหวัดขอนแก่นและประเทศสูญเสียโอกาสในการแข่งขันด้านการบินและการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค รัฐบาลจึงเร่งผลักดันให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว” รองโฆษกฯ กล่าว ทั้งนี้ นายภัทรพงศ์ได้เร่งประสานและหารือกับกองทัพบก เพื่อขอใช้พื้นที่ศูนย์พัฒนากีฬา กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมสำหรับการติดตั้งระบบดังกล่าว พร้อมกำชับให้กรมท่าอากาศยานและบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เร่งดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้โดยเร็วที่สุด รองโฆษกฯ กล่าวว่า นอกจากการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินแล้ว กระทรวงคมนาคมยังได้หารือถึงแนวทางเพิ่มศักยภาพของท่าอากาศยานขอนแก่นในหลายมิติ ทั้งการรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ การเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ และการสร้างความร่วมมือกับสายการบินและภาคธุรกิจ เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินตรงสู่เมืองหลักและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ขณะเดียวกัน ยังได้เชิญชวนภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการ “Fly and Drive” ซึ่งกระทรวงคมนาคมดำเนินการร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว เชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศกับการเดินทางภาคพื้น และสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เติบโตมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันท่าอากาศยานขอนแก่นสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุดประมาณ 5 ล้านคนต่อปี และรองรับอากาศยานทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน รวมถึงการปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารให้สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569 “รัฐบาลมุ่งยกระดับสนามบินภูมิภาคให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล เพื่อเพิ่มความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับสายการบินและผู้โดยสาร ตลอดจนสนับสนุนการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่นและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว. #nbtconnext
134
ไม่ต้องเติมเงินเข้าเป๋าตังค์ละวันนี้ – at Min Buri, Thailand
75
ยืนคิดไปคิดมาตรงหน้าประตูเข้าออฟฟิศ ตรงนี้แหละเป็นจุดที่เราตัดสินใจลาออก
อยากถามคนที่ตัดสินใจลาออก อะไรที่ทำให้เราไปถึงจุดนั้น??
193
