รอยยิ้มนั้นคือ “ด๊ายยย จำไว้ เด่วพี่มาเอาคืนแน่ หึยย” งั้นเหรอออออ 555
อ๋ออออ กุก็งงว่าจียงยืนแกะกิ๊ฟแดนเซอร์ทำไม ฮีโดนขโมยต่างหาก ขอคืนนะคับ 55555555555555
#BIGBANG #COSMOS_WORLD_TOUR #COSMOS_WORLD_TOUR_IN_BANGKOK
เพราะสตาฟจีนโหดไหม รปภไรงี้เห็นหน้าตลอด เผลอๆหน้างานมีตำรวจมาจอดรถรอ ของไทยหันซ้ายขวาสตาฟอยู่ไหนหมดน๊อ เมื่อก่อนเหมือนเห็นสตาฟกับการ์ดมากกว่านี้อ่ะ พี่การ์ดคือไวมากด้วย
ตอนไปคอนที่จีนก็คิดว่ามันจะวุ่นวาย มีคนทำตัวส้นตีนเหมือนเคยเห็นในคอนไทย แต่ก็ไม่เห็นจะมีใครวุ่นวายกัน โคตรเป็นระเบียบ โคตรตรงเวลา ไม่มีใครเบียดใครแทรก แล้วทำไมเวลาไปคอนในประเทศคนอื่นพี่ทำสันดานเสียกันจังวะ
#COSMOS_WORLD_TOUR_IN_BANGKOK
#BIGBANG
อันนี้เกินไปอ่ะ ผู้จัดก็ไม่เซฟคนที่ทำถูกกฏเลย เชิญออกเป็นตัวอย่างไปเลยจะได้ไม่มีคนกล้าอีก
แม่เจ้าาาา บนแสตนไม่รู้เรื่องเลย นี่นั่งอยู่ในดงจีนทุกคนน่ารักมาก ตัวแรร์ไปอยู่ข้างล่างหมดแล้วสินะ
ของไทยมันดันเป็นรีเมคของรีเมค ทำตามเกาหลีซะเยอะ ตั้งแต่ฉากบ่อน้ำ (ของจีนไม่มี) น่าเสียดาย เพราะถ้าเล่นตามปวสจริงของเราน่าจะขมไม่แพ้พี่จีนได้เลย
การที่ค่ายกล้าหยิบวรรณกรรมระดับขึ้นหิ้งอย่าง Scarlet Heart มาสร้างในเวอร์ชันไทย แต่ทันทีที่ตอนแรกออกอากาศ สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับสะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตที่สวนทางกับความคาดหวังของคนดูและแฟนนิยายอย่างสิ้นเชิง จนสร้างความผิดหวังระคนเสียดายให้กับผู้ที่รักบทประพันธ์เรื่องนี้เป็นอย่างมาก หากค่ายยังมือไม่ถึงกับงานแนวย้อนยุค สเกลใหญ่ ก็ไม่ควรนำไอพีระดับมาสเตอร์พีซมาทำลายเช่นนี้
จุดยืนตรงนี้ไม่ได้เป็นการอคติหรือแอนตี้นักแสดง เพราะหลายคนมีฝีมือและเสน่ห์ในผลงานแนวอื่นที่พอยอมรับได้ แต่สำหรับงานพีเรียด สิ่งสำคัญสูงสุดคือการสร้างโลกย้อนยุคให้คนดูเชื่อและรู้สึกเหมือนได้ก้าวข้ามกาลเวลาไปอยู่ในห้วงประวัติศาสตร์นั้นจริง ๆ ทว่าเวอร์ชันไทยกลับล้มเหลวตั้งแต่ก้าวแรกในการเนรมิตอาณาจักรสมมติอย่าง "อัลฬาวี" ที่ดูเลื่อนลอย ขาดความสมจริง และไร้ซึ่งจิตวิญญาณของวรรณกรรมต้นฉบับ
หัวใจของ Scarlet Heart คือการพาคนยุคปัจจุบันย้อนเวลากลับไปเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของยุคโบราณที่ไม่มีใครหนีพ้นกรงขังแห่งอำนาจ แต่ในเวอร์ชันไทย ดารารุ่นใหม่กลับแสดงออกมาด้วยสำเนียง ท่วงท่า และวิธีคิดแบบวัยรุ่น พ.ศ. ปัจจุบัน จนทำลายความขลังของคอนเซปต์ "ข้ามภพ" ไปจนหมดสิ้น