เหมือนหลายคนจะเข้าใจผิดเรื่องเส้นทแยงห้ามจอดนะ มันไม่ใช่ว่า ไฟเขียว คันหน้าวิ่งก็วิ่งตามคันหน้าไป พอไฟแดง เอ้าทำไงได้ละก็ตามคันหน้ามาตอนไฟเขียว พอไฟแดงมันก็เลยทับเส้นพอดี สิ่งที่ถูกต้องคือ ต่อให้ไฟเขียวรถข้างหน้าวิ่งออกไปแล้ว แต่เราต้องรอให้คันหน้าพ้นเส้นทแยงไปก่อนและมีพื้นที่พอให้รถเราวิ่งไปได้โดยไม่จอดทับเส้น ถ้าพื้นที่ไม่พอเราก็ต้องรอก่อน ใช้กับทุกที่นะ ไม่ใช่แค่เส้นทแยงห้ามจอด ทางม้าลาย แยกไฟแดงก็ต้องทำแบบนี้ โดยเฉพาะแยกไฟแดงนี่เราต้องประเมินแบบกว้างเลยว่าถ้าวิ่งไปแล้วเราจะเลยแยกไหม ตามแยกมันถึงได้มีรถท้ายแถวไปจอดขวางกลางแยก อีกฝั่งที่ไฟเขียวก็มาไม่ได้ แล้วมาบอกว่าก็วิ่งออกมาตอนไฟเขียวค้างอยู่กลางแยกแล้วมันแดงจะให้ทำไง นี่แหละขับผิดกันมาตลอด แล้วมันไม่เกี่ยวว่ากฎนี้จะใช้กับถนนรถน้อย ถนนรถเยอะก็ใช้
21
1,920
52
727
97,798
วันก่อนลงเพจเรื่องนี้่ มีคนทักมาด่าว่าควายขับรถไม่เป็น
3
1
19
6,180
ที่นี่ที่ไหน
3
313
สีทอง ๆ บนเพดานที่ติดไฟ เห็นแล้วนึกถึงอินดอร์ สเตเดียม หัวหมากเลยแหะ
Replying to @pradhom
สกาล่าเองโดดเด่นด้วยโครงสร้าง ประกอบกับการประดับตกแต่งแบบ 'อาร์ตเดโค (Art Deco)' ในช่วงท้าย ๆ อย่าง 'ดาวเพดาน' ที่ทำจากโลหะ 'โคมระย้าแก้ว' สุดจะอลังการ และประติมากรรมนูนต่ำ 'Asia Holiday' โดยศิลปินชาวฟิลิปปินส์ Vergikio Ver Manipol 'Ver. R. Manipol' และ Federico R Tagala (5)
258
เปิดร้านมา 2-3 วัน ยำวุ้นเส้นขายดีมาก – at Min Buri, Thailand
103
มาดูกระโดดน้ำสปริงบอร์ดชาย เหรียญทอง - มาเลเซีย เหรียญเงิน - ไทย เหรียญทองแดง - เวียดนาม – at Saen Saep, Thailand
93
ลุ้นแก้มป่องเน้ยยยยยยยยย ตัวเท่านิ 🤏🏻 KENGNAMPING AT GOODBYE #GOODBYEตายไม่รู้ตัวxเก่งน้ำปิง
62
93
2,221
ไม่มี้ ไม่มีใครแบ่ง 😢 #KengHarit
5
2,154
55
3,662
75,155
สังเกตในภาพนี้มีรถสาธารณะคันเดียว – at Min Buri, Thailand
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ผมและพี่ ๆ เพื่อน ๆ จากเพจต่าง ๆ ได้เข้าพบผู้บริหาร ทอท.อย่างที่ได้ลงไปก่อนหน้านี้ จุดประสงค์ของการเข้าพบผู้บริหาร ทอท.ครั้งนี้คือ สังเกตเห็นมาตลอดว่านับวันปัญหารถติดหน้าอาคารผู้โดยสารมันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งคงจะเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนผู้โดยสารที่กลับมาเพิ่มขึ้นหลังโควิด แต่ระบบขนส่งมวลชนก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ของสนามบินดอนเมืองปรับจุดจอดไปจอดจุดเดียวไกลมากอีก พอได้ไปสนามบินต่างประเทศ เอาเฉพาะที่เคยไปผมก็ไม่เคยเจอสนามบินไหนที่ถนนหน้าอาคารรถแน่นขนาดนี้ แล้วสนามบินอื่นเขามีถนนแค่ไม่กี่ช่องจราจรด้วย สุวรรณภูมิชั้นละ 8 ช่องจราจร 2 ชั้น 10 ช่องจราจร 1 ชั้น อะไรที่สนามบินไทยต่างกับสนามบินต่างประเทศ ก็พบว่าแทบทุกสนามบินมีระบบขนส่งมวลชนนอกเหนือจากระบบราง คือมีรถโดยสารประจำทางมาจอดรับส่งผู้โดยสารถึงหน้าอาคาร รับกระเป๋าแล้วขึ้นรถเมล์หรือลงรถแล้วเช็คอินได้เลย ส่วนของสุวรรณภูมิมีรถเมล์ 1 สาย ที่มารับส่งหน้าอาคาร นอกนั้นจะต้องต่อ shuttle bus ออกไปที่ bus terminal ใช้เวลาทั้งรอรถ ทั้งการเดินทาง กว่าจะไปถึง ยังไม่นับว่าไม่มีข้อมูลบอกให้ผู้โดยสารรู้อีกว่าที่ Bus Terminal มีรถไปไหนได้บ้าง ส่วนดอนเมืองอย่างที่บอกว่าปัจจุบันปรับจุดจอดไปจอดที่ Service Hall จุดเดียว จากอาคาร 2 ต้องเดินไกลถึง 500 เมตร เป็นจุดจอดที่เฉพาะรถเมล์ตระกูล A เข้ามาจอด แต่ถนนวิภาวดีหน้าอาคารมีรถเมล์อีกหลายสายผ่าน แต่กลับไม่มีทางเดินที่ดีออกไป แล้วสุวรรณภูมิ ดอนเมืองก็มีระบบรางอยู่แล้วนี่ ไม่พอหรอ ระบบรางมีข้อจำกัดคือเวลาการให้บริการ กลางคืนไม่มีรถไฟวิ่ง และความครอบคลุมพื้นที่ คือต่อให้เรามีรถไฟฟ้า 10 สาย แต่มันก็จะมีพื้นที่ที่รถไฟฟ้าเข้าไม่ถึง บางพื้นที่รถเมล์ก็ไปได้เร็วกว่า การเพิ่มสายง่ายกว่า ต้นทุนน้อยกว่ารถไฟฟ้า สามารถเชื่อมพื้นที่หลายจุดในเมืองกับสนามบินได้ สนามบินไม่ใช่ที่สำหรับผู้โดยสารเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีคนที่ต้องเดินทางไปทำงานในสนามบินอีกหลายพันคน ยิ่งผู้โดยสารเพิ่ม คนก็เพิ่ม การไม่มีขนส่งมวลชนที่ดีมารองรับ แต่กลับไปเน้นให้บริการรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นรถเช่า แทกซี่ แอปเรียกรถต่าง ๆ ก็ยิ่งเพิ่มจำนวนรถเข้ามาหน้าอาคาร เราจะทำช่องจอด ทำถนนมารับอีกเท่าไรมันก็ไม่พอ รถมันก็ติดเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ แน่นอนว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สนข. กรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางราง ทอท. หรือแม้แต่พฤติกรรมของรถส่วนตัวที่เข้ามารับส่งหน้าอาคารก็มีส่วน ดังนั้นเลยเริ่มจากการไปคุยกับเจ้าของพื้นที่ก็คือ ทอท.ก่อน อยากจะไปนำเสนอปัญหา และเสนอแนะแนวทางแก้ไข ในฐานะผู้ใช้งาน โดยวางไว้ 4 ประเด็น 1.การแก้ไขปัญหารถเมล์ในปัจจุบัน 2.เสนอแนวทางแก้ปัญหาในอนาคต 3.แผนพัฒนาสนามบินในอนาคต 4.ปัญหาอื่น ๆ ในสนามบิน (เนื่องจากเวลาไม่พอ ประเด็นนี้ไม่ได้พูดถึง) ฝั่ง ทอท.มีผู้บริหารมาร่วมประชุมดังนี้ 1.ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. 2.ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานดอนเมือง 3.รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูิม สายการพานิชย์ 4.ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารการขนส่ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 5.ผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารการขนส่งสาธารณะ ท่าอากาศยานดอนเมือง 6.ผู้อำนวยการ ฝ่ายแผนพัฒนาท่าอากาศยาน ฝั่งเพจต่าง ๆ มีดังนี้ 1.Render Thaialand 2.BKK Bus Photographer 3.Bangkokbusclub. com ชุมชนคนรักรถเมล์ 4.รถเมล์ไทย Rotmaethai 5.โครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure 6.Bangkok On Site 7.Hflight 8.Outsider's Aviation รายละเอียดผลการพูดคุยในเรื่องรถเมล์ @bkk_bus ลงไว้แล้ว โดยสรุปคือ ด้วยความคับแคบของทั้งสุวรรณภูมิ ดอนเมืองในปัจจุบัน ทอท.