ความล้มเหลวด้าน Visual และการออกแบบรูปลักษณ์ของตัวละครคือแผลใหญ่ที่ฟ้องถึงทัศนคติการทำงานอย่างชัดเจน นักแสดงชายยังคงยึดติดกับการ Keep Look รักษารูปลักษณ์ภายนอกเพื่อความพร้อมในการรับงานพรีเซนเตอร์หรืองานอีเวนต์ต่อได้ทันที ทรงผมของทุกคนจึงยังเป็น Two-block หรือไถเฟดข้างเปิดหูพร้อมเดินสยามและขึ้นคอนเสิร์ตขายจิ้น มากกว่าจะยอมสละอัตตาเพื่อบทบาทด้วยการปรับเปลี่ยนทรงผมหรือใส่วิกให้กลมกลืนไปกับยุคสมัยโบราณ
เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชันจีนที่นักแสดงชายชั้นนำทุกคนยอมสละภาพลักษณ์หล่อเหลาด้วยการโกนศีรษะครึ่งหน้าจริงเพื่อไว้เปียแมนจูตามประวัติศาสตร์ หรือเวอร์ชันเกาหลีที่แม้จะใช้นักแสดงและไอดอลรุ่นใหม่จำนวนมาก แต่งานเมคอัพ วิกผม บาดแผล และชุดฮันบกยุคโครยอกลับถูกรังสรรค์อย่างประณีตจนไม่เหลือเงาของหนุ่มเคป็อปยุคปัจจุบันในจอเลยแม้แต่น้อย ภาพรวมของบรรดาตัวละครชายในเมืองอัลฬาวีจึงดูไม่ต่างจากกลุ่มคนที่แต่งตัวคอสเพลย์มาร่วมงานปาร์ตี้ประจำปีของบริษัท มากกว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์หรือผู้คนที่มีเลือดเนื้ออยู่ในโลกโบราณสมมุตินั้นจริง ๆ
ในแง่ของศาสตร์การแสดง ช่องว่างระหว่างนักแสดงรุ่นใหญ่กับทีมนักแสดงรุ่นใหม่ยิ่งตอกย้ำถึงวิกฤตคุณภาพอย่างเด่นชัด ขณะที่ดารารุ่นใหญ่ฝีมือพระกาฬสามารถสะกดสายตาและคุมมวลบรรยากาศด้วยท่วงท่า แววตา และน้ำเสียงที่ทรงพลัง นักแสดงรุ่นเด็กกลับถูกกลืนหายไปจากจอแทบจะสิ้นเชิง การต่อบทสนทนามีลักษณะเหมือนการท่องจำบทมาอ่านส่งต่อกันแบบโมโนโทน ไร้ไดนามิก ขาดการฟังและตอบสนองทางอารมณ์ ซ้ำร้ายยังมีปัญหาเรื่องอักขระและคำควบกล้ำที่ไม่ชัดเจน ทั้งที่เป็นข้อห้ามสำคัญของงานแนวย้อนยุคที่ต้องอาศัยความละเมียดละไมของภาษา แม้จะไม่ต้องอู้คำเมืองหรือดัดสำเนียงถิ่น แต่วิธีการพูดและจังหวะจะโคนไม่ควรแบนราบและเป็นภาษาสมัยใหม่ขนาดนี้ หากลองเปลี่ยนฉากและสถานที่ออกไป มันก็คือการยืนคุยกันของคนในยุคปัจจุบันดี ๆ นี่เอง