ยังไม่มีแนวคิดปรับจุดจอดรถเมล์ให้ใกล้อาคารผู้โดยสารมากกว่านี้ แต่ยังคงเน้นการเพิ่มจุดจอดแอปเรียกรถต่าง ๆ Bus Termninal ที่อยู่ไกล เป็นผลมาจากการออกแบบในอดีต สิ่งจะทำได้คือการปรับปรุงต่าง ๆ ตามที่พวกเราเสนอ และจะมีการประสานงานกับผู้เดินรถเอกชนมากขึ้น เรื่องป้ายข้อมูลของแต่ละสาย ทอท.บอกว่ายินดีที่จะปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่อยู่บนป้ายเป็นข้อมูลที่เขามี และไม่มีใคร (ผู้เดินรถ) ส่งข้อมูลอัปเดตให้ ทอท.อีกเลย ควรจะมีคนกลางที่คอยอัปเดตข้อมูลให้ (ความเห็นผม ก็ต้องเป็นหน้าที่กรมการขนส่งทางบก) ได้เสนอว่าในอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ ไม่มีป้ายบอกว่ารถเมล์ไปขึ้นยังไง ไปทางไหน มีแต่ป้ายพาไป shuttle bus แต่ไม่ได้บอกว่า shuttle bus นี้พาไปไหน เรื่องนี้ ทอท.รับจะไปแก้ไข และได้เสนอว่าควรมีป้ายบอกว่ารถเมล์ที่ Bus Terminal มีสายอะไรไปไหนได้บ้าง เพราะผู้โดยสารจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกไปขึ้นรถเมล์ หรือขึ้น Airport Link หรือแทกซี่ เรื่องนี้ ทอท.ไม่เห็นด้วย มองว่าจะเป็น over signage และมองว่าผู้โดยสารจะตัดสินใจตั้งแต่แรกว่าจะเดินทางต่อโดยขนส่งรูปแบบไหน แต่ผมเห็นว่าเรื่องนี้ถ้าไม่มีข้อมูลบอก ผู้โดยสารจะตัดสินใจได้อย่างไร แต่มาคิดทีหลังว่าน่าจะมีความเข้าใจผิด คือไม่ได้หมายถึงต้องเอาสายรถกับปลายทางไปใส่ในทุกป้ายที่บอกว่าไปรถเมล์ แต่หมายถึงติดป้ายที่จุดจอด Shuttle Bus ที่จะต่อไป Bus Terminal ให้ผู้โดยสารรู้ว่าไปแล้ว มีรถสายอะไร ปลายทางที่ไหนบ้าง เรื่องนี้จะพูดคุยทำความเข้าใจกับ ทอท.ต่อไปครับ ทอท.ยืนยันว่าในการพัฒนาสนามบินในอนาคตทั้งดอนเมือง เฟส 3 และอาคารผู้โดยสารทิศใต้สุวรรณภูมิ จะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ได้ฝากไปถึงการพัฒนาสนามบินอื่น ๆ ของ ทอท.ด้วย ปัจจุบันหลายเมืองก็เริ่มมีรถประจำทางให้บริการแล้ว นอกจากเรื่องรถเมล์ ก็ได้เสนอเรื่องจุดชมเครื่องบิน ทอท.รับว่าจะไปดูว่าจุดไหนทำได้บ้าง ซึ่งสุวรรณภูมิ ภูเก็ตสามารถทำได้เลย และการออกแบบอาคารในอนาคตก็จะพยายามให้มีจุดชมเครื่องบิน ผมได้ถามไปตรง ๆ ว่า ทอท.มีปัญหากับการดูเครื่องบินของประชาชนหรือเปล่า ทอท.ยืนยันว่าไม่มีปัญหา แต่ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย และมีเรื่องกฎของสำนักงานการบินพลเรือนมาเกี่ยวข้องด้วย ทอท.รับว่าจะมีการปรับการสื่อสารให้ดีกว่านี้ ทั้งเรื่องนี้และอีกหลาย ๆ เรื่องครับ เรื่องอื่น ๆ ในการประชุมจะเป็นเรื่องแผนพัฒนา เดี๋ยวจะเอามาลงอีกที ส่วนปัญหาอื่น ๆ ในสนามบิน เนื่องจากเวลาไม่พอเลยไม่ได้คุยประเด็นนี้ แต่จะส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ทาง ทอท.อีกครั้งครับ ส่วนประเด็นเรื่องรถเมล์เข้าออกสนามบิน ผมยังคงตามเรื่องนี้ต่อ ในครั้งต่อไปจะขอเข้าพบเพื่อพูดคุยกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ
1
1
241
ใช้ Samsung note 9 ตั้งแต่ 2018 ตอนนี้ส่งต่อให้พี่ใช้ ก็ยังใช้ได้ดีลื่น ๆ เหมือนเดิม ตอนนี้ใช้ S22 ก็ยังปกติดี มันต้องตอนไหนถึงจะไม่เสถียรหรอ
ส่วนตัวนี่ไม่ได้ royalty นะ แต่ apple มีจุดเด่นที่ฝั่ง ss หรือ android อื่นๆยังให้ไม่ได้คือความเสถียร ของ ss ใช้ไปครบ 1 ปี ระบบจะอืดขึ้นแบบชัดเจนเลย ถามทุกคนเป็นทุกคน ในขณะที่ apple ไม่เป็น คนรอบข้างนี่ก็ใช้เพราะมันทนนี่แหละ จากใจลูกค้า ss ที่เพิ่งเปชี่ยนมาใช้ ip ตอน ip12
224
เล่าที่มาแนวคิดที่เสนอแบบนี้ จริง ๆ ตรงตลิ่งชันนี่มองมาสักพักใหญ่แล้วว่ามันควรจะเป็นยังไงดี ด้วยทำเลด้วยอะไร ถ้าเป็นประเทศอื่นมันคงเป็นจุดศูนย์กลางของย่านนั้นไปละ สายสีเขียวที่วิ่งในแนวราชพฤกษ์มันทำหน้าที่กึ่ง ๆ feeder ละ คือไม่เข้าเมืองตรง ๆ แต่วนไปเข้าเมืองสาทร แล้วก็เชื่อมสายนั้นนี่เพื่อเข้าเมือง มันผสมปนไปหมดรถ Metro วิ่งมาชานเมือง สถานีถี่ นึกภาพแบบนั่งจากคูคตเข้าเมืองเมื่อไรจะถึง เชื่อมน้ำเงินบางหว้าโอเค สะดวกอยู่ (ทำให้สะดวกกว่านี้ได้แต่เอาเถอะไม่แย่) แต่ตลิ่งชัน เห้ยมันไม่ได้เลยห่างกันขนาดนี้ แต่ก็เข้าใจได้ด้วยกายภาพพื้นที่ เลยมามองโจทย์หลักว่า สายสีแดงนี่มันจะเข้าเมืองได้เร็วมากเลย สำหรับคนอยู่โซนราชพฤกษ์ทางเหนือ 3 สถานี ถึงสถานีกลาง สถานีที่อนาคตมันต่อไปสนามบินไปความเร็วสูงได้ 6 สถานีถึงพญาไท 8 สถานีถึงอโศก-เพชรบุรี ละ (อนาคตต้องบวกเพิ่มอีก 2 สถานี) หรือจะไปทางศิริราชต่อส้มเข้าเมือง 8 สถานีก็ถึงราชเทวีละ 9 สถานีถึงแระตูน้ำ แต่การเข้าเมืองด้วยสายสีเขียว 17 สถานี ถึงสีลม 19 สถานี ถึงสยาม ถ้าต้องใช้เดินทางไปทำงานทุกวัน เวลามันต่างกันมากเลย เราคงตื่นสายได้นิดนึง เพราะเข้าเมืองได้เร็วกว่าหน่อยไรงี้ เลยตั้งธงไว้ว่าสถานีสีเขียวต้องอยู่ที่เดียวกับสถานีสีแดงเท่านั้น มันถึงจะเกิดการเดินทางที่สะดวกจูงใจคนให้มาใช้ได้ แล้วมันจะเข้าไปได้ยังไง อย่างแรกมาดูพื้นที่ ไปดู EIA เก่าของสายสีส้มที่เคยมาถึงตลิ่งชัน ทั้งพื้นที่สถานีและแนวอุโมงค์ที่เข้า โอเคเราจะยึดตำแหน่งของสีส้มทั้งหมด คืออะไรที่มันจะติด มันก็คงติดตั้งแต่ตอนสายสีส้มออกแบบละ ถ้ามันผ่านไปถึง EIA ได้แล้ว ก็แปลว่าเคลียร์ อย่างที่สอง แล้วจะทำยังไงถ้าเลี้ยวเข้ามาแล้วจะต่อไปเชื่อมม่วงได้ยังไง วิ่งเข้ามาถอยกลับทำได้ไหม มีที่ไหนทำ ลองถามเพื่อน ๆ มาละ แต่พอมาดูว่าจะทำยังไงไม่ให้รางตัดกัน โอ้อันนี้ยากอยู่ เพราะระยะยกขึ้นมุดลงไม่พอ ถ้าจะให้อยู่ระดับแล้ววิ่งสับราง ถามจากหลายคน ได้ความเห็นว่ารถ Metro จะมาสับรางเยอะ ๆ แบบนี้ไม่ค่อยดี มีปัญหาการเดินรถ ระหว่างหาข้อมูลไปเรื่อย ๆ ก็เจอว่า ที่จริงส่วนต่อขยายมาถึงตลิ่งชันเนี่ย ผู้โดยสารน้อยมากเลย เมื่อเทียบกับความเป็นระบบใหญ่ถึงวิ่งในเมือง ก็คาดการณ์ว่าถึงปี 2594 ผู้โดยสารยังไม่ถึงสองแสนคนต่อวันเลย แล้วส่วนที่ต่อไปเชื่อมม่วงมันจะเหลือคนเท่าไร แล้วพอไปดูใน M-Map 2 บอกว่าส่วนต่อขยายเชื่อมม่วง จัดอยู่ในกลุ่มที่ค่อยมานั่งคุยกันว่าจะทำไหม ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ต้องทำ รวมกับปัญหาการออกนอกเขต กทม.