ความบกพร่องเหล่านี้ส่งผลให้บรรยากาศแห่งความอันตราย (Tension) และความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเรื่องราวการแย่งชิงบัลลังก์เลือดและความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ระเหยหายไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของอารมณ์บีบคั้น คนดูจึงไม่สามารถอินไปกับการเดิมพันชีวิตและความเจ็บปวดของตัวละครได้เลย กลายเป็นเพียงฉากรักโรแมนติกแฟนตาซีธรรมดา ๆ ที่น่ากังขาว่าค่าย ผู้กำกับ และทีมงานปล่อยผ่านมาตรฐานเช่นนี้ได้อย่างไร
หลายคนจึงเริ่มมองตรงกันว่า โปรเจกต์นี้กลายเป็นตัวอย่างชัดเจนของการนำไอพีมหากาพย์ระดับตำนานมาใช้เป็นเพียง "บันไดดันเด็กในสังกัด" และพึ่งพาเพียงฉากหน้าของดารารุ่นใหญ่ที่ดึงมารับบทพ่อ แม่ ขุนนาง เพื่อใช้เป็นฉากหลังบังหน้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็น "รุ่นใหญ่เคี้ยวรุ่นเล็กลงคอจนจมดิน" ทันทีที่เข้าฉากร่วมกัน ค่ายยังคงติดกับดัก Safe Zone เดิม ๆ ที่คิดว่าแค่จับนักแสดงหน้าตาดีมาใส่ชุดพีเรียด โลเคชั่นสวย ๆ จัดวางเคมีคู่จิ้น สร้างโมเมนต์สบตา แล้วปล่อยให้แฟนคลับช่วยกันปั่นกระแสในโซเชียลก็เพียงพอทั้งที่ในความเป็นจริง คนดูผ่านการเสพงานระดับขึ้นหิ้งอย่างเวอร์ชันจีนที่มีสายตาอันสุขุม ลุ่มลึก และแบกรับชะตากรรมของเหล่าองค์ชายเอาไว้อย่างเข้มขลัง หรือเวอร์ชันเกาหลีที่ถ่ายทอดอารมณ์ดุดัน เข้มข้น จนกลายเป็นโศกนาฏกรรมตับพังระดับตำนาน
หากค่าย ผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงไทยรุ่นใหม่ยังมือไม่ถึง ก็อย่าได้หาญกล้าหยิบวรรณกรรมที่คนเขารักมาปู้ยี่ปู้ยำ และหากยังไม่คิดจะเร่งพัฒนาฝีมือให้ก้าวข้ามภาพลักษณ์ภายนอก การหวังพึ่งพาเพียงบุญเก่าของบทประพันธ์ก็ไม่อาจช่วยให้รอดพ้นจากสายตาที่ผิดหวัง การสบประมาท และการหันหลังให้ ขออนุญาตเท ขอเก็บความทรงจำดีๆในเวอร์ชั่นจีนและเกาหลีทำไว้ดีกว่า เวอร์ชั่นไทย ไม่ผ่าน
#ScarletHeartUllavee
สนบ ยังเข้าใจ แต่งานคอนเสิตมันทำไมอ่ะ ทำไม นี่ยังไม่ได้แลกบัตรเลย ถ้าฝนตกตอนไปถึงคงเซง 55
ราคาน้ำดื่มนะคะ😅 ยี่ห้อไหน ไม่อาจทราบได้ ในคอนก็น่าจะราคาเดียวกัน
#COSMOS_WORLD_TOUR_IN_BANGKOK
ปู้ๆคืออ่านหนังสือร้แงไห้ไปรอบนึง ดูละครยังร้องอีกรอบ ไม่รู้นักเขียนมีผลงานอีกไหม ชอบเรื่องนี้มาก อ่านซ้ำบ่อยเลย 🥲
ยังไม่เป็นทั้งตัวเองทั้งแม่ ไม่เคยฉีดวัคฉีนด้วย หมอเคยเชียร์ให้ฉีดอยู่แต่ก็พับโครงการไปงงๆ แบบคิดว่าคงไม่เป็นแล้วมั้ง มั้งงง
แปลว่าต้องแคสคนแก่กว่ามาเบ่นเป็นเจ้าพี่ นึกไม่ออกจริงๆว่าใคร ลุ้นนน
ยังไม่ได้เฟิงหลิวเรื่องนึงแฮะ(ถูมือ)

