อีก ถ้างั้นตัดส่วนต่อขยายนี้ไปเป็นสายใหม่ ให้ขนาดโครงการมันเล็กลง แล้วมาต่อเส้นทางไปปากเกร็ด ไปปทุมหรือไปถึง มธ.ไรงี้ มันก็ดูจะมีความคุ้มค่าที่จะทำมากขึ้น เพราะพอไปเทียบกับน้ำเงินพุทธมณฑล คาดการณ์ผู้โดยสารปีแรกที่เปิด ก็เยอะกว่าปี 2594 ของเขียวบางหว้า-ตลิ่งชันแล้ว แต่เขายังไม่ทำเลยอะบอกไม่คุ้ม ถ้าเป็นแบบนี้มันก็พอจะอนุมานได้ว่า สถานีตลิ่งชันบนราชพฤกษ์มันจะถูกทิ้งให้อยู่แบบนั้นไปตลอดอีกหลายสิบปีแน่ ๆ มันเสียของนะ ไปทิ้งไว้แบบนั้นไม่ได้สร้างต่อไป งั้นก็เอามาตัดจบที่ตลิ่งชันเลย แล้วอนาคตถ้าเผื่อรัฐบาบไทยถูกสลากออมสินรางวัลที่ 1 อาจจะพร้อมลงทุนหรือวางแผนเส้นทางใหม่ให้คุ้มค่าน่าลงทุน ก็ค่อยทำเลี้ยวเข้ามาเจอกันที่ตลิ่งชัน แล้วการใช้งานล่ะคนราชพฤกษ์อยากนั่งบีทีเอส ไม่ได้อยากนั่งสายสีแดง อันนี้คงต้องทำความเข้าใจเรื่องระบบรถไฟกันอีก ส่วนตัวมองว่าไม่ค่อยต่างจากคนที่บอกว่าทำไมไม่ต่อบีทีเอสจากสมุทรปราการมาถึงพัทยา พี่จะนั่งรถไฟจอดทุก 1 กิโลถึงพัทยาจริง ๆ หรอ ต้องทำความเข้าใจว่าตลิ่งชันมีทางเลือกเข้าเมืองได้อีกเยอะ ไม่ต้องอ้อมไปถึงสาทร แต่ถ้าใครสะดวกไปหรือต้องไปสาทรมันก็ไปได้ ไม่ใช่ไปไม่ได้ ถ้าส่วนต่อออกไปเป็นสายใหม่ มันก็แค่เปลี่ยนขบวนรถที่สามารถวางตารางเดินรถให้มันมาจอดพร้อม ๆ กันได้ ทำสถานีให้แค่เดิน 5-10 เมตร เพื่อเปลี่ยนขบวนได้ แล้วพอดูพื้นที่รอบ ๆ ตลิ่งชันมันก็ยังโล่ง ๆ อยู่นะ น่าทำเป็นฮับ สายใต้ก็ชอบย้ายบ่อย นี่ก็จะหมดสัญญาแล้ว ก็ย้ายมาไว้ตรงนี้สิ แล้วทำทางเชื่อมกับทางด่วน ทำสะพานเชื่อมถนนรอบ ๆ หลังจากโพสต์ไปก็มีพี่คนนึงมาคอมเมนต์ว่า ผังเมืองตรงสถานีตลิ่งชัย สายสีแดง เป็นผังเมืองสีแดงด้วย มันช่างเหมาะเจาะพอดีเลย ทำเป็น TOD พัฒนาพื้นที่ หรือจะทำบ้านเพื่อคนไทยก็ได้ข้างล่างเป็น บขส.เป็นท่ารถเมล์ ข้ามฝั่งไปมีรถไฟฟ้า 2-3 สาย มันเหมาะที่จะทำเป็นต้นแบบการพัฒนาศูนย์คมนาคมมาก ๆ เลย รู้แหละมันดูเพ้อฝันมาก บางคนอาจบอกเขาไม่ทำหรอกถ้าทำก็ทำไปตั้งนานแล้ว (ท้อเลยตอนมีคนพูดแบบนี้) เราก็รู้ว่ามันไปไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แต่ก็ไม่อยากปล่อยให้มันเละ ๆ เทะ ๆ ไปตลอดแบบนี้ ที่มาเล่านี่ก็ จริง ๆ แอบเห็นโดนด่าเยอะเหมือนกัน ก็เลยมาเล่าว่าเราคิดแบบนี้ ลองทำดูหลาย ๆ ทางเลือกแล้ว – at Min Buri, Thailand
เสนอ — ย้ายตำแหน่งสถานีตลิ่งชันสายสีเขียว ก่อนที่จะสายเกินไป 📷📷 จากที่ กทม.ได้ประกาศว่าจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็น ส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน ในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ผมมีหลายคำถามที่คงได้ไปถามในงาน เช่น การขยายสถานีสะพานตากสิน แต่สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญที่สุดคือ “ตำแหน่งสถานีตลิ่งชัน” ของสายสีเขียว ที่อยู่บนถนนราชพฤกษ์ ห่างจากสถานีตลิ่งชันประมาณ 1 กิโลเมตร ------------------ ก็เป็นเรื่องปกติของ กทม.ที่การวางแผนโครงการพวกนี้ จะยึดหลักว่าถูกที่สุด ง่ายที่สุด > การจะถูกที่สุดได้ก็จะต้องไม่เวนคืน แม้แต่เซนติเมตรเดียว โดยไม่ได้คำนึงถึงการใช้งานว่าจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ > การจะง่ายที่สุดได้ ก็ต้องคุยกับหน่วยงานอื่น ๆ ให้น้อยที่สุด แม้จะพูดคุยด้วยภาษาไทยเหมือนกันก็ตาม เราจะเห็นตัวอย่างจากการออกแบบสายสีเทาและสายสีเงิน ที่มีปัญหาการเชื่อมต่อ … และเช่นกันกับสายนี้ การที่สถานีที่ควรจะเชื่อมต่อกัน ห่างกันมากถึง 1 กิโลเมตร ไม่ทำให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนเลย สุดท้ายแล้วก็จะสูญเสียงบประมาณไปเปล่า ๆ เรามีระบบขนส่งมวลชนที่ต่างคนต่างทำแบบนี้มามากพอแล้ว เราควรจะเรียนรู้ได้แล้วว่าขนส่งมวลชนที่ประสิทธิภาพต้องทำอย่างไร ------------------ โครงการนี้ต่อขยายเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเขียวจากสถานีบางหว้า ไปตามถนนราชพฤกษ์ ข้ามทางพิเศษประจิมรัถยา ทางรถไฟสายใต้ สุดที่บริเวณซอยราชพฤกษ์ 24 ในแผนแม่บทรถไฟฟ้า M-Map 2 กำหนดให้มีส่วนต่อขยายอีกระยะจากบางหว้าไปเชื่อมกับสายสีม่วงที่ถนนรัตนาธิเบศร์ ในส่วนของสายสีแดงสถานีตลิ่งชัน ตั้งอยู่เข้าไปในทางรถไฟ บริเวณจุดตัดถนนฉิมพลี ------------------ มองเผิน ๆ อาจจะดูเหมือนว่าดีแล้วที่สถานีอยู่ที่เกาะกลางถนนราชพฤกษ์ จะได้ต่อเส้นทางได้สะดวก 📷 แต่ความเป็นจริง 📷 1. เส้นทางที่เลยจากตลิ่งชันไปออกนอกเขตกรุงเทพฯ เป็นจังหวัดนนทบุรี ซึ่ง กทม.ไม่มีอำนาจไปสร้างรถไฟฟ้านอกเขตตัวเอง ที่ผ่านมาส่วนต่อขยายคูคต และสมุทรปราการ ก็ต้องโอนส่วนที่อยู่นอกพื้นที่กรุงเทพให้ รฟม.ทำ แม้สุดท้ายจะใช้กฎหมายพิเศษในการโอนกลับมาให้ กทม. แต่ปัญหาต่าง ๆ ก็ยังมีอยู่ถึงทุกวันนี้ 2. สายสีเขียวเป็นรถไฟฟ้าแบบ Heavy Rail คือมีความจุผู้โดยสารสูง เหมาะสำหรับในเมืองที่มีที่อยู่อาศัย ย่านธุรกิจ ออฟฟิศที่หนาแน่น การต่อขยายเส้นทางออกไปจากตลิ่งชัน ที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า (ต้องมีคนมาบอกว่าความหนาแน่นน้อยได้ไง หมู่บ้านตั้งเยอะ ให้นึกภาพราชพฤกษ์เทียบกับสุขุมวิทดูนะครับ) ก็เป็นสิ่งที่สิ้นเปลือง แม้แต่ตัวโครงการช่วงบางหว้า-ตลิ่งชันเอง ก็คาดการณ์ผู้โดยสารไว้แค่ 80,000 คนเท่านั้น ทั้งที่ระบบสามารถรองรับผู้โดยสารได้หลายแสนคน ขนาดช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน คาดการณ์ผู้โดยสารแค่ 80,000 คนต่อวัน ส่วนต่อขยายที่เลยจากตลิ่งชันไปก็จะน้อยกว่านี้ ทำให้โครงการส่วนต่อขยายตลิ่งชัน-รัตนาธิเบศร์ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะลงทุนสูง และความคุ้มค่าต่ำ ดูตัวอย่างจากสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย พุทธมณฑลสาย 4 ทุกวันนี้รัฐยังบอกว่าไม่คุ้มค่าที่จะทำอยู่เลยนะครับ สถานีตลิ่งชันของสายสีเขียวที่ทิ้งไว้กลางถนนราชพฤกษ์ก็จะถูกทิ้งไว้แบบนั้นต่อไป ไม่ได้เกิดประโยชน์ที่อุตส่าห์มาตั้งสถานีห่างตั้ง 1 กิโล เพื่อรอขยาย ------------------ 📷 ก็จะขอเสนอดังนี้ 📷 1. ย้ายสถานีตลิ่งชันเข้ามาอยู่ติดกับสถานีตลิ่งชันสายสีแดง บริเวณที่เคยจะเป็นพื้นที่สำหรับสายสีส้ม และตัดจบสายนี้ไว้แค่นี้ ส่วนจากตลิ่งชันไปรัตนาธิเบศร์ ให้เป็นสายใหม่เป็น LRT (Light Rail) มีความจุน้อยกว่า เหมาะกับพื้นที่ ค่าก่อสร้างถูกกว่า (LRT มีหลายแบบมีล้อเหล็กรางเหล็ก ไม่ได้มีแต่ Monorail) แล้วเส้นทางก็อาจจะลากไปถึงปากเกร็ด หรือปทุมธานีได้ เมื่อต้นทุนน้อยลง ความคุ้มค่าในการทำโครงการก็จะมากขึ้น 2. สถานีตลิ่งชันก็ออกแบบให้เป็นชานชาลากลาง สำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนจาก LRT ไปสายสีเขียวได้สะดวก และทำให้ผู้โดยสารที่อยู่ในแนวเส้นทาง มีตัวเลือกเปลี่ยนสายเป็นสายสีแดงได้ เพราะสายสีแดงจะทำให้การเข้าไปถึงใจกลางเมืองเร็วกว่ามาก ไม่ต้องนั่งสายสีเขียวผ่านทีละสถานีและวิ่งช้ากว่า กว่าจะจะไปถึง สีลม สยาม หรือถึง LRT ไม่ได้สร้าง ก็ไม่เสียของเพราะสายสีเขียวได้เชื่อมกับสายสีแดงใกล้ๆ สะดวก จูงใจให้คนมาใช้ขนส่งมวลชน 3. พื้นที่โดยรอบสถานีตลิ่งชันสายสีแดง ยังมีที่โล่งอยู่มาก สามารถพัฒนาเป็นฮับตลิ่งชัน มีรถไฟฟ้า 2-3 สาย มี Bus Hub หรือรวมถึงการย้าย บขส.สายใต้มาไว้ที่นี่แล้วทำทางเชื่อมต่อตรงกับทางด่วน ก็จะสะดวกมาก ------------------ อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรุงเทพมหานครและสำนักการจราจรและขนส่ง ในฐานะเจ้าของโครงการ และ กรมการขนส่งทางราง กระทรวงคมนาคม ผู้วางแผนแม่บท พิจารณาโครงการนี้ให้ดี ไม่ให้เป็นภาระประชาชนในวันข้างหน้าครับ
2
47
1
37
13,442
พิมพ์จนเต็มพิมพ์ไม่ได้ละ ต่อนิดนึงคือ ไม่ใช่ว่าคิดนู้นคิดนี่ไม่ได้ เราลองดูมาหลายทาง แล้วคิดว่าแบบนี้ดีสุด แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นหรือบอกว่าใครต้องมาคิดเหมือนกัน เราก็เสนอในฐานะประชาชนอะ ใครเห็นยังไงก็เสนอไป ช่วย ๆ กันเสนอเยอะ ๆ ดีแล้ว ที่ผ่านมางานประชุมรับฟังความเห็นแทบไม่มีคนไปเสนอ มีแต่คนไปบอกไม่ให้สร้างบังหน้าบ้านให้ไปสร้างที่อื่น 555
1
1
295
เข้าใจว่าคนไทยไม่ชอบเปลี่ยนสายต่อรถ ก็เพราะที่ผ่านมาเรามีจุดเปลี่ยนสายที่ดีน้อยมาก แต่ถ้าปล่อยให้เป็นเหมือนเดิมมันก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป เรียนรู้ปัญหาในอดีต แต่ไม่มีใครอยากแก้ – at Min Buri, Thailand
1
1
247